เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
ดูทั้งหมด

เปิดแผนยกเครื่องอาชีวะ ติดปีกแรงงานเพิ่มสปีด ศก.ประเทศ

26 ม.ค. 2562 | 08:01น.
ปัจจุบันรายได้ประชาชาติต่อหัวของประเทศไทยในปี 2560 อยู่ที่ 5,960 ดอลลาห์สหรัฐ หรือประมาณ 16,300 บาทต่อเดือน และจากการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรไทยพบผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ถึงร้อยละ 74.84 ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนในเรื่องของอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะสูง

สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย จึงทำงานวิจัยเรื่อง “พัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง” โดย “ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์” ผู้อำนวยการด้านนโยบายสาธารณะ สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ฉายภาพถึงแรงงานไทยว่า 27 ล้านคนมีการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือต่ำกว่า และแรงงานกลุ่มใหญ่ 37 ล้านคน มีการศึกษาระดับ ม.ต้น หรือต่ำกว่า ดังนั้น โจทย์คือจะพัฒนาคนกลุ่มนี้ให้มีทักษะสูงได้อย่างไร เพื่อสอดรับ technology disruption ซึ่งภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการแรงงานที่มีทักษะใหม่ ๆ และมีทักษะหลากหลาย

“จำนวนนักเรียนที่เรียนต่อสายอาชีวศึกษายังไม่ได้กระเตื้องมาอยู่ในสัดส่วนที่ภาครัฐเคยวางไว้ คือ อยู่ที่ 50 : 50โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้วจำนวนนักเรียนอาชีวศึกษาอยู่ที่ 30% กว่า ๆ ยังตามหลังจำนวนนักเรียนสายสามัญอยู่มาก สวนทางกับภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการคนด้านอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี”

“วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ” นักวิเคราะห์นโยบาย สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ปัญหาหลักของอาชีวศึกษาไทย คือ งบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ เห็นได้จากงบประมาณรายหัว ปีการศึกษา 2562 ของนักเรียนสายอาชีวศึกษายังน้อยกว่าสายสามัญ 13% โดยนักเรียนสายอาชีวศึกษาได้งบประมาณรายหัว 25,042 บาท/คน/ปี นักเรียนสายสามัญได้งบประมาณรายหัว 28,261 บาท/คน/ปี

ขณะที่งบประมาณด้านครุภัณฑ์การศึกษาของอาชีวศึกษาก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งงบประมาณครุภัณฑ์การศึกษาเฉลี่ยรวม 10 ปี คิดเป็น 7.3% ของงบประมาณด้านการศึกษาอาชีวศึกษาทั้งหมด (งบประมาณทั้งหมดของปี 2562 อยู่ที่ 27,000 ล้านบาท) รวมถึงมีจำนวนเครื่องจักรไม่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียน โดยไทยมีจำนวนเครื่องจักรต่อนักเรียน 1 : 100 และอัพเกรดเครื่องจักรทุก 14 ปี ส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรอย่างทั่วถึง และเครื่องจักรที่เรียนก็ถือว่าตกยุค ไม่ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว


“อีกปัญหาสำคัญ คือ บุคลากร โดยไทยมีจำนวนครูต่อนักเรียน 1 : 50 แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่มีสัดส่วน 1 : 25 หรืออินโดนีเซียอยู่ที่ 1 : 45 นอกจากนั้น หลักสูตรของไทยยังเน้นทฤษฎีมากกว่าการฝึกปฏิบัติ เพราะมีระยะเวลาการศึกษาในห้องเรียน 83.37% และฝึกงาน 16.67% ขณะที่ประเทศเยอรมนี, ฟินแลนด์ และมาเลเซีย เน้นการฝึกงานอย่างมาก โดยนักเรียนจะมีเวลาในการฝึกงานถึง 70-80% และประเทศสิงคโปร์จะให้ระยะเวลาในห้องเรียนกับฝึกงานอย่างละ 50%”

“ดร.ธราดล” เสนอแนะว่า เพื่อยกระดับอาชีวศึกษาและแรงงานให้มีคุณภาพ รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนเรียนฟรี ปวช. และ ปวส. ทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมสายช่าง และสายพาณิชย์ พร้อมทั้งควรให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติม (โบนัส) อีก 10% ตามสัดส่วนของนักเรียนที่สอบผ่านมาตรฐานประเมินปลายปีของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน

นอกจากนี้ รัฐควรสร้างระบบทวิภาคีอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการออกกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ต้องมีอัตราส่วนลูกจ้างต่อนักเรียนฝึกงาน 50 : 2 ซึ่งรัฐและผู้ประกอบการต้องสนับสนุนค่าจ้างให้เด็กฝึกงาน แต่สัดส่วนของการออกเงินสนับสนุนแตกต่างกันตามขนาดธุรกิจ เช่น หากเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี รัฐและผู้ประกอบการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกันฝ่ายละ 50% แต่หากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 100%

“ไม่เพียงเท่านั้น ภาคอุตสาหกรรม สมาคมผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหลักสูตร โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดตั้ง internship centre ในการเป็นศูนย์กลางระหว่างภาคเอกชน สถานศึกษา และนักเรียน เพื่อกระจายเด็กฝึกงานไปยังสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ”

ในทางเดียวกัน หลักสูตรของอาชีวศึกษาควรปรับใหม่ ให้มีการเรียนภาคทฤษฎี 3 เดือน สลับกับการฝึกงาน 3 เดือน เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสฝึกงาน 50% ตลอดระยะเวลาการเรียน ซึ่งหากพวกเขาได้รับเงินค่าจ้างระหว่างการฝึกงาน จะทำให้มีรายได้ระหว่างเรียนประมาณ 50,000 บาท/ปี โดยสามารถใช้เป็นค่าครองชีพได้ และเมื่อมีค่าครองชีพมากพอ จะช่วยลดการตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน สำหรับคนที่ไม่เข้าร่วมโครงการฝึกงาน รัฐควรขยายวงเงินกู้ยืมการศึกษาในส่วนค่าครองชีพจาก 28,800 บาท เป็น 48,000 บาท ในทุกระดับชั้น

“ดร.ธราดล” กล่าวเพิ่มเติมว่า การยกระดับแรงงานไทยนั้นไม่เพียงมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาชีวศึกษา ต้องมองถึงการเพิ่มทักษะการทำงานให้กับประชาชนด้วยโดยรัฐควรให้คูปองฝึกทักษะมูลค่า 3,500 บาท จำนวน 1 ล้านใบ/ปี เพื่อให้ประชาชนนำคูปองไปใช้กับสถานศึกษาที่เปิดรายวิชา หรือหลักสูตรที่สอนอยู่แล้วให้กับบุคคลภายนอก หรือสถาบันเอกชนที่จัดหลักสูตรอบรมระยะสั้น

การดำเนินงานในเรื่องนี้จะช่วยยกระดับ “แรงงานไทย” ทั้งระบบ ทั้งยังถือเป็นการเตรียม “คน” ให้ “พร้อม” กับความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาชีวะ