เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
Economic เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
Biz Movement สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
“ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
Economic “ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ไม่กระทบไทยโดยตรง จับตาใต้เสี่ยงน้ำท่วม 23-26 ต.ค.
News ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ไม่กระทบไทยโดยตรง จับตาใต้เสี่ยงน้ำท่วม 23-26 ต.ค.
3 กสทช. โต้ เลขาฯ ไม่มีการลบเทปเสียงประชุม ย้ำประชุมพิเศษที่ไม่มี นพ.สรณ ถูกต้องตามกฎหมาย
Tech 3 กสทช. โต้ เลขาฯ ไม่มีการลบเทปเสียงประชุม ย้ำประชุมพิเศษที่ไม่มี นพ.สรณ ถูกต้องตามกฎหมาย
ดูทั้งหมด

8 เดือนแรกยอดใช้สิทธิ FTA และ GSP พุ่งเฉียด 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

16 ต.ค. 2561 | 13:38น.

กรมการค้าต่างประเทศเผยยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ทั้ง FTA และ GSP ในช่วง 8 เดือนของปี 61 มีมูลค่า 4.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.12% เผยในกรอบ FTA อาเซียนนำโด่ง ตามด้วยจีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ส่วนการใช้สิทธิ GSP สหรัฐฯ ใช้สิทธิมากสุด คาดทั้งปี ยอดใช้สิทธิรวมทะลุ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10%

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในช่วง 8 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ส.ค.) ว่า มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ รวมอยู่ที่ 49,891.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.12% หรือมีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์อยู่ที่ 74.64% ของการได้รับสิทธิทั้งหมด โดยแบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 46,721.43 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.77% หรือมีอัตราการใช้สิทธิ 75.91% และการส่งออกภายใต้ GSP มูลค่า 3,169.93 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.35% หรือมีอัตราการใช้สิทธิ 59.84%

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้จัดทำความตกลง FTA ทั้งสิ้น 12 ฉบับ และตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาเซียน มูลค่า 17,853.31 ล้านเหรียญสหรัฐ 2) จีน มูลค่า 11,890.12 ล้านเหรียญสหรัฐ 3) ออสเตรเลีย มูลค่า 6,260.61 ล้านเหรียญสหรัฐ 4) ญี่ปุ่น มูลค่า 4,998.82 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5) อินเดีย มูลค่า 2,990.25 ล้านเหรียญสหรัฐ

และเมื่อพิจารณาอัตราการขยายตัวของมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ พบว่าตลาดนิวซีแลนด์เป็นเพียงตลาดเดียวมีอัตราการขยายตัวเป็นลบ ในขณะที่ทุกตลาดที่เหลือมีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด คือ เปรู เพิ่ม 59.66% รองลงมาคือ จีน เพิ่ม 31.36% และอินเดีย เพิ่ม 25.07%

สำหรับกรอบความตกลงการค้าเสรีที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ไทย-ชิลี ร้อยละ 104.30 2) ไทย-ออสเตรเลีย ร้อยละ 91.93 3) อาเซียน-จีน ร้อยละ 90.75 4) ไทย-ญี่ปุ่น ร้อยละ 88.32 และ 5) อาเซียน-เกาหลี ร้อยละ 88.03 และรายการสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์บรรทุก ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ ทุเรียน น้ำตาลจากอ้อย และน้ำมันปิโตรเลียม

นอกจากนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ในช่วง 8 เดือน พบว่าประเทศที่ไทยใช้สิทธิส่งออกในแง่ของมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เวียดนาม 5,055.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 2) อินโดนีเซีย 4,503.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯและ 3) ฟิลิปปินส์ 3,791.53 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยน่าจับตาการส่งออกไปเมียนมาที่มีอัตราการขยายตัวการใช้สิทธิเพิ่มขึ้นกว่า 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์จากไทยกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเมียนมา ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ที่มีความต้องการสินค้าที่ใช้ในการก่อสร้างจำนวนมาก

ในส่วนของอินโดนีเซียซึ่งที่ผ่านมาผู้ส่งออกส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการเข้าสู่ตลาด พบว่าอินโดนีเซียเพิ่งออกประกาศลดภาษีสินค้าตามพันธกรณีการค้าสินค้าภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น ทำให้ผู้ส่งออกสามารถขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่นได้แล้ว โดยผู้ส่งออกสามารถขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฟอร์ม AJ เพื่อส่งออกไปยังอินโดนีเซีย รวมถึงสามารถนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น และนำมาสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าในไทยเพื่อส่งออกไปยังประเทศภาคีสมาชิกความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อขายผ่านนายหน้าหรือประเทศที่ 3 ทั้งในระบบ Third Country Invoicing และแบบ Back-to-Back ไปอินโดนีเซียได้ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ผู้ส่งออกสามารถใช้ความได้เปรียบจากการได้สิทธิประโยชน์ทางการค้านี้ในการสร้างความสามารถทางการแข่งขันได้อีกด้วย

นายอดุลย์กล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP ปัจจุบันไทยยังคงได้รับสิทธิจาก 5 ระบบ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราชนอร์เวย์ และญี่ปุ่น โดยในช่วง 8 เดือน มีการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบ GSP สหรัฐอเมริกามากที่สุด คือ ประมาณ 90% ของมูลค่าการใช้สิทธิ GSP ทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าการใช้สิทธิอยู่ที่ 2,858.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.56% หรือมีอัตราการใช้สิทธิ 68.46% ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิ GSP ซึ่งมีมูลค่า 4,176 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ GSP สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มอื่นๆ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง และรถจักรยานยนต์

สำหรับการใช้สิทธิ GSP ไปยังสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์นับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป กรมฯ ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบการรับรองตนเองของผู้ส่งออก (Registered Exporter: REX system) เต็มรูปแบบแทนการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form A) โดยในช่วง 8 เดือน การใช้สิทธิฯ GSP ภายใต้ระบบ REX สวิตเซอร์แลนด์มีมูลค่ารวม 186.21 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการใช้สิทธิร้อยละ 33.10 เมื่อเทียบกับการส่งออกรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิ และสำหรับการใช้สิทธิ GSP ภายใต้ระบบ REX นอร์เวย์ มีมูลค่ารวม 14.16 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการใช้สิทธิร้อยละ 69.51 เมื่อเทียบกับการส่งออกรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหลายฝ่ายยังมีความกังวลต่อเสถียรภาพนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ และความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่กรมฯ มั่นใจว่ามูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย

โดยตลอดปี 2561 ได้ตั้งเป้าหมายอัตรการขยายตัวมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ ไว้ที่ 9% คิดเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ประมาณ 70,794 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ ในช่วง 8 เดือน คิดเป็นร้อยละ 70.5 ของเป้าหมายมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ โดยเมื่อพิจารณาถึงมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากการส่งออกของไทยที่มีการกระจายตัวในตลาดใหม่ๆ และศักยภาพในการขยายตลาดที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมทั้งการปรับปรุงระบบการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงมั่นใจว่ามูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯ จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวมากกว่า 10% ตลอดทั้งปี