เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
ดูทั้งหมด

พุทธิพงษ์ : ผู้แทนพรรค คสช. สวมรอยผู้คุมกติกาลงสนามเลือกตั้ง-

04 ต.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

เป็น 1 ในคนการเมืองที่โชกโชนในสมรภูมิการเมืองทั้งใน-นอกสภา เป็นอดีต “หัวหมู่” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็น 1 ใน 4 ทหารเสือ-แกนนำ กปปส.

วันนี้ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” หันหลังให้พรรคที่เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนการเมือง-บ่มเพาะวิชามากว่า 18 ปี

ทว่ากำลังจะเดินหน้าต่อในเส้นทางการเมืองลู่ใหม่ ในฐานะรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในร่มเงาทำเนียบรัฐบาล

สะท้อนเสียงชาวบ้าน

เขาออกตัวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งานที่ได้รับมอบหมายไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองโดยตรง เพราะงานที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมาย คือ การแก้ไขปัญหาของประชาชน การรับเรื่องร้องเรียน-ร้องทุกข์ของประชาชน และการสะท้อนปัญหาของประชาชน เพราะเคยเป็นผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาก่อน

ช่วง 4 ปีที่ผ่าน ความรู้สึก-เสียงสะท้อนของประชาชนในเรื่องปากท้อง-เศรษฐกิจไม่ดี เป็นเสี้ยนหนามตำ “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-ทีมเศรษฐกิจ” มาโดยตลอด เขาจึงมีหน้าที่ต้องสะท้อนให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้รับรู้-รับเห็นความจริงทั้งสองด้าน

“ความรู้สึกของประชาชนว่าเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ตัวเลขจีดีพีจะโตก็เป็นความรู้สึกที่สะท้อน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ต้องรับฟังและต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด แต่อย่างน้อยเมื่อเศรษฐกิจข้างบนโตจะเกิดการจ้างงาน เงินกระจายจะลงสู่เศรษฐกิจฐานล่างแน่นอน”

“แต่ผลงานที่ทำมา 3-4 ปี ไม่มีอะไรที่ทำแล้วได้ประโยชน์ทันทีภายในวันเดียว อาจต้องใช้เวลาเป็นปี อาจจะออกผลปีหน้าซึ่งอาจจะหลังการเลือกตั้งแล้วก็ได้ แต่รัฐบาลไม่ได้คิดว่าเป็นการหาเสียงและผลต้องออกมาก่อนเลือกตั้ง”

เป็น “ผู้แทน” รัฐบาล-คสช.

“4 ปีที่ผ่านมา ผลงานของรัฐบาลเยอะมาก แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาไม่ได้เป็นการเมือง ความแตกต่างระหว่างรัฐบาลที่เข้ามาแบบนี้และไม่ใช่การเมือง คือ ไม่ได้หาเสียง เทียบกับรัฐบาลที่มาจากการเมืองทำอะไรก็ต้องป่าวประกาศ มีตัวแทน ส.ส.ในต่างจังหวัด อำเภอ เพื่อบอกว่า นี่ ผลงานเรานะ เอางบฯมาให้นะ”

“แต่พอเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารก็ทำงานอย่างเดียว ไม่มีการสื่อสารลงไปสู่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ไม่มี ส.ส. ไม่มีตัวแทนลงไปพูดเพื่อทำคะแนน”

“และด้วยการทำงานรวดเร็ว เด็ดขาดของทหาร ทำงานอย่างเดียว ไม่มีการประชาสัมพันธ์ แม้กระทั่งการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนในภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย ๆ”

“ดังนั้นผมจะเข้ามาทำหน้าที่สร้างการรับรู้ผลงานของรัฐบาล แม้เวลาที่เหลือไม่ได้เยอะ ไม่กี่เดือน คนก็ถามว่าจะเข้ามาทำอะไร แต่ผมมองว่าเรื่องที่จะทำไม่ได้เกี่ยวกับเวลา ทำแล้วจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่มาทำดีกว่าไม่ทำ”

เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย

เขาวิเคราะห์ว่า แม้รัฐบาลจะมีสื่อของรัฐทุกช่องทาง-ออกรายการเดินหน้าประเทศไทยทุกวัน-พบประชาชนทุกคืนวันศุกร์ แต่ผลงานของรัฐบาลที่ลงแรงไปประชาชนกลับไม่ได้ยิน

“ท่านรัฐมนตรีก็ดี ท่านายกฯก็ดี ด้วยความเป็นทหาร มีความตั้งใจทำงาน โดยไม่ได้คิดถึงว่าจำเป็นไหมที่ต้องมาสื่อสาร อธิบายให้ประชาชนเข้าใจมาก เพราะคิดว่าการตั้งใจก้มหน้าก้มตาทำงานก็เป็นความตั้งใจที่ดี ก็เลยมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะแก้ปัญหา โดยไม่ได้คิด”

“ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากนักการเมือง อาจถนัดหน่อยในการหาเสียง ทำผลงานอะไรก็ไปป่าวประกาศให้ประชาชนได้รู้ว่าทำ เพราะอยากได้คะแนน แต่รัฐบาลนี้ทำงานมา 4 ปี ไม่ได้คิดเรื่องโหมดของการหาเสียงเลย มุ่งหน้าทำงานอย่างเดียว”

ถึงแม้การเข้ามาร่วมหอลงโรงกับรัฐบาล-คสช. จะไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมือง แต่เขายอมรับว่า ย่อมมีเรื่องการประสานงานการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งเมื่อรัฐบาลเร่งเครื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง จึงถูกมองว่าเป็นการ “หาเสียง” เพื่อต้องการ “ไปต่อ”

