เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

“วิษณุ” เผยความพร้อมงาน “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” คืบหน้าไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

01 มี.ค. 2562 | 18:26น.
วันนี้ 1 มี.ค.62 เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ถือว่าเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งไม่ต้องมีการก่อสร้างถาวรวัตถุ เพียงเอาโบราณวัตถุเดิมที่มีอยู่มาบูรณะซ่อมแซมใหม่ เเละใช้งาน ซึ่งขั้นตอนส่วนใหญ่หนักในเรื่องพิธีพราหมณ์ตามพระราชประเพณี โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ พระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลาย

พระราชพิธีเบื้องต้น…เตรียมน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สำหรับพระราชพิธีในเบื้องต้น นายวิษณุ กล่าวว่า จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน เริ่มจากการเตรียมน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเริ่มจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับการเตรียมน้ำอภิเษกเเละน้ำสรงพระมุรธาภิเษก โดย

“น้ำสรงพระมุรธาภิเษก” ประกอบด้วย เบญจสุทธคงคา เเละน้ำจากสระ 4 สระ ในจังหวัดสุพรรณบุรี

“น้ำอภิเษก” ประกอบด้วย น้ำจากเเหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากกรุงเทพฯ เเละน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 76 จังหวัด ซึ่งรวมเเหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 จำนวน 108 แห่ง

“ย้อนกลับไปในสมัยอยุธยา จะต้องใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากเเม่น้ำ 5 สายในอินเดีย ซึ่งในขณะนั้นการเดินทางไปยังอินเดียเพื่อนำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาทำพิธีเป็นเรื่องยาก สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในครั้งนี้ได้จะใช้เเหล่งน้ำที่ 2 เเละ 3 โดยเเหล่งน้ำเเรกคือเเม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในอินเดีย 5 สาย เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเรื่องยาก จึงจะใช้เเหล่งน้ำที่ 2 คือ เเม่น้ำ 5 สายในประเทศไทย ที่สมมติขึ้นเเทนแม่น้ำ 5 สายในอินเดีย เรียกว่า เบญจสุทธคงคา เเปลว่า เเม่น้ำอันบริสุทธิ 5 แห่ง นั่นคือ

น้ำจากเเม่น้ำบางปะกง แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา เเม่น้ำราชบุรี เเละแม่น้ำเพชรบุรี ทั้งนี้จะต้องมีการจำเพาะเจาะจงตักน้ำจากบริเวณที่กำหนดอีกด้วย”

นอกจากนี้จะต้องนำน้ำจากสระ 4 แห่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ใช้กันมาตั้งเเต่สมัยอยุธยาตลอดจนกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เเก่ สระคา สระเกษ สระเเก้ว สระยมนา ต่างเป็นสระโบราณที่มีอยู่ในสุพรรณบุรีมาหลายร้อยปี

โดยจะใช้น้ำจากเบญจสุทธคงคา เเละสระ 4 สระ มาเจือผสมกัน ในการ “สรงพระมุรธาภิเษก” ขณะนี้การเตรียมการจะเน้นไปที่การเตรียมน้ำเพื่อใช้ในพิธีดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการขอบสระ กำหนดจุด เเละเตรียมการอย่างดีเป็นที่เรียบร้อย

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=553433625140164&id=536077073542486

พิธีพลีกรรม

ขั้นตอนต่อมาหลังการเตรียมน้ำ นายวิษณุ ระบุว่า คือการตักน้ำ ที่เรียกว่า พิธีพลีกรรม ซึ่งมีขั้นตอนในการเตรียมน้ำ ดังนี้

1. ตักน้ำจากเเหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกจังหวัดในวันที่ 6 เมษายน โดยเป็นเเหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน บางจังหวัดมีแหล่งน้ำกว่า 2-4 แห่ง รวมทั้งประเทศได้ 107 จุด จากทั้ง 76 จังหวัด ส่วนกรุงเทพมหานครนั้น น้ำศักดิ์สิทธิ์มีอยู่เเล้วใน หอศาสตราคม ซึ่งได้เก็บรักษาน้ำ เเละมีการเสกน้ำนี้ใช้ในพระมหากษัตริย์ตลอดมา นับเป็นเเหล่งน้ำรวมทั้งหมด 108 แห่งพอดี

2. ตั้งพิธีทำน้ำอภิเษก ณ พระอารามสำคัญต่างๆ ในเเต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 8 เมษายน

3. ทำพิธีเสกน้ำอภิเษกรวมจากกรุงเทพมหานคร เเละ 76 จังหวัด ที่วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพหมานคร ในวันที่ 18 เมษายน โดยน้ำทั้งหมดจะถูกบรรจุในคนโทที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ เเละมีตราสัญลักษณ์ของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ ขณะนี้การจัดทำคนโทเรียบร้อยเเล้ว ขาดเเต่การประทับตราสัญลักษณ์พิธีเท่านั้น

ซึ่งรัฐบาลได้กำหนด โดยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมออกเเบบเเล้วนำเชิญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายประมาณ 7-8 แบบ โดยทรงพระราชวินิจฉัยเลือกเเล้ว 1 แบบ เเต่ยังอยู่ในการปรุง (ปรับปรุง) คาดว่าจะพระราชทานกลับมาให้รัฐบาลในเร็ววันนี้

