เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ดูทั้งหมด

‘ทิสโก้’เล็งปรับเป้าจีดีพีใหม่ หลัง2ปัจจัยหลัก ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว’ ชะลอตัว

31 ต.ค. 2561 | 08:22น.

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า แม้ว่าในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2561 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีในอัตรา 4.9% และ 4.6% ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยได้รับแรงส่งจากการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชน ประกอบกับการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่าคาด เพราะมีปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศกดดัน อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ติดลบอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกนกฎาคม 2561

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รวมถึงการอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของค่าเงินของประเทศคู่ค้าซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทย

“การส่งออกและท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมีประเด็นหลายอย่างเข้ามากระทบ ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงฉุดให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดย TISCO ESU อยู่ระหว่างปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จากปัจจุบันที่ประเมินว่าในไตรมาส 4 ของปี 2561 GDP ไทยจะเติบโตในระดับ 4.3% และทั้งปี 2561 จะเติบโต 4.4% ขณะที่ปี 2562 คาดว่า GDP ไทยจะเติบโต 4.2%” นายคมศรกล่าว

โดยในประเด็นการท่องเที่ยวของไทยที่ปัจจุบันมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนเกือบหนึ่งในสามของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดนั้น พบว่า หลังเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดนักท่องเที่ยวจีนในเดือนกันยายน 2561 เริ่มหดตัว 14.9% หากย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีต เช่น เหตุประท้วงและการรัฐประหารในปี 2557 และเหตุระเบิดพระพรหมในปี 2558 พบว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะทรุดลงไปประมาณ 4 เดือน ก่อนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเดือนที่ 5 จึงคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะยังไม่ฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 ปี 2561

สำหรับแรงกดดันในส่วนภาคการส่งออกของไทยจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนเริ่มได้รับผลกระทบดังกล่าวแล้ว โดยยอดการส่งออกเดือนกันยายน 2561 หดตัว 5.2% และการส่งออกไปจีนหดตัว 14.1% ซึ่ง คาดว่าการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังจีนจะยังถูกกดดันต่อในไตรมาส 4 เนื่องจาก ปัจจัยบวกจากการเร่งส่งออกสินค้าของจีนเริ่มหมดลง หลังจากภาษีนำเข้าสินค้าก้อนใหญ่มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กันยายน 2561

นอกจากนี้ยังประเมินว่า การอ่อนค่าลงอย่างมากของเงินในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (EM) จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะกดดันการส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 4 โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ค่าเงินของประเทศ EM หลายประเทศอ่อนค่าลงรุนแรง จากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จุดชนวนให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคและทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเกิดความผันผวน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทยที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามาโดยตลอดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

อีกทั้งหากพิจารณาถึงประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย พบว่าประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย เมียนมาร์ แอฟริกาใต้ บราซิล ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันถึงเกือบ 20% ของมูลค่าการส่งออกไทย พบว่า นับจากต้นปีมีการอ่อนค่าลงของค่าเงินมากกว่า 8% เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกของไทยมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงตามไปด้วย

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว ส่งออก