“ผู้ว่าฯกาญจน์” แก้ปม 500 แพ ขีดเส้น 4 เดือนจัดระเบียบรุกล้ำ
คนเมืองกาญจน์ผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “แพ” ถือเป็นวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ และเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อทุกอย่างเติบโตขึ้น มักจะมีปัญหาตามมา
ไล่ต้อน 500 แพขึ้นทะเบียน
ปัจจุบันมีผู้ประกอบกิจการแพเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีรวมทั้งสิ้น 80 ราย และมีจำนวนแพประมาณ 500 หลัง ส่วนใหญ่เป็นแพที่ยังไม่ได้รับอนุญาตถูกต้อง กระจายอยู่ตามเขื่อนและลำน้ำต่าง ๆ
ตลอดหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมามีความพยายามจัดระเบียบแพมาโดยตลอด แต่ไม่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ต้องยอมรับความจริงว่า มีผู้ประกอบการบางส่วนพยายามฝ่าฝืนกฎระเบียบ ไม่ทำตามกฎกติกา ขณะที่ผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่งพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวแพให้มีมาตรฐาน ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจของตัวเองในระยะยาว เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
โดย นางรัฎฐ์ชาพัชร กระจ่างฉาย นายกสมาคมผู้ประกอบการชาวเรือชาวแพ กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมือกับทางจังหวัด ทั้งเรื่องการรื้อถอนบ้านเรือนที่รุกล้ำลำน้ำขึ้นมาอยู่บนบกให้ถูกต้อง รวมถึงการจัดระเบียบแพ และการขึ้นทะเบียนแพในจังหวัด หากสามารถขึ้นทะเบียนแพได้จริง กลุ่มผู้ประกอบการจะยินดีมาก เพราะนอกจากเป็นการควบคุมจำนวนแพแล้ว เจ้าของแพยังสามารถทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อมาขยายธุรกิจได้อีก ซึ่งแพแต่ละหลังเจ้าของต้องลงทุนในการสร้างเกือบ 1 ล้านบาทต่อหลังขึ้นอยู่กับขนาดของแพ หากสามารถนำเอาแพที่ขึ้นทะเบียนไปกู้เงินมาขยายและพัฒนาธุรกิจได้จะเป็นผลดีกับ
ผู้ประกอบการเองด้วย อย่างไรก็ตาม นโยบายการจัดระเบียบแพ และการสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่มีบ้านเรือนรุกล้ำลำน้ำนั้น ถือเป็นผลดีต่อจังหวัดและผู้ประกอบการ เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวล่องแพในจังหวัด ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวล่องแพมากกว่าในปัจจุบัน
ผู้ว่าฯอัดงบฯแก้ปมรุกล้ำลำน้ำ
ขณะที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า ทางจังหวัดมีความตั้งใจจัดระเบียบการจอดเรือ-แพในแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ให้เห็นผลภายใน 3-4 เดือนนี้ ซึ่งปัญหาที่ต้องแก้ไขมีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.บ้านเรือนประชาชนที่สร้างรุกล้ำเข้าไปในลำน้ำ 2.แพที่มีการจอดต่อจากบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ และ 3.แพที่จอดอยู่บริเวณเขื่อนขุนแผนริมน้ำหน้าเมืองกาญจน์ ที่บดบังทัศนียภาพของแม่น้ำแควใหญ่
ทางจังหวัดได้พยายามหาทางแก้ปัญหา เริ่มตั้งแต่บ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ ทางจังหวัดได้หารือกับทางธนารักษ์และเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เพื่อขอพื้นที่บนบกบริเวณลานว่างด้านข้างสวนสมเด็จพระญาณสังวร มาสร้างเป็นบ้านพักอาศัยให้กับชาวบ้านที่ปลูกบ้านรุกล้ำลำน้ำมาทำสัญญาเช่าอยู่กับทางธนารักษ์ เพื่อจะได้รื้อถอนบ้านเรือนที่รุกล้ำออกให้เรียบร้อย
จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนที่ปลูกรุกล้ำลำน้ำประมาณ 50 หลัง และจากการพูดคุยกับชาวบ้าน ถึงแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ชาวบ้านยินดีให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ ในการสร้างบ้านจะใช้งบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัดประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนเรื่องแพที่จอดต่อจากบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ ทางจังหวัดได้มีการหารือกับชาวบ้าน ว่าจะนำไปจอดที่บริเวณคลองไส้ไก่ ด้านข้างสวนสมเด็จพระญาณสังวร เพื่อเป็นการคืนพื้นที่และสร้างความเป็นระเบียบในแม่น้ำ ซึ่งถือเป็นหน้าตาของชาวจังหวัดกาญจนบุรี
สำหรับปัญหาเรื่องการจอดแพบริเวณเขื่อนขุนแผน ที่ปัจจุบันมีการนำแพมาจอดเรียงรายจนบดบังทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำนั้น ทางจังหวัดได้มีการหารือกับทางกรมเจ้าท่า ในการออกประกาศ ให้นำแพทั้งหมดไปจอดในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้บริเวณคลองไส้ไก่ ส่วนการรับนักท่องเที่ยวขึ้นแพ ให้มารับบริเวณท่าจอดแพกลางที่จะจัดสร้างขึ้น บริเวณด้านข้างที่จอดรถภายในสวนสมเด็จพระญาณสังวร ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นระเบียบและคืนความสวยงามให้สู่แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ให้กลับมาดังเดิมอีกครั้ง
ล่าสุดทางจังหวัดกาญจนบุรีได้รับงบประมาณจากรัฐบาลมาเพื่อสร้างบ้านพักรองรับให้ผู้ปลูกบ้านรุกเข้าไปในแม่น้ำ และอยู่ระหว่างประมูลหาผู้ที่จะขายวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ หลังจากนั้นจะใช้ทหารช่างจากกองพลทหารราบที่ 9 มณฑลทหารบกที่ 17 และหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 11 (นพค.11) ในการก่อสร้าง โดยใช้เวลาในการก่อสร้างไม่เกิน 2 เดือน ประชาชนจะมีที่พักอาศัยใหม่ที่อยู่บนบก ซึ่งทางจังหวัดกาญจนบุรีได้จัดการเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่อยู่ใหม่ของชาวแพให้มีความน่าอยู่และสะดวกมากขึ้น
เล็ง 4 เดือนพลิกโฉมลำน้ำแคว
นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังมีแผนพัฒนาตลอดทั้งลำน้ำแคว เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี โดยจะขยับแพที่จอดระเกะระกะบริเวณหน้าเมืองและตลอดลำน้ำเป็นลำดับ แต่จะยังไม่ผลักดันโดยเด็ดขาดในเวลานี้ เนื่องจากต้องหาที่จอดแพแห่งใหม่ ซึ่งคาดว่าไม่น่าเกิน 3-4 เดือน ทางจังหวัดกาญจนบุรีได้เตรียมงบประมาณเพื่อจะทำท่าเรือแพ และสำนักงานให้ชาวแพ และได้พูดคุยกับชาวแพในการเข้าไปจอดรอรับนักท่องเที่ยวบริเวณบึงบัวที่อยู่ด้านในแล้ว
ขณะนี้ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังเร่งติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่มุ่งเน้นสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงสร้างรายได้ให้กับประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี
ดังนั้น อดใจรออีกไม่นานคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแพเมืองกาญจน์ ถือเป็นการวัดฝีมือผู้ว่าฯ “จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์” ทีเดียวว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางที่วางไว้หรือไม่!
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