สำหรับตราพระราชสัญลักษณ์ประจำงานนี้ ถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ เพราะจะใช้ในการประทับลงบนคนโทบรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้งมอบให้กรุงเทพใช้เป็นเเบบจัดสร้าง ศาลา ซุ้ม พลับพลาอื่นที่ใช้ในพระราชพิธี รวมถึงใช้ประทับตราลงบนธงที่ใช้ตลอดงานพระราชพิธี

นอกจากนี้ยังเชิญตราสัญลักษณ์ไปทำเป็นเข็มที่ระลึก มี 2 แบบ 1. เข็มพระราชทาน ใช้กับข้าฝ่าละอองธุลีพระบาทในการประดับปกเสื้อตามที่เคยใช้มา 2.สำหรับบุคคลที่ไม่มีโอกาสได้รับพระราชทาน แต่ประสงค์อยากได้เข็มมาประดับ สำนักนายกรัฐมนตรีจะขอพระราชทานราชานุญาติจัดทำเข้มที่ระลึก ในลักษณะเดียวกับเข็มพระราชทาน เพียงเเต่ไม่มีอักษรพระราชทาน ออกจำหน่ายเเก่ประชาชนทั่วไป

4. ทำการแห่เชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 19 เมษายน เเละจะต้องมีการเตรียมเลือกพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้มีการใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ อีกทั้งเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏแกะดวงพระราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร สำหรับเครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับที่จะเสด็จลงเสลี่ยงหรือพระราชยานก้าวลงประทับแล้วเสด็จฯ เข้าสู่พระอุโบสถ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คน

นายวิษณุ เปิดเผยว่า การเตรียมเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตรา ซึ่งในทางสถลมารคจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4.30 ชั่วโมง เเบ่งเป็นริ้วขบวน 3 ชั่วโมง เเละอีก 1.30 ชั่วโมง จะเป็นช่วงเสด็จเข้าสู่พระอารามหลวง 3 แห่ง รวมระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร ซึ่งฝ่ายทหารได้มีการเตรียมการในส่วนนี้แล้ว โดยได้มีการตัดชุด ซ้อมเดินขบวนไปเป็นที่เรียบร้อย

เนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานที่ จะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าเฝ้าฯ ทูลละอองทุลีพระบาทในพิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พิธีในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พิธีในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พิธีในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พิธีเสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และภายในพระอารามหลวงทั้ง 3 แห่ง โดยจะต้องหารือ เเละตระเตรียมให้ทุกอย่างออกมาอย่างลงตัว แต่ด้วยมีข้อจำกัดด้านสถานที่ จึงต้องมีการผลัดเวรกัน

“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพระราชพิธีต่างๆ เนื่องพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ หลายท่านเป็นผู้สูงอายุ การเดินจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดที่ละเอียดอ่อน จะต้องเป็นฝ่ายรอเฝ้าฯ ก่อนหรือตามไปเฝ้าฯทีหลังต้องได้จังหวะจะโคนที่พอดี”

พระราชพิธีเบื้องกลาง ประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ได้

พระราชพิธีเบื้องกลาง นายวิษณุ กล่าวว่า วันที่ 6 พฤษภาคม จะทรงเสด็จออกสีหบัญชร ประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ ศาลฎีกา ไปจนถึงสนามหลวง คาดว่าจะมีประชาชนนับแสนนับล้านร่วมเฝ้าชื่นชมพระบารมี ซึ่งกรุงเทพมหานครจะติดตั้งจอแอลอีดีตามจุดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมการถ่ายทอดสด หลังจากนี้จะเสด็จรับคณะทูตถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สำหรับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยว สามารถติดตามพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จากการถ่ายทอดสดและเทปบันทึกภาพจากทางโทรทัศน์ หรือมาเฝ้าฯรับเสด็จได้ตามริมเส้นทางเสด็จฯเลียบพระนคร ในวันที่ 5 พฤษภาคม และมาเฝ้าฯรับเสด็จออกสีหบัญชร ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ตั้งแต่บริเวณถนนสนามไชยเข้าไปยังสวนสราญรมย์ วนออกไปทางศาลฏีกา สนามหลวง

“ภาพรวมการจัดเตรียมงานพิธีบรมราชาภิเษกคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว งานพระราชพิธีครั้งนี้รัฐบาลตั้งงบไว้ 1,000 ล้านบาท จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ใช้ไปแล้วจะอยู่คงทนถาวร ไม่สิ้นเปลือง เช่นในการปรับปรุงเส้นทางต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย เช่นจะมีการนำสายไฟลงดินในพื้นที่ 7 กิโลเมตรที่เป็นเส้นทางเสด็จฯ การซ่อมแซมเรือในพระราชพิธีที่เราไม่ได้ซ่อมมากว่า 10 ปี” นายวิษณุกล่าว

พระราชพิธีเบื้องปลาย ใช้เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ฝีพายจำนวน 2,200 นาย

ส่วนทางชลมารคซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลายนั้น จะมีในปลายเดือนตุลาคม ช่วงเวลา 16.00 น. จะมีการใช้เรือในพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในรัชกาลที่ 9 และเรือพระราชพิธีอีก 48 ลำ ใช้ฝีพายจำนวน 2,200 นาย โดยขบวนพยุหยาตราชลมารคจะเริ่มที่ท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร และจะมีการเห่เรือตลอดเส้นทาง ระยะทาง 4 กิโลเมตร