เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดัน เปิดเกมดีลสหรัฐฯ-จีน-ยุโรป – ดัน OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดัน เปิดเกมดีลสหรัฐฯ-จีน-ยุโรป – ดัน OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
Finance ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ –  ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
Automotive สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ – ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
ดูทั้งหมด

ทีโออาร์ “ดิวตี้ฟรี” ร้อน ! ส.ผู้ค้าปลีกไทยจับตาทุกย่างก้าว

24 ก.พ. 2562 | 13:24น.

เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหมายเมื่อมติที่ชุดคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การให้สิทธิประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. ซึ่งประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, หาดใหญ่ (สงขลา) และภูเก็ต ในการให้สิทธิประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบแล้ว

ทอท.เคาะ 3 สัญญาสัมปทาน

โดยให้แยก 3 สัญญาใหญ่ คือ กิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (duty free) กิจกรรมเชิงพาณิชย์ (retail, F&B, service, bank) และกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (duty free pick-up counter) ออกจากกัน พร้อมทั้งเน้นให้เปิดกว้าง มีการแข่งขันกันอย่างเสรี โดยเฉพาะกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร เพื่อให้ผู้ประกอบการในเมือง (downtown) สามารถส่งมอบสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท.ได้

และเห็นชอบหลักการในการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ตามที่ฝ่ายบริหาร ทอท.เสนอ โดยให้ฝ่ายบริหาร ทอท.ตรวจสอบข้อกำหนดและรายละเอียด ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายก่อนดำเนินการประกาศต่อไป

ส.ผู้ค้าปลีกไทยออกโรงต้าน

แม้ว่าจะค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ล่าสุดสมาคมผู้ค้าปลีกไทยยังคงเรียกร้องให้ ทอท. วางแนวทีโออาร์โดยให้แบ่งย่อยสัญญาในส่วนของกิจการ duty free และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ออกเป็นประเภทสินค้าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขัน โปร่งใส และรัฐได้รับผลประโยชน์สูงสุด

“วรวุฒิ อุ่นใจ” ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า แม้ทีโออาร์ของบริษัทท่าอากาศยานไทยยังไม่ลงลึกในรายละเอียด แต่สมาคมยังคงยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดเงื่อนไขสัมปทานดิวตี้ฟรีสำหรับสนามบินสุวรรณภูมิเป็นแบบรายเดียว หรือ master concessionแต่ควรกำหนดเกณฑ์สัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้า (by category)

“ยืนยันว่ารูปแบบที่เหมาะสมสำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ คือ การกำหนดเกณฑ์สัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้า เนื่องจากเป็นสนามบินที่มีขนาดใหญ่ถึง 12,000-15,000 ตารางเมตร และมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการต่อปีมากกว่า 60 ล้านคนต่อปี อีกทั้งยังเป็นรูปแบบที่รัฐได้ผลตอบแทนสูงสุด”

ยันควรมีไม่ต่ำกว่า 4 สัญญา

“วรวุฒิ” ยังบอกด้วยว่า สำหรับสัญญาในส่วนของพื้นที่ดิวตี้ฟรีนั้น ทางสมาคมเห็นสมควรว่าควรแบ่งสัญญาไม่ต่ำกว่า 4 ราย อาทิ หมวดสินค้าเครื่องสำอาง, สุราและบุหรี่, หมวดแฟชั่น, หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้มีความหลากหลายและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายมากขึ้น อีกทั้งแก้ปัญหาการผูกขาดด้วย

พร้อมยืนยันว่า การบริหารสัญญาแยกย่อยตามหมวดสินค้านั้นไม่ได้สร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการแต่อย่างใดหากมีการบริหารจัดการล่วงหน้าที่ดีและมีการจัดสรรพื้นที่ตั้งร้านค้าตามหมวดสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของอาคารผู้โดยสารและเส้นทางการเดินของผู้โดยสาร และเห็นว่า ทอท.ควรแยกสัญญาของแต่ละสนามบินออกอย่างชัดเจน ไม่ควรเอาสัญญาทั้ง 4 สนามบินมารวมกัน

สำหรับในประเด็นของจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ หรือ pick-up counter นั้น “วรวุฒิ” บอกว่า เห็นด้วยที่ทำสัญญาแยกออกมาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นด้วยที่ ทอท.จะให้ผู้ขอรับสัมปทานในส่วนของดิวตี้ฟรีเข้ามาประมูลในกิจการนี้ร่วมด้วย เนื่องจากจะล่วงรู้ข้อมูลของคู่แข่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น หรืออีกแนวทาง คือ ทอท.ต้องเป็นผู้บริหารเอง เพื่อความเป็นกลาง

