เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
Finance คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
Finance ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
“ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
เศรษฐกิจภูมิภาค “ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
World อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
Finance คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
Economic กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
“แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
Business “แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
ดูทั้งหมด

สินค้ากีฬาฝุ่นตลบ “อาดิดาส-ไนกี้” แลกหมัดชิงลูกค้า

10 ก.ค. 2560 | 16:01น.

การแข่งขันในตลาดสินค้ากีฬายังทวีความดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อชิงดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นตามเทรนด์ออกกำลังกายและการแต่งตัวด้วยชุดกีฬาซึ่งกำลังมาแรงทั่วโลก โดยเฉพาะระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง “ไนกี้” และ “อาดิดาส” ที่เป็นผู้เล่นอันดับ 1 และ 2 ของตลาด ส่งผลให้ตลาดมีความเคลื่อนไหวคึกคักทั้งการปรับกลยุทธ์-โครงสร้าง ลอนช์สินค้าใหม่ รวมถึงการเดินสายจับมือพันธมิตรเพื่อสร้างความได้เปรียบ

โดยก่อนหน้านี้ “ไนกี้” ออกมาประกาศแผนปรับโครงสร้างลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านฝ่ายผลิตและการบริหารงาน รวมถึงลดจำนวนพนักงานประมาณ 2% เพื่อสปีดหนีคู่แข่งที่ไล่กระชั้นชิดเข้ามา

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 2 ยักษ์สินค้ากีฬาต่างมีความเคลื่อนไหวออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ถึงคิวที่ “อาดิดาส” จะต้องปรับกลยุทธ์บ้าง เนื่องจากแม้จะสร้างแรงกดดันให้ไนกี้ด้วยการคว้าส่วนแบ่งตลาดรองเท้ากีฬาในสหรัฐเพิ่มเกือบ 2 เท่าจาก 6% เป็น 11% เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แต่กระแสบูมของรองเท้ารุ่นขายดีทั้ง “ซูเปอร์สตาร์” และ “สแตน สมิทส์” เริ่มแผ่วลงเช่นเดียวกับกระแสนิยมรองเท้าดีไซน์คลาสสิก

โดยยักษ์สินค้ากีฬาสัญชาติเยอรมันเดินแผนปรับตัวหลายด้านโดยเฉพาะเรื่องจับเทรนด์ใหม่ ๆ ในตลาด และความเร็วของการผลิตสินค้าให้ทันกับยุคอีคอมเมิร์ซ อาทิ เทรนด์ “ไลฟ์สไตล์ รันนิ่ง” ตามที่ผู้บริโภคอเมริกันกลับมาสนใจรองเท้าวิ่งดีไซน์เรียบหรูทันสมัยสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่เน้นการวิ่งจริงจังมากนัก ซึ่งตรงกับไลน์อัพที่บริษัทมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เอ็นเอ็มดี (NMD) และอัลตราบูสต์ (Ultra Boost)

พร้อมกับสร้างกระแสรับรู้ต่อเนื่องด้วยการลอนช์รองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นจากสิ่งที่เป็นกระแส อย่างรุ่น “ซิสโซ” (Zissou) ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ ไลฟ์ อควอติก” จำกัดเพียง 100 คู่เท่านั้น หรือรุ่นย้อนยุคดีไซน์แบบเดียวกับรองเท้าฝึกของกองทัพเยอรมันช่วงยุคปี 1970 เป็นต้น ช่วยเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าสนีกเกอร์เฮดได้ไม่น้อย

นอกจากนี้ยังลงทุนอัพเกรดโรงงานให้เป็น “สปีดแฟกตอรี่” (Speedfactories) โดยใช้หุ่นยนต์เพื่อเพิ่มความเร็วในการผลิต

“มาร์ก คิงส์” ผู้บริหารของอาดิดาส ภูมิภาคอเมริกาเหนือ อธิบายว่า จุดแข็งของอาดิดาสคือ การจับเทรนด์ใหม่ ๆ ได้ก่อนคู่แข่ง ด้วยการติดตามรับฟังความเห็นของผู้บริโภคอย่างจริงจัง ต่างกับแบรนด์อื่นที่มักพูดถึงวิธีการนี้ แต่ไม่เคยลงมือทำจริง ๆ

ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและรักษาภาพลักษณ์สดใหม่อยู่เสมอด้วยแฟรนไชส์ใหม่ ๆ และระบบผลิต-ขนส่งที่ยืดหยุ่นเพื่อให้มีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกตลาดและทุกจังหวะเวลา

ทิศทางของอาดิดาสสอดคล้องกับสถิติปี 2016 ซึ่ง 80% ของรองเท้าที่อาดิดาสขายนั้นผลิตออกจากโรงงานมาไม่ถึง 1 ปี

ด้าน “ไนกี้” หลังประกาศปรับโครงสร้างแล้ว ยังไปสร้างเสียงฮือฮาเพิ่มด้วยการเปิดช็อปออนไลน์บนเว็บไซต์ “อเมซอน” โดย “มาร์ก ปาร์กเกอร์” ซีอีโอของไนกี้ กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นทั้งการขยายช่องทางเพื่อรับมือปัญหาที่ร้านค้าออฟไลน์ทยอยปิดตัว ขณะเดียวกันช่วยให้แบรนด์สามารถควบคุมการทำตลาดออนไลน์ได้โดยตรง อีกทั้งยังเป็นการร่วมกับอเมซอนรับมือกับปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ระบาดบนอีคอมเมิร์ซมานานอีกด้วย

นอกจากความเคลื่อนไหวนี้จะสะท้อนถึงการขับเคี่ยวระหว่าง 2 แบรนด์ใหญ่แล้ว ยังส่งแรงกดดันไปยังผู้เล่นรายอื่น โดยเฉพาะ “อันเดอร์ อาร์เมอร์” ที่เคยมาแรงจนแซงอาดิดาสขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 2 ในตลาดสหรัฐ แต่กลับรักษาตำแหน่งได้ไม่นานนัก ซึ่งต้องดูกันว่าแบรนด์น้องใหม่รายนี้จะมีกลยุทธ์รับมืออย่างไร