ไทย-จีนเร่งดันสินค้าเกษตรพรีเมียม เปิดทางเอสเอ็มอีบุกอีคอมเมิร์ซจีน ลุยปิดดีลข้าว 6 หมื่นตัน
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ายกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย-จีน เร่งผลักดันโครงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจีนพัฒนาสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียม พร้อมเปิดทางเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน ขณะที่จีนตอบรับสนับสนุนเต็มที่ และเห็นพ้องตั้งคณะทำงานร่วมผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงเร่งซื้อข้าวไทยอีก 60,000 ตัน และเดินหน้าเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยเพิ่มเติม
นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานร่วมกับนายเยียน ตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยการค้าและการลงทุนไทย-จีน (Sub-Committee on Trade and Investment) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันเดินหน้าสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ตามแนวทางที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้หารือร่วมกัน
ที่ประชุมได้ติดตามผลการหารือระดับรองนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเมื่อช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อเสนอของไทยในการจัดทำโครงการนำร่องร่วมลงทุน นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนมาพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้เป็นสินค้าพรีเมียม ซึ่งขณะนี้ไทยได้เริ่มหารือกับผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับผู้สูงอายุแล้ว
พร้อมกันนี้ ไทยยังผลักดันการนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน เพื่อขยายตลาดสู่ผู้บริโภคชาวจีน โดยฝ่ายจีนเห็นพ้องกับข้อเสนอ พร้อมระบุว่าสินค้าภายใต้โครงการดังกล่าวมีศักยภาพตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีน ซึ่งปัจจุบันมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 320 ล้านคน และที่ผ่านมา จีนได้สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเข้าร่วมงาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายพื้นที่จัดแสดงสินค้า
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อเร่งผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเห็นควรเร่งจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการประชุมระดับรองนายกรัฐมนตรี โดยจีนพร้อมเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นปี 2570
นางปิยนุชกล่าวว่า ไทยยังได้ผลักดันประเด็นด้านการค้าสินค้าเกษตร โดยขอให้จีนเร่งดำเนินการซื้อข้าวไทยในงวดถัดไป 60,000 ตัน ขอให้พิจารณาจำหน่ายปุ๋ยเคมีในประเภทที่ไทยต้องการ เร่งกระบวนการอนุญาตนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและน้ำตาลเชื่อมจากไทย รวมถึงเร่งเปิดตลาดผลไม้ไทยเพิ่มเติม ได้แก่ สละ และ อินทผลัม
ด้านฝ่ายจีนยืนยันพร้อมสนับสนุนข้อเสนอของไทย และพร้อมนำเข้าผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด และมะพร้าว
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเห็นพ้องเร่งขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายเสนอ ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ไทยขอให้จีนสนับสนุนการอบรมด้านอีคอมเมิร์ซแก่ภาคเอกชนไทยเพิ่มเติม รวมถึงเห็นพ้องผลักดันให้พิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA 3.0) มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ตลอดจนเร่งขยายสมาชิกความตกลง RCEP และส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC)
ในด้านการลงทุน ไทยได้เชิญชวนจีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ และการผลิตขั้นต้นน้ำ พร้อมเสนอให้จีนลงทุนทั้งห่วงโซ่อุปทานโดยใช้ชิ้นส่วนและแรงงานไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดโลก ขณะที่ฝ่ายจีนได้เชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในจีน พร้อมยืนยันว่าจะอำนวยความสะดวกและช่วยแก้ไขปัญหาให้ในทุกระดับ
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยและจีนมีมูลค่า 147,338.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.13% จากปีก่อน ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 การค้ารวมมีมูลค่า 74,140.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน