เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ORN กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
Real Estate ORN กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
HR เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
Automotive เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
Economic ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
Finance ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
World โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
Sport เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
World ‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ดูทั้งหมด

ทุเรียนใต้เหลือ 4.9 แสนตัน พาณิชย์เร่งดูดซับ-แปรรูป กู้ราคาหน้าสวน

17 ก.ค. 2569 | 14:59น.

ฤดูกาลทุเรียนภาคใต้ปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อผลผลิตรวมทั้งภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 752,515 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 30% ขณะที่ออกสู่ตลาดแล้ว 35% ยังเหลือผลผลิตรอระบายอีกประมาณ 489,199 ตัน โดยช่วงพีกของผลผลิตอยู่ในเดือนกรกฎาคม 225,584 ตัน หรือ 29% และเดือนสิงหาคม 151,047 ตัน หรือ 20%

แรงกดดันไม่ได้มาจากปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากตลาดจีนที่ชะลอตัว ผลไม้จีนออกสู่ตลาดมากขึ้น ปัญหาคุณภาพทุเรียนบางลอตที่ส่งไปจีน และทุเรียนจากหลายแหล่งผลิตที่ออกพร้อมกัน ทั้งภาคใต้ อุตรดิตถ์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา และพื้นที่อื่น ๆ ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งวางแผนดูดซับผลผลิต ทั้งการเชื่อมโยงตลาดสด-ตลาดกลาง-โมเดิร์นเทรด-ตลาดท้องถิ่น การส่งเสริมไลฟ์คอมเมิร์ซ การแปรรูปเข้าห้องเย็น และการดึงตลาดต่างประเทศใหม่เข้ามารับซื้อผลไม้คุณภาพ

ผลผลิตใต้เหลือเกือบ 4.9 แสนตัน ชุมพรออกมากสุด

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ทุเรียนภาคใต้ ว่าผลผลิตรวมอยู่ที่ประมาณ 752,515 ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว 35% และยังเหลือผลผลิตประมาณ 489,199 ตัน โดยจังหวัดที่มีผลผลิตสำคัญในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ ชุมพร 108,418 ตัน หรือ 48% นครศรีธรรมราช 23,914 ตัน หรือ 10% และยะลา 23,676 ตัน หรือ 10%

วิทยากร มณีเนตร

“ตอนนี้ทุเรียนภาคใต้มีผลผลิตรวมประมาณ 752,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 30% ออกสู่ตลาดไปแล้วประมาณ 35% และยังเหลืออีกประมาณ 490,000 ตัน ภาพรวมจึงยังต้องบริหารจัดการต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกมาก”

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทุเรียนใต้ช่วงต้นฤดูกาลอ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากตลาดจีนชะลอตัว ขณะที่ผลไม้ของจีนเองออกสู่ตลาดมากขึ้น และมีทุเรียนจากประเทศคู่แข่ง รวมถึงทุเรียนจากภูมิภาคอื่นของไทยออกสู่ตลาดในช่วงใกล้เคียงกัน

อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่องคุณภาพ โดยกรมการค้าภายในได้รับข้อมูลจากตลาดมรกตว่า ช่วงต้นฤดูกาลมีทุเรียนบางรอบที่ส่งไปจีนแล้วพบปัญหาคุณภาพ เช่น ทุเรียนอ่อน ทำให้ผู้ซื้อจีนชะลอคำสั่งซื้อ

“ประเด็นหนึ่งที่ตลาดมรกตฝากมา คือเรื่องคุณภาพ ช่วงต้นมีบางรอบที่เข้าไปจีนแล้วพบว่าทุเรียนอาจอ่อน ทำให้จีนชะลอการสั่งซื้อ เรื่องนี้ต้องมาคุยกันในการบริหารจัดการ เพราะตลาดปลายทางยังต้องการทุเรียนไทย แต่ต้องเป็นทุเรียนคุณภาพ”

ราคาเริ่มขยับ เกรด AB แตะ 85-105 บาท

ข้อมูลราคาทุเรียนหมอนทองประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า เกรด AB อยู่ที่ 85-105 บาทต่อกิโลกรัม เกรด C อยู่ที่ 60-80 บาทต่อกิโลกรัม และเกรด D อยู่ที่ 40-55 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาเฉลี่ยรายวันมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง

กราฟราคาทุเรียนหมอนทองรายวันระหว่างวันที่ 8-17 กรกฎาคม 2569 แสดงให้เห็นว่า เกรด AB ขยับจาก 80.71 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 91.13 บาทต่อกิโลกรัม เกรด C จาก 60.71 บาท เป็น 66.35 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกรด D จาก 51.00 บาท ปรับมาอยู่ที่ 50.89 บาทต่อกิโลกรัม หลังอ่อนตัวลงในช่วงก่อนหน้า

