เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงไทย พร้อมขายบอนด์ ‘ออมพลัส’ บนวอลเล็ต สบม. ในเป๋าตัง เริ่ม 31 ก.ค. นี้
Finance กรุงไทย พร้อมขายบอนด์ ‘ออมพลัส’ บนวอลเล็ต สบม. ในเป๋าตัง เริ่ม 31 ก.ค. นี้
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ค. 2569
‘อนุทิน’ หารือกองทัพก่อนเยือนจีน ไม่ปิดกั้นหากเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา ย้ำยึดประโยชน์ชาติ
Politics ‘อนุทิน’ หารือกองทัพก่อนเยือนจีน ไม่ปิดกั้นหากเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา ย้ำยึดประโยชน์ชาติ
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
ผลไม้ไทยบนโจทย์ใหม่ ไม่ใช่แค่ “ระบายฤดูกาล” แต่ต้องปั้นตลาดยั่งยืน
Economic ผลไม้ไทยบนโจทย์ใหม่ ไม่ใช่แค่ “ระบายฤดูกาล” แต่ต้องปั้นตลาดยั่งยืน
ไทย-จีนเร่งดันสินค้าเกษตรพรีเมียม เปิดทางเอสเอ็มอีบุกอีคอมเมิร์ซจีน ลุยปิดดีลข้าว 6 หมื่นตัน
Economic ไทย-จีนเร่งดันสินค้าเกษตรพรีเมียม เปิดทางเอสเอ็มอีบุกอีคอมเมิร์ซจีน ลุยปิดดีลข้าว 6 หมื่นตัน
เจ้าหญิงแอนน์เสด็จเยี่ยมเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมฟุตบอลในประเทศไทย
Biz Movement เจ้าหญิงแอนน์เสด็จเยี่ยมเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมฟุตบอลในประเทศไทย
พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA รับโลกผันผวน ใช้สิทธิแตะ 81.41% ดัน SMEs เจาะตลาดใหม่
Economic พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA รับโลกผันผวน ใช้สิทธิแตะ 81.41% ดัน SMEs เจาะตลาดใหม่
ไทยชวนญี่ปุ่นขยายลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต รับมือภาษีสหรัฐ-กระจายฐานผลิต
Economic ไทยชวนญี่ปุ่นขยายลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต รับมือภาษีสหรัฐ-กระจายฐานผลิต
FTA อาเซียน-แคนาดาคืบ 80% ปิดแล้ว 19 บท ลุ้นสรุปดีล พ.ย.นี้
Economic FTA อาเซียน-แคนาดาคืบ 80% ปิดแล้ว 19 บท ลุ้นสรุปดีล พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

วิบากกรรมปาล์ม “อินโดฯ-มาเลย์” พิษมาตรการ Zero Palm Oil-

01 ต.ค. 2561 | 07:00น.

เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันใน “อินโดนีเซียและมาเลเซีย” ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกยังเผชิญปัญหาต่อเนื่อง หลัง “สหภาพยุโรป” (อียู) หนึ่งในผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ประกาศจะใช้มาตรการ “zero palm oil” เลิกใช้น้ำมันปาล์มภายในปี 2020-2021 และได้จำกัดการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มในการผลิต “เชื้อเพลิงชีวภาพ”

กระแสแบนการใช้น้ำมันปาล์มเกิดขึ้นตั้งแต่สภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของรัฐบาลเบลเยียม เปิดรายงานเมื่อ 3 ปีก่อน โดยระบุว่า น้ำมันปาล์มมีกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fat) เป็นสาเหตุให้เกิด “โรคหัวใจ” จนเป็นปรากฏการณ์ให้สินค้าทุกประเภทในยุโรป ต้องติดฉลาก “no palm oil”

ล่าสุดรัฐสภายุโรปของสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมเสนอร่างกฎหมายห้ามใช้น้ำมันปาล์มในการผลิต “เชื้อเพลิงชีวภาพ” โดยเฉพาะที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ สร้างแรงกดดันต่อเนื่องจากที่ได้ประกาศต่อต้านการใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค

เดอะ การ์เดียน รายงานว่า กรณีดังกล่าวผู้แทนของสภาปาล์มน้ำมันมาเลเซียออกมาตอบโต้ทันทีว่า เกษตรกรชาวมาเลเซียกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากมาตรการของอียู ซึ่งตั้งเป้าจะลดการใช้น้ำมันปาล์มให้เป็นศูนย์ (zero palm oil) ภายในปี 2020 หรือที่บางสื่อระบุว่าภายในปี 2021

ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันอันดับสองของโลก มูลค่าการส่งออกแต่ละปีสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากคณะกรรมาธิการของอียูอนุมัติคาดว่า จะส่งผลกระทบต่อชาวสวนรายเล็กกว่า 650,000 คน ยังไม่นับชาวสวนขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเทศอีกจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ฟากของ “อินโดนีเซีย” ผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก เคยโดนโจมตีจากกลุ่มกรีนพีซอ้างว่า เฉพาะในอินโดนีเซียประเทศเดียวแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อปลูกปาล์มขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 145 สนาม ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง เกษตรกรอินโดนีเซียจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกัน

“กาวัล ซูร์บักตี” เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน 12.6 ไร่ บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เปิดใจกับจาการ์ตาโพสต์ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามออกนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่นบูมการท่องเที่ยว เพื่อชดเชยรายได้ที่มาจากการส่งออกปาล์มน้ำมัน แต่แทบจะทดแทนกันไม่ได้

ทั้งนี้ สมาคมน้ำมันปาล์มอินโดนีเซียระบุว่า มีชาวอินโดนีเซียทำงานในอุตสาหกรรมกว่า 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนที่ปลูกปาล์มน้ำมันมานานเกินชั่วชีวิต ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะเปลี่ยนงานไปทำอุตสาหกรรมอื่น ขณะที่ตลาดส่งออกอื่น ๆ เช่น จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดนำเข้าเบอร์ 2 และ 3 ของโลกก็ชะลอการนำเข้า ตามกระแสต่อต้านปาล์มน้ำมันเช่นกัน

นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียพยายามชดเชยรายได้ด้วยการผลักดันการท่องเที่ยว แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านภูมิประเทศที่เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง รวมถึงสภาพความเป็นเกาะแก่งมากกว่าในอินโดนีเซีย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจึงต้องใช้งบฯลงทุนค่อนข้างสูง

ล่าสุดรัฐบาลโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย สั่งระงับการพัฒนาสวนปาล์มน้ำมันใหม่เป็นเวลา 3 ปี แม้จะได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และอียูไม่น้อย ทว่าความกังขาจากชาวสวนปาล์มกลับดังกระหึ่ม เพราะไม่มีนโยบายอื่นที่ชัดเจน

ความกังวลมากขึ้น หลังจากที่องค์กร Statista เปิดเผยข้อมูลว่า อียูกลายเป็นกลุ่มประเทศที่ใช้น้ำมันปาล์มมากที่สุดของโลก โดยเฉลี่ยใช้น้ำมันปาล์มปีละ 6.3 ล้านตัน ในจำนวนนี้ราว 46% ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ส่วนอีก 45% นำไปใช้กับส่วนประกอบของอาหารคนและสัตว์ และอีก 9% สำหรับการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อน

สำหรับประเทศหลักที่ใช้น้ำมันปาล์มมากที่สุดในกลุ่มสมาชิกอียู ได้แก่ อิตาลี สเปน ไอร์แลนด์ และ
เนเธอร์แลนด์ รวมกันแล้วเท่ากับ 38% ของการใช้น้ำมันปาล์มทั้งหมดภายในอียู

อย่างไรก็ตาม เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา “ไอซ์แลนด์” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “ร้านขายของชำ” ของอียู เป็นประเทศแรกที่ประกาศมาตรการแบนน้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อาหาร โดย “ไอซ์แลนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต” ในสหราชอาณาจักร ให้คำมั่นจะไม่ใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อของตนเอง ทั้งหมด 130 ชนิด ปัจจุบันสินค้าอาหารของซูเปอร์มาร์เก็ตไอซ์แลนด์ปลอดน้ำมันปาล์มแล้ว 50%

พร้อมระบุว่า จะหันไปใช้น้ำมันอื่นทดแทน เช่น เรปซี้ด คาดว่าหากลดการใช้น้ำมันปาล์มได้ 100% ในปีนี้จะช่วยลดปริมาณความต้องการน้ำมันปาล์มของโลกได้ 500 ตันต่อปี

น่าสนใจว่าประเทศที่กระทบจากมาตรการดังกล่าว อาจไม่ใช่แค่อินโดนีเซีย หรือมาเลเซียเท่านั้น ในส่วนของไทยเองแม้ไม่ได้ส่งออกเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม และผลผลิตทางการเกษตรอื่นไปยังตลาดอียู แต่ไทยก็ส่งออกอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มไปทั่วโลก จึงต้องจับตามองกระแสการต่อต้านน้ำมันปาล์มว่าจะได้รับผลกระทบทางตรง หรือทางอ้อมมากน้อยแค่ไหน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”