สิ่งสำคัญ ที่เด็กไทยควรเรียนรู้-
คอลัมน์ Education Ideas
โดย ปกรณ์ วิชยานนท์
หากเรานำวงจรของการศึกษามาพิจารณาตั้งแต่ต้นจนจบ จะเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายสุดท้ายของการศึกษามีอยู่ 2 ประการหลัก คือ (1) ได้งานทำในสายงานที่ตนชอบ และหรือสำเร็จการศึกษา (2) ประสบความเจริญก้าวหน้าในการประกอบอาชีพนั้น ๆ ทั้งในแง่รายได้ ตำแหน่ง ความสุขทางใจจากการทำงาน และเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการ
ทั้งนั้น เป้าหมายหลัก 2 ประการนี้ชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากวิชาการในหลักสูตรปกติของการศึกษาในระดับประถมและมัธยมแล้ว รัฐควรจัดแบ่งเวลามาเล็กน้อย (เช่น สัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง) ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์อย่างยาวนานในแต่ละสาขาวิชาชีพมาบรรยายให้นักเรียนระดับประถม, มัธยม ฟังว่าในแต่ละสาขาอาชีพ ผู้ประกอบการจะต้องมีความสามารถอย่างไร เหนื่อยมากน้อยเพียงไร หาลูกค้าได้ลำบากหรือไม่ ได้ค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยเท่าใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญอันใดบ้าง การบรรยายเช่นนี้จะช่วยชี้แนะให้นักเรียนระดับประถม, มัธยม สามารถไตร่ตรองอย่างถูกต้องว่าสาขาวิชาชีพใดตรงกับความชอบที่แท้จริงของตน
ถึงแม้ว่านักเรียนจะสามารถเลือกเรียนต่อในสาขาวิชาชีพที่ตนชอบ สอบเข้าวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย ได้ตามที่ต้องการ และสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนั้น ๆ ได้ครบถ้วน แต่ไม่ได้ค้ำประกันว่านักศึกษาผู้นั้นจะได้งานทำในสาขาวิชาชีพที่เรียนมา นอกจากนั้น แม้ว่าจะโชคดีหางานดังกล่าวทำได้บ้าง แต่อาจไม่ประสบความสำเร็จหรือสุขกายสบายใจตามที่ต้องการก็ได้ เพราะประสบอุปสรรคในหลายรูปแบบ เช่น ไม่สามารถทำงานได้ตามที่นายจ้างต้องการ ไม่สามารถเข้ากับผู้ร่วมงานได้
ดังนั้น 2 ช่องทางที่จะช่วยลดอุปสรรคหรือแรงกดดันเหล่านั้นได้ คือ (1) เพิ่มบทบาทให้บริษัทนายจ้างแสดงออกแก่นักศึกษาว่าต้องการคนแบบไหนและต้องมีความสามารถอย่างไร (2) ผู้เข้าเริ่มงานควรมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งเจ้านาย ลูกน้อง และผู้ร่วมงาน ซึ่งมนุษยสัมพันธ์ที่ดีที่กล่าวถึงในที่นี้มีความหมายครอบคลุมทั้งในและนอกเวลาทำงาน รวมถึงเรื่องทางการ และเรื่องส่วนตัว โดยการได้มาซึ่งมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทำได้ไม่ยาก หากเราสามารถสร้างนิสัยของเราให้ยิ้ม คุย ชม กับทุกคนที่เราพบปะด้วย เพราะยิ้ม คุย ชม จะช่วยบุกเบิกไปสู่ความประทับใจ และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ร่วมงาน และแขกหรือลูกค้า
คำถามสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรเราถึงจะสามารถสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีขึ้นมาได้อย่างถาวร คำตอบคือหมั่นฝึกฝน “วิปัสสนากรรมฐาน” อย่างสม่ำเสมอ เพราะวิปัสสนากรรมฐานจะช่วยสร้างสติให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรมนั้นสามารถรู้ตัว (aware) หรือ “ทันปัจจุบัน” อยู่ตลอดเวลา
จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้เชี่ยวชาญในพุทธศาสนามักกล่าวว่าโดยแท้จริงแล้ว วิปัสสนากรรมฐานเป็นแกนหลักของแทบทุกศาสนา เพราะแม้ในทุกศาสนาจะมีศีลธรรมหรือคำสอนไว้มากมายหลายรูปแบบก็ตาม แต่ถ้าผู้ถือศาสนานั้น ๆ ไม่มีความรู้ตัว หรือไม่ทันปัจจุบันได้ในขณะนั้น ผู้นั้นอาจปฏิบัติตนผิดพลาด หรือไม่สอดคล้องกับศีลธรรมคำสอนที่เรียนมาได้ง่าย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ กิเลส, โลภ, โกรธ, หลง กิเลสเหล่านี้มีอิทธิพลเป็นอันมากจนสามารถดึงดูดใจให้ผู้ถือศาสนานั้น ๆ ประพฤติผิดศีลได้ง่าย ช่องทางที่จะช่วยป้องกันการผิดศีลคือมีความรู้ตัว หรือทันปัจจุบันอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่วิปัสสนากรรมฐานช่วยฝึกให้เกิดขึ้นได้
การฝึกวิปัสสนากรรมฐานในพุทธศาสนานั้น กระทำได้ไม่ยากผ่านการนั่งสมาธิ และเดินจงกรม โดยขณะที่นั่งสมาธิก็กำหนดยุบหนอ พองหนอ ตามลมหายใจ นอกจากนั้น ก็กำหนดตามสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ทันทีที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น เช่น คิดหนอ เจ็บหนอ ง่วงหนอ ฯลฯ ส่วนในขณะที่เดินจงกรมก็กำหนดขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ
ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานควรได้รับการสอบอารมณ์จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เสมอ เพราะเมื่อสมาธิเข้มข้น หรือละเอียดถี่ถ้วนขึ้น สิ่งที่ผู้ปฏิบัติต้องกำหนดจะละเอียดมากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งถ้าการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กมากเพียงไร (เช่น เมื่ออายุ 10-14 ปี) โอกาสที่ผู้ฝึกจะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติยิ่งมีมากขึ้น เพราะในวัยเด็กมักมีสิ่งที่มารบกวนอารมณ์และสมาธิในการกำหนดจิตใจน้อยลงไปตามวัย
นอกจากนั้น ผลพลอยได้จากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตั้งแต่อายุยังน้อยคือสติสัมปชัญญะที่มีมากขึ้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลให้แก่การเล่าเรียนในสถาบันการศึกษา และช่วยสร้างนิสัยให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายของการศึกษาที่กล่าวข้างต้น อันได้แก่ สามารถหางานทำได้ และประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน
กล่าวในอีกแง่หนึ่งคือวิปัสสนากรรมฐานจะช่วยสร้างนิสัย “คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ” ได้อย่างสม่ำเสมอ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
