เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
World ‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
Finance โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
SD Talk บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
ทุเรียนใต้เหลือ 4.9 แสนตัน พาณิชย์เร่งดูดซับ-แปรรูป กู้ราคาหน้าสวน
Economic ทุเรียนใต้เหลือ 4.9 แสนตัน พาณิชย์เร่งดูดซับ-แปรรูป กู้ราคาหน้าสวน
ESG โอกาสใหม่ของโรงแรม SMEs ที่ไม่ควรมองข้าม
Columns ESG โอกาสใหม่ของโรงแรม SMEs ที่ไม่ควรมองข้าม
CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
SD CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 จากไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
เอกนิติ ชี้ผู้ได้สิทธิ “บัตรสวัสดิการฯ” 9.5 ล้านราย คัดคนจนจริงก่อน
Politics เอกนิติ ชี้ผู้ได้สิทธิ “บัตรสวัสดิการฯ” 9.5 ล้านราย คัดคนจนจริงก่อน
คพ. ลงพื้นที่เชียงใหม่–เชียงราย ผนึก UNIDO แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน
Economic คพ. ลงพื้นที่เชียงใหม่–เชียงราย ผนึก UNIDO แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน
ดูทั้งหมด

ความเท่าเทียมระหว่างเพศใน สตช.-

20 ก.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์

หลายวันที่ผ่านมามีข่าวเรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยกเลิกการจัดสรรอัตราในการรับสมัครและสอบคัดเลือกข้าราชการตำรวจและบุคคลภายนอกเพศหญิงเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ และทั้งงดไม่รับสมัครบุคคลภายนอกเพศหญิงที่มีวุฒิเนติบัณฑิตจากเนติบัณฑิตยสภาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นรองสารวัตร (สอบสวน)

ข่าวนี้เป็นเรื่องน่าทึ่ง Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women 1979 ขององค์การสหประชาชาติได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 และประเทศไทยก็เข้าร่วมเป็นภาคีโดยวิธี accession เมื่อ 9 สิงหาคม 2528 โดยที่เราเรียกอนุสัญญานี้ว่า “อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ” อนุสัญญามีสาระสำคัญหลายประการเพื่อขจัด การเลือกปฏิบัติต่อสตรี

การ “เลือกปฏิบัติต่อสตรี” ที่อนุสัญญานี้มุ่งจะขจัดหมายถึงการแบ่งแยก การกีดกัน หรือการจำกัดใด ๆ เพราะเหตุแห่งเพศ โดยมีผลหรือความประสงค์ที่จะทำลายหรือทำให้เสื่อมเสีย การยอมรับ การได้อุปโภค หรือการใช้สิทธิโดยสตรี โดยไม่คำนึงถึงสถานภาพด้านการสมรสบนพื้นฐานของความเสมอภาคของบุรุษและสตรีของสิทธิมนุษยชน ฯลฯ (มาตรา 1) อนุสัญญานี้ยังกำหนดให้ประเทศที่เป็นภาคี (รวมไทยด้วย) มีมาตรการขจัดความลำเอียงและประเพณีที่มีพื้นฐานของความคิดที่ว่าเพศหนึ่งมีข้ออ่อนด้อยกว่าอีกเพศหนึ่ง หรือเพศหนึ่งมีความเหนือกว่าอีกเพศหนึ่ง (ข้อ 5)

เรื่องนี้ก็เป็นพันธกรณีที่ประเทศไทยเรารับมา จึงเป็นหน้าตาของประเทศไทยที่ข้าราชการที่ดีของประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีนี้ ซึ่งเป็นพันธกรณีที่ใหญ่เกินกว่าที่คนสองคนหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะตัดสินใจฉีกทำลายพันธะของชาติเราทิ้งเอาดื้อ ๆ โดยให้เหตุผลว่างานหนักเกินกว่าที่เพศหญิงจะรับได้ การไปคิดว่าเพศหญิงมีข้ออ่อนด้อยกว่าเพศชายเป็นเรื่องที่ข้อ 5 ของอนุสัญญานี้เขาบอกว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยจะต้องกำจัดความคิดเช่นนี้ครับ เขาให้เพศหญิงคิดและตัดสินใจหาทางเลือกของเขาเอง

ต่อมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ได้ตราพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่ 18 ก วันที่ 13 มีนาคม 2558 หน้า 17) ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยมาตรา 17 บัญญัติว่า

“การกำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศจะกระทำมิได้…”

แค่นี้นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้รับสมัครแต่เพศชายโดยไม่รับเพศหญิงนั้น น่ากลัวว่าจะขัดต่อกฎหมายมาตรานี้เสียแล้ว ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ยอมแก้ ท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องอาจไปร้องที่ศาลปกครองขอให้เพิกถอนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือร้องเรียนไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้

แต่ถ้ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการนี้ไม่เป็นไรครับ สามารถร้องเรียนไปที่บิ๊กตู่ ท่านนายกรัฐมนตรีของเราเพราะท่านเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศตามกฎหมายฉบับนี้

นอกเหนือจากพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2558 แล้ว ในปัจจุบันรัฐธรรมนูญ 2560 ก็มีมาตรา 27 บัญญัติว่า

“…ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ…จะกระทํามิได้”

ดังนั้น นอกจากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าวจะหมิ่นเหม่กับการขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญอีก เรียกว่าถูกหวยสองเด้ง

ถ้าเราไปเปิดดูกฎหมายเพิ่มขึ้นจะเห็นว่า ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่แก้ไขเรื่องนี้ คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินท่านมีอำนาจและหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามมาตรา 230 และ 231 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ส่วนกรรมการสิทธิมนุษยชนก็มีอำนาจและหน้าที่ที่จะดำเนินการตามมาตรา 247 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 อยู่แล้ว

ผมหวังว่าสถาบันตำรวจของเราจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะสุ่มเสี่ยงกับการถูกรุมประณามจากสังคมและนานาชาติว่าราชการตำรวจไทยมีการออกกฎเหยียดเพศโดยท้าทายต่อพันธกรณีของชาติที่มีต่อสังคมนานาประเทศ ท้าทายต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ และของรัฐธรรมนูญ

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”