สคร.ถอดใจ “โฮลดิ้งคอมปะนี” แป้ก ถกร่างกฎหมายยืดเยื้อ-สนช.รื้อทั้งฉบับ-
คลังชี้กฎหมายตั้ง “โฮลดิ้งคอมปะนี” แป้ก ระบุมีโอกาสไม่ผ่าน สนช.สูง หลัง กมธ.แก้รายละเอียดเพียบ ตัดเรื่องตั้ง “บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ” ทิ้ง เปลี่ยนเป็นตั้งหน่วยงานกำกับดูแลใหม่แทน ส่วนร่าง พ.ร.บ. PPP มั่นใจผ่านฉลุย ล่าสุด บอร์ด PPP ไฟเขียวมอเตอร์เวย์เส้นนครปฐม-ชะอำ กว่า 7.9 หมื่นล้าน ชี้หลังจากนี้ลงทุน PPP ใช้ net cost ให้เอกชนออกเงินเองตั้งแต่ต้นทั้งหมด
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตนค่อนข้างเป็นห่วงว่า ร่างพระราชบัญญัติพัฒนาและกำกับดูแลบริหารรัฐวิสาหกิจ มีโอกาสสูงที่จะพิจารณาเสร็จไม่ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ โดยปัจจุบันการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายคืบหน้าไปได้ล่าช้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดไปอย่างมาก
“เหตุที่ล่าช้าก็เพราะว่า มีการเปลี่ยนรายละเอียดจากของเดิม (ร่าง พ.ร.บ.เดิม) ไปหมดเลย อย่างการตั้ง
โฮลดิ้งคอมปะนี (บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ) ก็เปลี่ยนเป็นให้ตั้งอีกหน่วยงานขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นเรกูเลเตอร์ (ผู้กำกับดูแล) ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่ไม่ใช่ สคร.” นายประภาศกล่าว
นายประภาศกล่าวอีกว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ. PPP) คาดว่าจะพิจารณาเสร็จเรียบร้อยได้ทันภายในปี 2561 นี้ โดยปัจจุบันผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.ย.นี้ และน่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช.ได้ในเดือน ต.ค.ต่อไป
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. PPP นั้นถือว่าจำเป็นต้องเสนอให้ผ่าน เนื่องจากต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเดิม เพื่อให้มุ่งเน้นให้เกิด PPP ในโครงการที่เหมาะสมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะต้องเป็น PPP ทั้งหมด
นายประภาศกล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบในหลักการของโครงการทางหลวงสัมปทานสายนครปฐม-ชะอำ (M8) ของกรมทางหลวง ภายใต้มาตรการ PPP fast track มูลค่าเงินลงทุนรวม 79,006 ล้านบาท ในรูปแบบ PPP net cost
โดยภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และร่วมลงทุนในกรอบวงเงินไม่เกินค่างานโยธา จำนวน 55,805 ล้านบาท และภาคเอกชนลงทุนค่าก่อสร้างงานโยธา ค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ค่าก่อสร้างที่พักริมทาง และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ ตลอดจนรับผิดชอบการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) รวมถึงการบริหารจัดการที่พักริมทาง ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กรมทางหลวงกำหนด ในระยะเวลาดำเนินโครงการ 30 ปี นับจากเปิดให้บริการ
นอกจากนี้ คณะกรรมการ PPP ยังได้เร่งรัดให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินโครงการภายใต้มาตรการ PPP fast track ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลา โดยให้เร่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-วงแหวนกาญจนาภิเษก และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เงินลงทุนรวมกัน 366,274 ล้านบาท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ PPP ได้ภายในปี 2561 ในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้
นางปานทิพย์ ศรีพิมล ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวว่า โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำนั้น จะเป็น PPP net cost เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู ที่เป็นการให้เอกชนลงทุนไปก่อน โดยวิธีการคัดเลือกผู้ลงทุนก็จะพิจารณาว่า รายใดเสนอขอเงินอุดหนุนจากรัฐน้อยที่สุดก็จะได้รับการพิจารณา
“PPP net cost จะเดินหน้าได้เร็ว เพราะเอกชนลงทุนเอง ซึ่งเขาก็ต้องรีบสร้างให้เสร็จ จะได้เร่งเปิดให้บริการ เพราะถ้ารัฐทำเอง จะมองไม่เห็นต้นทุนค่าเสียโอกาส อย่างรถไฟฟ้าสีม่วงที่เป็นแบบ gross cost ที่สร้างเสร็จไป 2 ปีแล้วถึงมาหาตัวผู้บริหารโครงการเดินรถ โดยหลังจากนี้ การลงทุน PPP จะกำหนดให้เป็น net cost ทั้งหมด รัฐไม่ต้องจ่ายเงินลงทุน จ่ายแต่ค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน สร้างเสร็จค่อยไปจ่ายชดเชยให้เอกชนทีหลัง” นางปานทิพย์กล่าว
นางปานทิพย์กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการ PPP ได้ให้ทาง สคร.หารือร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนแบบ PPP ในการทำโครงการที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