หนุนรายได้เพิ่ม 5 หมื่นล้านต่อปี

นอกจากนี้ยังมองว่า การดำเนินงานในส่วนของกิจการร้านค้าปลอดภาษีและเชิงพาณิชย์ของ ทอท. เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในปัจจุบันถือว่ายังต่ำมาก ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง และสิงคโปร์ และเชื่อว่าหาก ทอท.ยอมเปลี่ยนรูปแบบการให้สัมปทานมาตามหมวดสินค้าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดว่าจะทำให้ประเทศได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 ล้านบาทต่อปี

และยังเชื่อว่า การแบ่งย่อยเป็นหลายสัญญาจะทำให้เกิดการแข่งขันทั้งในด้านคุณภาพและความหลากหลายของสินค้า รวมถึงสามารถกำหนดราคาที่สมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น

ค่าธรรมเนียมไทยต่ำสุดในโลก

“วรวุฒิ” ยังให้ข้อมูลอีกว่า หากเทียบผลตอบแทนที่ภาครัฐได้รับจากสัมปทานดิวตี้ฟรีของแต่ละประเทศจะพบว่า ค่าธรรมเนียมของสัมปทานดิวตี้ฟรีของไทยถูกกว่าประเทศอื่น ๆ ถึงครึ่งหนึ่ง โดยปัจจุบันผู้รับสัมปทานสนามบินสุวรรณภูมิจ่ายผลตอบแทนให้ ทอท. ในอัตรา 15-21% ส่วนที่สนามบินดอนเมืองและภูเก็ต จ่ายค่าธรรมเนียมในอัตรา 19% เท่านั้น ขณะที่สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ จ่ายค่าธรรมเนียม 40% สนามบินปักกิ่ง ประเทศจีน จ่ายค่าธรรมเนียม 43-48% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่อัตรา 30-40%

“ถ้าเทียบกับเกาหลีใต้ ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวมากกว่าเกือบ 3 เท่า แต่ตลาดดิวตี้ฟรีของไทยมีมูลค่าเล็กกว่าเกาหลีใต้ถึง 6 เท่าตัว เหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากการการให้ผู้ประกอบการผูกขาดเพียงรายเดียว ขณะที่สนามบินอื่น ๆ มีผู้ประกอบการอย่างต่ำถึง 3 ราย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีทั่วโลกกำลังจับตามองประเทศไทยอยู่”

ผลตอบแทนไม่ควรต่ำกว่า 30%

สำหรับอัตราค่าตอบแทนสัมปทานที่เหมาะสมนั้น “วรวุฒิ” ให้ความเห็นว่า ไม่ควรต่ำกว่า 30% เพราะการบริหารร้านค้าดิวตี้ฟรีนั้น ผู้ประกอบการที่ได้สัมปทานไม่ต้องลงทุนในอาคารสถานี และไม่ต้องทำการตลาดมาก เนื่องจากภาครัฐเป็นหน่วยงานทำการตลาดดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศอยู่แล้ว

“สิ่งที่ทางสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเรียกร้องอยู่ในขณะนี้คือ อยากให้ระบบธุรกิจของเราเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทั่วโลก”

ยันได้ผู้รับสัมปทานเดือน ก.ย.นี้

ขณะที่ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์ในการดำเนินการว่าทอท.มีขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง “ทีโออาร์” ประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีบนเว็บไซต์ ซึ่งมองว่าเป็นเวลามากเพียงพอให้ผู้สนใจและเอกชนได้แสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดจำหน่ายทีโออาร์ในส่วนของดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ในเดือนมีนาคมนี้ และได้ผู้ชนะการประมูลได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับสัมปทานมีเวลาทำงานอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่สัญญากับผู้ประกอบการรายเดิมจะสิ้นสุดลง

สำหรับในส่วนของจุดส่งมอบสินค้านั้นบอร์ดเห็นชอบให้เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีในเมืองทุกรายสามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งในกระบวนการดำเนินงานนั้น ทอท.จะจำหน่ายทีโออาร์และทำการประมูลได้ภายในปีนี้เช่นกันทุกการเคลื่อนไหวของ ทอท. สำหรับการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่ รอบนี้ จึงเป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างยิ่ง