เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
Economic เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
Politics เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
ดูทั้งหมด

กระทุ้งรัฐกู้วิกฤตทัวร์จีน รีเซตทั้งระบบ-หวั่นปีหน้าทรุดหนัก-

19 ต.ค. 2561 | 07:00น.

เอกชนท่องเที่ยวไทยเร่งวางกรอบใหม่ทั้งระบบ กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย-โปรแกรมทัวร์คุณภาพ หนุนภาพลักษณ์ของประเทศ-ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน พร้อมเสนอรัฐบาลพิจารณามาตรการกระตุ้นด้านวีซ่า-ซับซิไดซ์ชาร์เตอร์ไฟลต์จีนให้กลับมาบินตามปกติแบบเร่งด่วนอีกรอบ 18 ตุลาคมนี้ หวังทำการตลาดทันช่วงปลายปี-ตรุษจีน ก่อนที่ปีหน้าไทยจะสูญเสียนักท่องเที่ยวจีนบางส่วนแบบถาวร

นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงลดลงต่อเนื่องต่อไปอีกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ หลังจากที่ยังคงปรับตัวลดลงกว่า 30% ในช่วงโกลเด้นวีก (1-7 ตุลาคม 2561) ที่ผ่านมา สมาคมแอตต้าและกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยในหลายภาคส่วนจึงได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานในด้านการให้บริการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนอย่างเร่งด่วน พร้อมเตรียมนำเสนอที่ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

วางกรอบความปลอดภัย

โดยมาตรการด้านความปลอดภัยที่จัดทำขึ้นจะครอบคลุมการท่องเที่ยวทางรถและทางเรือ สำหรับรถนั้นได้กำหนดให้มีหน่วยตรวจสอบสภาพรถทุกคันก่อนนำมารับนักท่องเที่ยวที่สนามบิน รถทุกคนต้องมีเครื่องเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์พนักงานขับรถ และกำหนดให้พนักงานขับรถทำงานได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน

“ในระยะยาวอาจต้องกำหนดอายุรถที่จะนำมาให้บริการนักท่องเที่ยวต้องไม่เกินกี่ปี ๆ พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานราคาที่ชัดเจน เช่น รถอายุ 1-3 ปี ราคาเช่าต่อวันเท่าไหร่ รถอายุ 3-5 ปี ราคาเช่าต่อวันเท่าไหร่ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการให้เช่ารถลงทุนรถใหม่มากขึ้น เพราะราคาให้เช่าก็จะสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันการสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวก็จะมีความชัดเจนว่า หากนักท่องเที่ยวจ่ายในราคาสูงก็จะรับการบริการในมาตรฐานที่สูงเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายนักท่องเที่ยวเองก็จะมีข้อมูลว่า มูลค่าที่ตัวเองจ่ายไปนั้นจะได้รับมาตรฐานบริการในระดับไหน อย่างไร” นายสุรวัชกล่าว

ส่วนความปลอดภัยทางเรือ กำหนดให้เรือต้องมีอุปกรณ์ครบและชัดเจนตามระเบียบการเดินเรือ พนักงานขับเรือต้องสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินได้ ภาครัฐต้องมีช่องทางสื่อสารประกาศเตือนภัยถึงเรือทุกลำที่ออกทะเล และท่าเรือที่ให้บริการขึ้น-ลงนักท่องเที่ยวทุกแห่งต้องมีมาตรฐาน

กำหนดมาตรฐานโปรแกรมทัวร์

นอกจากนี้ สมาคมแอตต้ายังได้กำหนดมาตรฐานโปรแกรมทัวร์ที่ชัดเจน ประกอบด้วย 1.กำหนดให้จัดโปรแกรมช็อปปิ้งได้ไม่เกิน 2 ด่าน 2.ออปชั่นทัวร์ขายได้ไม่เกิน 3,000 บาท หรือ 600 หยวน 3.กำหนดราคาอาหารที่ชัดเจนในโปรแกรมทัวร์ 4.โรงแรมที่ใช้บริการต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (โดยให้สมาคมโรงแรมเป็นผู้ดูแล) 5.ใช้มัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย 6.ต้องเป็นบริษัทที่เป็นคู่ค้ากับเว็บไซต์ของทางการท่องเที่ยวจีน และ 7.ให้ตรวจสอบการเสียภาษีของกลุ่มผู้ประกอบการ

