คิดอย่างคนอควาเรียม “พนักงานซีไลฟ์ต้องมีความสนุกก่อน”-
ธุรกิจอควาเรียมในไทยที่เห็นในปัจจุบันเป็นของซีไลฟ์แบงค็อก ภายใต้บริษัทเมอร์ลินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นบริษัทชั้นนำด้านอควาเรียมระดับโลก โดยเฉพาะเมอร์ลินฯมีอควาเรียมขนาดใหญ่ทั่วโลกมากกว่า 50 แห่ง สำหรับเมืองไทยอควาเรียมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศแวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เมอร์ลินฯยังจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วย
ปัจจุบันซีไลฟ์ แบงค็อกมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 160 คน แบ่งเป็นซีไลฟ์ แบงค็อก 130 คน ที่เหลืออีก 30 คนดูแลการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ “วริศรา อนันต์วรณิชย์” ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลของซีไลฟ์ แบงค็อกบอกว่าคุณสมบัติพนักงานที่ซีไลฟ์ฯต้องการคือ 1) ต้องเป็นคนสนุก ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในธุรกิจบันเทิง เพราะเมื่อพนักงานสนุก จะสามารถเข้าถึงงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานดูแลลูกค้า และ 2) ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ได้มีเพียงแต่คนไทย ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย ทั้งนี้ในกรณีที่พนักงานสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง ซีไลฟ์ฯจะมีคอร์สสอนภาษาที่ส่งตรงมาจากอังกฤษ เพื่อให้พนักงานได้ทดลองสนทนาด้วย
“ถ้าพนักงานอินกับงานทุกอย่าง เราไม่ต้องอธิบายซ้ำ หรือเน้นย้ำการทำงานของพนักงาน เพราะเชื่อมั่นว่าพนักงานเข้าใจรูปแบบการทำงานของธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เขาจะสามารถปรับตัวไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นด้วย ซีไลฟ์ฯไม่เคยมีปัญหาเรื่องคนทำงาน ซึ่งในอนาคตหากธุรกิจมีการขยายตัวก็เชื่อมั่นว่าจะมีคนมาสนใจร่วมทำงานกับซีไลฟ์ฯแน่นอน”
ดังนั้น ซีไลฟ์ฯจึงเป็นธุรกิจบันเทิงระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “คน” อย่างมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือก ซึ่งขณะนี้ได้เปิดรับสมัครพนักงานในส่วนของพนักงานบริการลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่สำหรับตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสระน้ำ เช่น นักประดาน้ำ ซีไลฟ์ฯจะระบุคุณสมบัติด้วยว่าต้องจบด้านประมงมาโดยเฉพาะ ที่สำคัญจะต้องมีใบรับรองว่าสามารถดำน้ำได้อย่างเชี่ยวชาญด้วย หลังจากนั้น จะมีคณะกรรมการคัดเลือก เพื่อประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นว่ามีบุคลิกที่เหมาะกับธุรกิจของซีไลฟ์ฯหรือไม่
“นักประดาน้ำเป็นตำแหน่งที่หาไม่ยาก เพราะมหาวิทยาลัยมีการเปิดสอนคณะประมงอยู่เป็นจำนวนมาก เราเลือกคนที่เก่ง ๆ และตอบโจทย์ซีไลฟ์ฯได้ อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงที่ไม่มีนักประดาน้ำ ซีไลฟ์ฯจะใช้วิธีจ้างฟรีแลนซ์เข้ามาช่วยดูแล ด้วยความที่ซีไลฟ์ฯเป็นบริษัทใหญ่ มีชื่อเสียงระดับโลก จึงมีคนสนใจมาร่วมทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก”
“วริศรา” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำหรับการดูแลพนักงานของซีไลฟ์ฯ กำหนดอัตราผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีมาก อย่างเช่น พนักงานดูแลลูกค้า โดยเฉลี่ยจะได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมสวัสดิการอื่น ๆ อย่างเช่น ค่าคอมมิสชั่นจากการจำหน่ายบัตร นอกจากนี้ สำหรับพนักงานที่ทำงานครบ 5 ปี 10 ปี และ 15 ปี จะได้รับรางวัลเป็นเงินให้พนักงานที่ระดับ 5,000 บาทขึ้นไป และยังมีโบนัสให้อีกอย่างน้อย 1 เดือน
“ที่น่าสนใจคือ พนักงานทุกคนจะได้ “ถือหุ้น” ของบริษัทเมอร์ลินฯ ในตลาดหุ้นที่สหรัฐทันทีไปโดยปริยายเมื่อเข้ามาทำงานตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องใช้เงิน แต่จะมีกรอบของจำนวนการถือหุ้น และพนักงานจะขายหุ้นได้ ต่อเมื่อถือหุ้นมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งมูลค่าหุ้นในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพของตลาดซื้อขายในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร”
สำหรับนักประดาน้ำที่ต้องดูแลสระน้ำสามารถเติบโตในวิชาชีพนี้ได้ เพราะเมอร์ลินฯมีสาขาอควาเรียมอยู่ทั่วโลก และในแต่ละสาขาสามารถส่งนักประดาน้ำเข้ามาเรียนรู้ในอควาเรียมอื่น ๆ ได้ เพื่อนำความรู้กลับไปปรับใช้กับสาขาที่ประเทศไทย เช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการส่งนักประดาน้ำไปศึกษาดูงานที่สาขาเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หรือในกรณีที่มีการสร้างสระใหม่ ก็สามารถส่งนักประดาน้ำจากไทยเข้าไปช่วยงานในช่วงเริ่มต้นได้
