“พล.ท.ภราดร” ชิมลางการเมือง พกแผนปรองดอง…ร่วมวง “เพื่อไทย”-
4 ปีที่แล้ว ช่วงที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกรุกไล่ทางการเมือง ก่อนการยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557
“พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เวลานั้น ต้องลุกจากเก้าอี้กะทันหัน ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ เพื่อเปิดทางให้ “ถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาฯ
สมช.ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับเข้าสู่ตำแหน่ง
ภายหลังศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 6 ก.ย. 2554 ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่โยกย้าย “ถวิล” ออกจากตำแหน่ง แล้วแต่งตั้ง “พล.ท.ภราดร” นั่งเก้าอี้เลขาฯ สมช.นั้น เป็นการโยกย้ายไม่เป็นธรรม
ผลจาก “ถวิลเอฟเฟ็กต์” ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องยกเลิกมติ ครม.ย้อนหลัง 6 ก.ย. 2554 เสมือน “ถวิล” ยังคงเป็นเลขาธิการ สมช.เหมือนเดิม โดยให้คืนตำแหน่งย้อนหลัง
ทว่า…หลังจาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นำกำลังยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 ชื่อของ “พล.ท.ภราดร” ก็เงียบหายไปจากสารบบ
เขาเกษียณอายุราชการในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำอย่างเงียบ ๆ
ผ่านมา 4 ปีเศษ “พล.ท.ภราดร” ในวัยเกษียณ ขอรีเทิร์นสังเวียนอีกครั้ง กำแผนความมั่นคงมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย
“จากประสบการณ์มองว่าสถานการณ์ตอนนี้คำตอบปลายทางในมิติความมั่นคงคือ ความสามัคคี สมานฉันท์ ปรองดอง และเครื่องมือที่นำไปสู่ความปรองดองได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ ความยุติธรรม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในงานที่ไปสู่คำตอบเรื่องปรองดอง”
“สาระสำคัญที่สุด คือ การเมืองที่มุ่งสร้างประชาธิปไตยจะต้องมีการเสริมความรู้ในระบอบประชาธิปไตย ทำให้คนทุกภาคส่วนของสังคมไทยไปถึงความศรัทธาในระบอบการปกครองประชาธิปไตย เพราะเป็นทางออกของประเทศ ประชาธิปไตยไม่มีคำว่าทางตัน ประชาธิปไตยเคารพเสียงส่วนใหญ่ รับฟังเสียงส่วนน้อย อยู่ร่วมกันอย่างภราดรภาพต่อกัน ซึ่งสามารถคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองได้”
“ประชาธิปไตยเป็นรากแก้ว เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร เหตุผลของการรัฐประหารจริง ๆ คือ มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไปไม่ถึงศรัทธาของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ถ้าไปถึงศรัทธาจะไม่เกิดรัฐประหาร ดังนั้น เรื่องมิติด้านความมั่นคงในทางการเมืองต้องทำให้ประชาธิปไตยแข็งแรง ไม่นำไปสู่การรัฐประหาร”
“พล.ท.ภราดร” บอกเหตุผลที่มาอยู่ชายคาพรรคเพื่อไทยว่า “เรากลับมาดูที่อุดมการณ์ของเรายืนหยัดไปกับพรรคการเมืองซีกประชาธิปไตย ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม ตอนที่ผมยังอยู่ในราชการได้ปฏิบัติงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย มีความผูกพัน ดังนั้น พอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคทุกคนก็บอกว่า พรรคเพื่อไทย just for you all พรรคเพื่อไทยเพื่อทุก ๆ คน”
“เราเป็นข้าราชการระดับสูง ทำงานในลักษณะเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นข้อต่อสำคัญกับการเมือง จึงไม่เป็นเรื่องน่าหนักใจ ที่จะมาปฏิบัติงานร่วมกันและทำงานต่อไปในอนาคต เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่างานนโยบายมาจากฝ่ายการเมือง ส่วนราชการก็รับไม้ต่อไปปฏิบัติ เราเป็นข้อต่อข้าราชการระดับสูง ต้องเสนอแนะนโยบายด้วย และรับนโยบายมาขับเคลื่อน”
“พล.ท.ภราดร” เข้ามาทำงานในพรรคเพื่อไทย ไม่หวังเป็น ส.ส. ไม่หวังเป็นรัฐมนตรี ขอแค่ขายไอเดียด้านความมั่นคง
“ความหวังตำแหน่งทางการเมืองยังไม่ไปถึงตรงนั้น แต่เราถือว่าที่พึงพอใจ อย่างน้อยได้เข้ามาเสนอแนะในฐานะที่มีประสบการณ์ความมั่นคงต่อพรรคการเมืองพรรคใหญ่ที่มีโอกาสต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจมีเปอร์เซ็นต์ชนะการเลือกตั้ง จึงขอให้พรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อน เราจะได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะนโยบายที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง”
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