วอนรัฐหนุนชาร์เตอร์ไฟลต์จีน

ขณะเดียวกัน สมาคมแอตต้าและกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะยังคงเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนมาตรการเร่งด่วนเพื่อดึงให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวเมืองไทยตามปกติโดยเร็ว ประกอบด้วย ขอให้พิจารณาเรื่อง double entry visa หรือทำวีซ่าครั้งเดียว ใช้เดินทางได้ 2 ครั้ง และสนับสนุนชาร์เตอร์ไฟลต์ของจีนให้ทำการบินเข้าประเทศไทย (subsidise) บางส่วน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนได้เข้ามาจับจ่ายในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ราว 40,000-50,000 บาทต่อคนต่อทริป รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการคนไทยที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนเฉพาะกิจและช่วยเหลือด้านมาตรการภาษี

“ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีท่องเที่ยวส่วนใหญ่ บางครั้งมีโอกาสรับกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ 200-300 คน แต่เงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ หากผู้ประกอบการสามารถนำสัญญาการทำธุรกิจกับคู่ค้ามาแสดงเพื่อกู้เงินหมุนเวียนระยะสั้นได้ จะช่วยให้เอสเอ็มอีมีศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น”

หวังทำตลาดทันปลายปี-ตรุษจีน

อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มาตรการต่าง ๆ ที่นำเสนอไปนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณาและประกาศใช้ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งฝ่ายไทยและฝั่งจีนเริ่มทำการตลาดได้ทันเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดียาวไปถึงช่วงตรุษจีนปี 2562 ด้วย

“นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่กลุ่มที่ไม่มีความมั่นใจและไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทยทั้งหมด ส่วนหนึ่งยังอยากมาเที่ยวไทยอยู่ แต่ไม่สะดวกในด้านการเดินทาง เพราะสายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์หยุดให้บริการประเด็นนี้เป็นสิ่งที่เราเป็นห่วงมากที่สุด หากไทยยังไม่ทำอะไรเรียกคืนความเชื่อมั่นให้ชาร์เตอร์ไฟลต์กลับมาบินเหมือนเดิม ชาร์เตอร์ไฟลต์จีนจะมองหาตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดไทย และจะทำให้เราสูญเสียตลาดในช่วงตรุษจีน และอาจเป็นการสูญเสียอย่างถาวรได้” นายสุรวัชกล่าว

“ทัวร์จีน” ยังลดลงต่อเนื่อง

ทั้งนี้จากการมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างต่อเนื่องพบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ผ่านสมาคมแอตต้า (นักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ) รวม 2.54 ล้านคน ลดลงเฉลี่ย 26.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 และพบว่าในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมกราคมขยายตัว 39.35% กุมภาพันธ์ 33.18% มีนาคม 15.09% เมษายน 17.50% และพฤษภาคม 2.31%

นายสุรวัชกล่าวว่า แต่นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจีนเริ่มปรับตัวลดลง เดือนมิถุนายนปรับตัวลดลง 2.04% กรกฎาคมซึ่งเกิดเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตลดลง 22.17% สิงหาคมลดลง 36.49% และกันยายนลดลง 39.19% และยังคงลดลงกว่า 30% ในช่วงโกลเด้นวีก (1-7 ตุลาคม 2561) และค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงลดลงต่อเนื่องต่อไปอีกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สมาคมแอตต้าประเมินว่ามาจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจของจีนเอง ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของไทย หลังจากเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต โรคไข้เลือกออกระบาด การทำร้ายนักท่องเที่ยวจีนที่ดอนเมือง ซึ่งเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยส่งผลกระทบหนักสุดในช่วงที่ผ่านมา” นายสุรวัชกล่าว

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”