“ภาพรวมเทิร์นโอเวอร์ของบริษัทมีเพียง 10% เท่านั้น แต่ขณะเดียวกัน ตำแหน่งพนักงานบริการลูกค้าอยู่ที่ 40% ถือว่าอยู่ในภาวะปกติ และยังยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาในการหาพนักงานเข้ามาทำงานอย่างแน่นอน แต่อนาคต หากบริษัทแม่มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจในไทย อาจจะต้องสรรหาพนักงานเข้ามาเพิ่มเติมด้วย”
เพราะซีไลฟ์ แบงค็อกในปัจจุบันมีอควาเรียมเพื่อจัดแสดงให้ผู้สนใจเข้าชมที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นรูปแบบของอควาเรียมที่ประกอบไปด้วยธีมที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสระ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในทะเลน้ำเค็ม และสัตว์น้ำจืด รวมถึงจัดการแสดงนกเพนกวิน ที่ยังไม่เคยมีการจัดแสดงในเมืองไทยมาก่อน
ส่วนมุมการขยายธุรกิจ ล่าสุดซีไลฟ์ฯยังไม่มีแผนจะขยายอควาเรียมแห่งใหม่ในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของ stand alone เพราะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ทางซีไลฟ์ฯจึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำการตลาดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทย และมาสยามพารากอน เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กำลังซื้อค่อนข้างสูงมาก
จึงอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้พวกเขารู้จักอควาเรียมของประเทศไทย
“ความสุข ความฝัน” นักประดาน้ำ
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับนักประดาน้ำของซีไลฟ์ฯ อย่าง “สิทธิกร กมลาสน์” หรือ “โบ๊ต” หัวหน้าส่วนดูแลการจัดแสดงสัตว์น้ำ ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาและการดำน้ำ จนถึงวันนี้เขาทำงานกับซีไลฟ์ฯมากว่า 11 ปี นับตั้งแต่เรียนจบสาขาประมง จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เขาเล่าว่าในช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 มีโอกาสเข้ามาฝึกงานที่อควาเรียมประมาณ2 เดือน จนเมื่อมีนักประดาน้ำลาออก เขาจึงเข้ามาทำงานที่ซีไลฟ์ฯ
“ซึ่งเป็นการสร้างความฝันที่จะทำงานในอควาเรียมเป็นจริงเสียที”
“สิทธิกร” เล่าต่อว่านักประดาน้ำต้องมีความรู้ด้านการเลี้ยง และดูแลปลา รวมถึงสัตว์น้ำอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างจากในชั้นเรียนที่เน้นไปที่สัตว์เศรษฐกิจมากกว่า เช่น ปลานิล, ปลาทับทิม รวมถึงกุ้งดำกุ้งขาว เป็นต้น
เพราะการทำงานในอควาเรียมต้องดูแลสัตว์น้ำเป็นพิเศษ ในช่วงที่เริ่มทำงาน “สิทธิกร” จึงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา และเมื่อถามว่าอาชีพนักประดาน้ำในอควาเรียมมีความมั่นคงหรือไม่ เขาบอกว่าการทำงานบางอย่างก็วัดเป็นเงินไม่ได้ แต่การดำน้ำ และได้อยู่ท่ามกลางสัตว์น้ำที่ชื่นชอบ มีความสุขมาก และคิดว่าจะทำอาชีพนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และไม่มีวันหมดอายุ
เนื่องจากวันนี้ “สิทธิกร” อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าส่วนดูแลการจัดแสดงสัตว์น้ำ ทั้งเขายังเปิดโอกาสให้รุ่นน้องเข้ามาทำหน้าที่นักประดาน้ำแทนในบางครั้งด้วย เพราะข้อดีของซีไลฟ์ฯคือเป็นบริษัทใหญ่ระดับโกลบอล ทั้งยังมีอควาเรียมอยู่หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก”
“ที่สำคัญ เรามีการเปิดรับพนักงานส่วนของนักประดาน้ำเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราอาจได้ทดลองทำงานในสาขาอื่น ๆ ที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น เหมือนก่อนหน้านี้ผมได้ไปทดลองเลี้ยงนกเพนกวินมาก่อน ซึ่งก็เป็นความท้าทายอีกระดับหนึ่ง เพราะขณะนั้นบริษัทกำลังจะเพิ่มตู้ใหม่สำหรับนกเพนกวิน ตอนนั้นในไทยยังไม่เคยมีใครเลี้ยงนกเพนกวินมาก่อน จึงส่งผมไปเรียนรู้ ซึ่งผมสนุกมากกับงานชิ้นนี้ เหมือนกับวันแรกที่ผมเริ่มทำหน้าที่นักประดาน้ำ”
“สิทธิกร” ทิ้งท้ายถึงเป้าหมายในชีวิตของเขาว่าตอนเด็กเคยฝันว่าอยากเป็น “อธิบดีกรมประมง” แต่ดูยิ่งใหญ่เกินไป ตอนนี้จึงวางเป้าหมายแค่ขอเป็นหัวหน้าในการดูแลสัตว์น้ำในอควาเรียมดีกว่า ซึ่งเขาบอกว่าตอนนี้ถือว่าเดินทางมาได้กว่า “ครึ่งทาง” แล้ว
ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันต่อไป (หัวเราะ)
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