“มันเป็นจังหวะและโอกาสมากกว่า การที่ 4 ปีที่ผ่านมาตั้งใจทำงานอย่างเดียว ไม่ได้เป็นเรื่องผิดหรือเรื่องแปลก คนอาจจะมองว่าเข้ามาตอนนี้เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้ง”

“ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า เมื่อเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ไม่ว่ารัฐบาลนี้จะเป็นใครก็ตาม จะไปต่อหรือไม่ ประชาชนเป็นคนเลือก เป็นคนตัดสิน ไม่มีใครบอกได้ว่า ใครจะไปต่อ หรือใครจะไม่ได้ไปต่อ ทุกอย่างต้องกลับไปสู่การเลือกตั้ง”

“เพื่อความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะไปต่อ หรือไม่ไปต่อก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ ผลงานและความตั้งใจของรัฐบาลที่ทำมา 4 ปี ควรมีการสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบในข้อมูลที่เป็นจริง”

“ท้ายสุดเมื่อถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะชั่งน้ำหนักเอง แต่ก่อนจะถึงวันนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล โดยการนำผลงานและสิ่งที่ทำไปให้ประชาชนได้รู้ แต่ถ้าไม่สื่อสารให้ประชาชนรู้เลย อาจจะไม่เป็นธรรมกับรัฐบาลมากนัก”

ทหารทำให้บ้านเมืองสงบ

เมื่อ “นักการเมืองรุ่นเก่า” กำลังจะถูก “นักการเมืองรุ่นใหม่” disrupt การเพิ่มสัดส่วนนักการเมืองในรัฐบาลทหารเพิ่มขึ้น อาจจะเพื่อตั้งรับนักการเมือง disrupt ทหารที่คิดจะลงมาเล่นการเมืองเช่นกันหรือไม่ เขาเห็นต่าง

“ผมมองกลับกัน วันนี้รัฐบาลที่เข้ามาในตอนต้นเป็นรัฐบาลทหาร ต้องมองที่มาที่ไปของรัฐบาลทหารว่า ที่ผ่านมาประเทศเกิดวิกฤตอะไรบ้าง เมื่อเข้ามาแล้ว เขาทำให้บ้านเมืองสงบอย่างไรบ้าง”

“วันนี้พอบ้านเมืองสงบมาได้พักหนึ่ง ก็ไปคำนึงถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยเสริม เช่น เศรษฐกิจเป็นอย่างไร จะทำงานการเมืองกันได้ไหม การเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร จะมีเรื่องผลประโยชน์หรือไม่ แต่ลืมว่า ความสงบในบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ”

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ประเทศต้องสงบสุขก่อนมาอันดับ 1 ถึงจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในด้านอื่น ๆ ได้ หลังจากนั้นถึงจะระดมคนที่มีความสามารถแต่ละด้านเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านอื่น ๆ”

แม้ออกตัวว่า “จ็อบดิสคริปชั่น” คือ การเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล-สะท้อนปากเสียงประชาชน ให้เข้าหูประมุขฝ่ายบริหารบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ทว่าปฏิเสธได้ยากที่จะไม่ต้องรับแรงกระแทก-ชี้แจงแทนรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ ปมสืบทอดอำนาจ ภายหลังเปิดตัว-เปิดชื่อ พปชร.

เคลียร์ทุกหมวกก่อนเลือกตั้ง

ข้อกล่าวหาว่า การมีรัฐมนตรี-คนในรัฐบาลเป็นหัวหน้า-เลขาธิการสวมหมวกพรรคการเมือง รวมถึงตัว “พุทธิพงษ์” ก็สวมหมวก กก.บห.พปชร.อีกใบ จึงถูกจับตามอง-สปอตไลต์ฉายจับจะถูกมองว่าสวมหมวก 2 ใบ-เอาเปรียบพรรคการเมืองคู่แข่ง ควรจะลาออกหรือไม่

“คำถามนี้ยังเร็วเกินไป คำถามนี้ควรถามเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งออกมาก่อนว่าจะรักษาการต่อไปหรือไม่ หรือจะสวมหมวกใบเดียว”

“ตอนนี้ยังไม่ได้ยินท่านนายกฯบอกว่าจะไปอยู่พรรคไหนเลย ท่านบอกเพียงสนใจการเมือง ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ว่าจะสังกัดพรรคไหน สมาชิกพรรคใด”

ในฐานะที่ปรึกษางานการเมือง เขาชั่งน้ำหนักบวก-ลบ ระหว่างประกาศว่าจะอยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคการเมือง กับรอเทียบเชิญพรรคการเมืองมาเป็นนายกฯคนนอกของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า

“คงตอบแทนท่านยากมาก เพราะยังไม่แน่ใจว่าท่านจะทำงานการเมืองต่อไปหรือไม่ จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร แต่ถ้าท่านตัดสินใจทำงานการเมือง แน่นอนย่อมเป็น 2 ทางนี้”

“สองทางนี้มีทั้ง ข้อดี-ข้อเสีย ต้องดูสถานการณ์ในวันนั้นว่า คนคนนั้นควรจะเป็นใคร และสถานการณ์ในวันนั้นของการเมืองในแต่ละพรรค สถานการณ์เกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเป็นจริง คาดการณ์ไม่ได้เลย”

ไม่ใช่กรรมการ-เป็นผู้เล่น

เขาแก้ต่างให้กับรัฐบาล-คสช. หากจะลุกออกจาก “กรรมการ” ลงมาเป็น “ผู้เล่น” อาจถูกโจมตีจากทุกพรรคการเมือง

“ผมไม่ได้มองว่า ท่านนายกฯเป็นกรรมการ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง สมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้ารัฐประหารก็ตั้งพรรค (มาตุภูมิ) รัฐบาลเลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี”

“อย่ามองว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารแล้วทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกคนก็กลับเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปได้”

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”