นายวิทยากรกล่าวว่า ราคาทุเรียนส่งออกเริ่มขยับขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนที่มีคุณภาพดี ผู้ซื้อสามารถเพิ่มราคาให้ได้อีก 10-15 บาทจากราคาที่เห็นในตลาด

“ตอนนี้สินค้าที่จะส่งออกไม่ได้มีมาก ราคาตลาดส่งออกจึงเริ่มขยับขึ้น ถ้าคุณภาพดี ลูกค้าที่มีตลาดต่างประเทศรองรับสามารถเพิ่มให้ได้ถึง 15 บาทจากราคาเฉลี่ยที่เห็นกันอยู่ ดังนั้นต้องช่วยกันควบคุมคุณภาพ เพราะตลาดปลายทางยังอยากได้ของเรา”

สำหรับตลาดจีน นายวิทยากรระบุว่า ราคาปลายทางมีตั้งแต่กล่องละ 400-500 หยวน ไปจนถึง 800-900 หยวน ซึ่งสะท้อนว่ายังขายได้ หากสามารถควบคุมคุณภาพและสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์สินค้าได้

แผนดูดซับ 3.1 แสนตัน เชื่อมตลาดทั่วประเทศ

กรมการค้าภายในวางแผนบริหารจัดการผลไม้ใต้ช่วงกรกฎาคม-กันยายน 2569 โดยมีเป้าหมายรวม 311,839 ตัน ครอบคลุมทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง แต่แกนหลักยังอยู่ที่ทุเรียน

มาตรการสำคัญประกอบด้วย การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 3,700 ตัน การรณรงค์บริโภคผ่านกิจกรรมและไลฟ์คอมเมิร์ซ 9,000 ตัน การเปิดจุดจำหน่าย 300 ตัน การเชื่อมโยงสินค้าออกนอกแหล่งผลิตผ่านตลาดสด ตลาดกลาง โมเดิร์นเทรด และห้างท้องถิ่น 281,109 ตัน การสนับสนุนกล่องไปรษณีย์ 250 ตัน และการเชื่อมโยงกลุ่มแปรรูปผลไม้ 2,500 ตัน

นายวิทยากรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกตลาดเป็นหลักในการดูดซับผลผลิต โดยเฉพาะการเชื่อมโยงตลาดกลางและตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ รวมถึงตลาดมรกต ซึ่งเป็นตลาดหลักของภาคใต้ เพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

“ตัวหลักของการดูดซับกว่า 300,000 ตัน คือการเชื่อมโยงตลาดประมาณ 280,000 กว่าตัน ตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณเข้าไปซื้อ แต่เป็นการเสริมกลไกตลาด ทั้งการประชาสัมพันธ์ การบริโภค และการเชื่อมโยงผู้ค้ารายกลางรายเล็กเข้าไปซื้อผลผลิต”

ทุเรียนเกรดรองเข้าแช่แข็ง เป้าหมายไม่น้อยกว่า 15,000 ตัน

อีกมาตรการสำคัญคือการดูดซับทุเรียนเกรดรองเข้าสู่ระบบแปรรูปและห้องเย็น โดยกรมการค้าภายในตั้งเป้าเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการห้องเย็นรายใหญ่ไม่น้อยกว่า 15,000 ตัน หรือคิดเป็นเนื้อทุเรียนประมาณ 5,000 ตัน

กลุ่มนี้เป็นทุเรียนที่อาจมีคุณภาพลดลงจากปัจจัยฝนตกชุก การจัดการสวนที่ยังมีข้อจำกัด หรือสภาพผิวภายนอกไม่สวย แต่เนื้อภายในยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยจะผลักดันเข้าสู่ระบบแปรรูป แช่เย็น และแช่แข็ง เพื่อไม่ให้กดดันราคาทุเรียนสดในตลาดหลัก

“ต้องยอมรับว่าช่วงฝนตกชุกทำให้มีผลผลิตบางส่วนคุณภาพลดลง กลุ่มนี้เรามีแผนเข้าไปดูดซับผ่านการแปรรูปและระบบแช่เย็นแช่แข็ง เป้าหมายเบื้องต้นคือ 15,000 ตันผล หรือประมาณ 5,000 ตันเนื้อ”

นายวิทยากรยังระบุว่า ทุเรียนบางส่วนที่ผิวภายนอกไม่สวย แต่เนื้อภายในยังดี จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจผู้บริโภคว่า การบริโภคทุเรียนควรให้ความสำคัญกับคุณภาพเนื้อด้านในมากกว่าลักษณะผิวภายนอกเพียงอย่างเดียว

คุณภาพคือจุดชี้ขาด แป้ง 32% ยังไม่พอ

กรมการค้าภายในย้ำว่า ทุเรียนไทยยังแข่งขันได้ แต่หัวใจสำคัญคือการรักษาคุณภาพ โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์แป้ง ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 32% ขึ้นไป แต่หากเกษตรกรสามารถตัดทุเรียนที่ระดับแป้งสูงกว่า เช่น 34-36% จะช่วยให้ทุเรียนมีรสชาติดีขึ้นเมื่อถึงตลาดปลายทาง

“ผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนยืนยันว่าทุเรียนไทยยังสู้ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาคุณภาพ โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์แป้งที่กำหนดไว้ 32% ถ้าตัดให้สูงกว่านั้น เวลาไปถึงปลายทางรสชาติจะดีขึ้น อาจขยับไปเป็น 34-36% ได้ นี่คือสิ่งที่อยากฝากถึงเกษตรกรเรื่องการกำกับดูแลคุณภาพ”

นอกจากตลาดจีน กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมแผนระยะกลางในการรณรงค์บริโภคทุเรียนผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยว ประสานผู้ประกอบการนำทุเรียนไปทำเมนูและสร้างแบรนด์ รวมถึงเชิญคณะจากตลาดเป้าหมาย เช่น ตะวันออกกลาง และตลาดใหม่ในเอเชียกลาง ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2569 เพื่อชิม เรียนรู้ และทดสอบลักษณะทุเรียนที่เหมาะกับแต่ละตลาด

ราคา 5 บาท ไม่ใช่หมอนทอง แต่เป็นทุเรียนพื้นบ้าน

กรณีที่มีการร้องเรียนว่าทุเรียนหมอนทองราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 5 บาท นายวิทยากรชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ทุเรียนหมอนทอง แต่เป็นทุเรียนพื้นบ้าน ลูกเล็ก มีลักษณะแตก หรือคุณภาพไม่เหมาะกับตลาดสดทั่วไป และมีจำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ทำทุเรียนกวนหรือไส้ขนม

“ทุเรียนที่บอกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท ไม่ใช่ทุเรียนหมอนทอง แต่เป็นทุเรียนพื้นบ้าน ลูกเล็ก แตก และมีจำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่ซื้อไปทำทุเรียนกวนหรือไส้ขนม”

ประเด็นนี้สะท้อนว่า การสื่อสารสถานการณ์ราคาทุเรียนจำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างทุเรียนหมอนทองคุณภาพส่งออก ทุเรียนเกรดรอง และทุเรียนพื้นบ้านสำหรับแปรรูป เพราะการนำราคาบางกลุ่มไปเทียบกับตลาดหลัก อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อภาพรวมตลาด

ทุเรียนอุตรดิตถ์ถูกกดดันจากผลผลิตซ้อนฤดู

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ทุเรียนอุตรดิตถ์มีแรงกดดันจากผลผลิตที่ออกช่วงใกล้เคียงกับทุเรียนภาคใต้ โดยทุเรียน GI อย่างหลงลับแลและหลินลับแล ซึ่งเป็นทุเรียนชื่อดังของจังหวัด ออกสู่ตลาดไปแล้วประมาณ 95% และใกล้หมดฤดูกาลแล้ว

ส่วนผลผลิตที่กำลังออกมากในช่วงนี้คือทุเรียนหมอนทอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องคุณภาพ ปริมาณผลผลิต และการออกสู่ตลาดพร้อมกับทุเรียนภาคใต้ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคาในพื้นที่

“ผมได้ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนำผู้ประกอบการล้งรายใหญ่เข้าไปรับซื้อผลผลิตออกนอกพื้นที่ เพื่อดึงผลผลิตออกและลดแรงกดดันด้านราคา รวมทั้งช่วยเกษตรกรกระจายผลผลิตให้ดีขึ้น”

โจทย์ท้ายฤดู กู้ราคาโดยไม่ทิ้งคุณภาพ

ภาพรวมทุเรียนใต้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลจึงอยู่บนโจทย์ 2 ชั้น ชั้นแรกคือการเร่งระบายผลผลิตที่ยังเหลือเกือบ 4.9 แสนตัน ไม่ให้กดดันราคาหน้าสวน และชั้นที่สองคือการยกระดับคุณภาพให้กลับไปสร้างความมั่นใจในตลาดปลายทาง โดยเฉพาะจีน ซึ่งยังเป็นตลาดสำคัญของทุเรียนไทย

มาตรการดูดซับกว่า 3.1 แสนตัน การดึงตลาดกลางและโมเดิร์นเทรดเข้ามาช่วยระบาย การแปรรูปทุเรียนเกรดรองไม่น้อยกว่า 15,000 ตัน และการขยายตลาดไปยังตะวันออกกลางและเอเชียกลาง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

แต่บททดสอบจริงของทุเรียนไทยไม่ได้อยู่แค่การขายผลผลิตให้หมด หากอยู่ที่การทำให้ตลาดปลายทางเชื่อมั่นว่า ทุเรียนไทยยังเป็นสินค้าคุณภาพสูง รสชาติดี และมีมาตรฐานสม่ำเสมอ เพราะเมื่อคุณภาพกลับมาเป็นจุดขายหลัก ราคาหน้าสวนจึงจะฟื้นได้อย่างยั่งยืน