ลิเดีย-หน้ากากซูโม่ หวนจับไมค์อีกครั้ง ปังกว่าเดิม-
ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา (ปัจจุบันใช้ ศรัณย์รัชต์ ดีน นามสกุลสามี) เป็นเซเลบวงการบันเทิงที่นาน ๆ มีผลงานในวงการบันเทิงที แต่อยู่ในกระแสความสนใจตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในแง่มุมที่เธอเป็นคนรักการออกกำลังกายมาก จนเป็นต้นแบบในการออกกำลังกายฟิตหุ่นของสาว ๆ มากมาย ถัดมาก็ในฐานะคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกชายน่ารักน่าชังชื่อน้องดีแลน ที่แม่ลิเดียและพ่อแมทธิว ดีน เรียกว่า “เจ้ายักษ์”
ล่าสุดลิเดียถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางมากขึ้นในฐานะนักร้องผู้อยู่ใต้หน้ากากซูโม่ ในการเข้าแข่งขันรายการหน้ากากนักร้อง หรือ The Mask Singer ซีซั่น 2 ซึ่งเป็นการถูกพูดถึงในบทบาทดั้งเดิมที่เธอแจ้งเกิดในวงการ
เมื่อปี 2548 ลิเดียแจ้งเกิดในบทบาทนักร้องเดี่ยวในสังกัดค่ายอาร์เอส ที่เปิดตัวมาด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ในเพลง “ว่างแล้วช่วยโทรกลับ” แค่เพลงเดียวก็ฮิตทั่วประเทศ ส่งให้เธอเป็นนักร้องหญิงที่ดังที่สุด น่าจับตามองที่สุดแห่งปี และยังครองความนิยมต่อเนื่องมาอีกหลายปี

ณ เวลานั้น ลิเดียเป็นทั้งนักร้องดังขวัญใจวัยรุ่น และเป็นนักร้องเสียงคุณภาพที่ได้รับคำชมจากนักฟังเพลง นักวิจารณ์ดนตรี เรียกว่าความสามารถเกินวัย ได้ใจทั้งคนวัยเดียวกันและยังได้รับการยอมรับจากบรรดารุ่นใหญ่ด้วย
หลังจากมีผลงานเดี่ยว 4 อัลบั้ม ลิเดียห่างหายจากการร้องเพลง หันไปทำธุรกิจส่วนตัว นาน ๆ ทีจะรับงานแสดงละคร ส่วนงานด้านการร้องเพลง เธอยังรับร้องเพลงประกอบละครอยู่บ่อย ๆ และเป็นแขกรับเชิญให้ศิลปินคนอื่นอยู่บ้าง แต่ถือว่ายุติบทบาทนักร้องเบื้องหน้าอย่างเต็มตัวไปนานหลายปี
มาปีนี้เป็นจังหวะที่ลิเดียหวนมาจับไมค์อย่างจริงจังอีกครั้ง มีผลงานเพลงประกอบละครเรื่องมายา และสวมหน้ากากซูโม่เข้าร่วมแข่งขันรายการ The Mask Singer ซีซั่น 2 เพิ่งคว้าแชมป์และถอดหน้ากากไปหมาด ๆ

ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของลิเดียก็ว่าได้ เพราะนอกจากเรียกความนิยมจากผู้ชมรายการ The Mask Singer แล้ว เธอยังได้รับคัดเลือกเข้าร่วมรายการ “Bolt of Talent” ด้วย
รายการทีวี Bolt of Talent ของ ไมเคิล โบลตัน (Michael Bolton) นักร้องคุณภาพระดับรางวัลแกรมมี่ เป็นรายการเฟ้นหานักร้องเสียงดีระดับเอเชีย โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขัน 8 คน จากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และไต้หวัน ผู้ชนะจะมีโอกาสทำเพลงของตัวเอง และจะได้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับไมเคิล โบลตัน ซึ่งลิเดียได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรายการนี้ในฐานะโค้ชของผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทย
ในบทบาทโค้ชนี้ ลิเดียได้โชว์ทักษะความสามารถในการร้องเพลงเต็มที่ในการเทรนผู้เข้าแข่งขัน ได้ร้องเพลงคู่กับไมเคิล โบลตัน ได้ร่วมงานกับทีมงานที่เป็นระดับอินเตอร์ และการที่รายการนี้ออกอากาศในหลาย ๆ ประเทศ เป็นโอกาสดีที่ความสามารถของลิเดียจะถูกมองเห็นมากขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นนักร้องดังแค่ในประเทศไทย
ยังไม่หมดแค่นั้น ปีนี้ลิเดียเซ็นสัญญากับ “One Management” บริษัทเอเยนซี่ดูแลงานนางแบบ-นักแสดง ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งลิเดียบอกว่ายังไม่ถึงกับเป็นการโกอินเตอร์ เพียงแต่มีอีกบริษัทหนึ่งมาช่วยดูแลให้ในเวลาที่รับงานนอกประเทศไทย แต่ช่วงนี้ก็ยังไม่ได้คุยเรื่องการทำงาน ยังปลีกตัวไปทำไม่ได้ เพราะลูกชายยังกินนมแม่อยู่
ความเคลื่อนไหวหลายอย่างของลิเดียในปีนี้ เรียกว่าเป็นการกลับมาทำงานบันเทิงเต็มตัวที่เปรี้ยงปัง น่าจับตามองมาก ๆ
ด้วยความสามารถการร้องเพลงที่นับว่าเป็นตัวจริงคนหนึ่ง บวกกับจังหวะและโอกาสที่เธอมีอยู่ตอนนี้ ถ้าลิเดียกลับมาเอาจริงเอาจังกับการร้องเพลง ก็น่าจะทำได้ดีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน และการเริ่มใหม่รอบนี้ เธอน่าจะก้าวออกไปได้ไกลกว่าความสำเร็จในอดีต