TK คาด รายได้ปีนี้โต 6% ลุย ธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมา Q2
“ฐิติกร” ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า รายได้ปีนี้โต 6% เตรียมลุยธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในประเทศเมียนมาไตรมาส 2/62 ทุ่มงบลงทุนขยายสาขาต่างประเทศ 30 ล้านบาท พร้อมออกหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 1,500 ล้านบาท คาด ทยอยออกตั้งแต่ไตรมาส 3/62
นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ฐิติกร (TK) เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.62) ยอดขายของตลาดรถยนต์เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์อาจจะหดตัว 2% อย่างไรก็ดีผู้ผลิตรายใหญ่ประเมินว่าทั้งปีตลาดรถยนต์จะหดตัวประมาณ 4% เช่นเดียวกันตลาดรถมอเตอร์ไซค์ที่น่าจะหดตัว 4% จากปีก่อน โดยยอดขายรถยนต์จะอยู่ประมาณ 1 ล้านคัน ส่วนยอดขายรถมอเตอร์ไซค์จะอยู่ที่ 1.72 ล้านคัน
“ยอดขายรถยนต์ช่วงนี้โตค่อนข้างดี เพราะทุกบริษัทกำลังทำเป้า และกำลังมีงานมอเตอร์โชว์ เพราะฉะนั้นตอนต้นปีทุกคนพยายามเพิ่มยอดขายตุนไว้ก่อน แต่สำหรับยอดขายรถมอเตอร์ไซค์ที่ยังไม่ค่อยดี เพราะสินค้าเกษตรและราคายังไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าปีนี้ไม่แล้งจนเกินไป สินค้าเกษตรน่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ราคาอาจจะยังตอบไม่ได้ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ที่ระดับ 77% ซึ่งค่อนข้างสูง ส่วนทิศทางการการเมือง ต้องรอหลัง กกต.ประกาศผลอย่างเป็นทางการ และดูว่าฟอร์มรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด การลงทุนโปรเจกต์ต่างๆ ก็คงจะทำต่อเนื่อง” นายประพลกล่าว
สำหรับ TK ปีนี้ทิศทางการทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในประเทศ อาจจะยังไม่ประมาณการตัวเลข ซึ่งอาจจะต้องรอความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน ประมาณหลังเดือน พ.ค.62 แต่สำหรับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อต่างประเทศ คาดว่าพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อจะโตขึ้น 100% มาอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท จากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 905 ล้านบาท โดยยอดสินเชื่อเช่าซื้อมาจากประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว ยังไม่รวมประเทศเมียนมา ที่คาดว่าจะได้ใบอนุญาตประกอบกิจการ Micro Finance จากหน่วยกำกับ Financial Regulatory Department (FRD) ประมาณไตรมาส 2/62 นี้ ซึ่งคาดว่าสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อต่างประเทศจะขยับขึ้นไปอยู่ประมาณ 20% ของพอร์ตรถมอเตอร์ไซค์ จากปีก่อนที่อยู่ประมาณ 10%
“แหล่งเงินปล่อยสินเชื่อ บริษัทได้ล็อกต้นทุนดอกเบี้ยคงที่ไว้อยู่ที่ 99% และต้นดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ 50% ไม่น่าจะมีปัญหาในการปล่อยกู้ แต่ต้นทุนดอกเบี้ยในไทยอาจจะถูกกว่าในกัมพูชา เนื่องจากต้องกู้เป็นสกุลดอลล่าร์ ปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยในไทยเฉลี่ยไม่ถึง 3% แต่ต้นทุนดอกเบี้ยในกัมพูชาประมาณ 5-6%”
ปีที่แล้วพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศของบริษัทอยู่ที่ 8,758 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ต่างประเทศของบริษัทอยู่ที่ 890 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 95% ของพอร์ตรวม
อย่างไรก็ดีบริษัทมีแผนจะใช้งบลงทุนขยายสาขาในต่างประเทศรวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยกัมพูชากำลังจะเปิดสาขาเพิ่ม 6 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 6 สาขา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ตั้งแต่เดือน เม.ย.62 ส่วนใน สปป.ลาว กำลังะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 สาขา สำหรับในประเทศไทยคาดว่าจะเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา ซึ่งเปิดไปแล้วในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ในจังหวัดนครราชสีมา
“ในเมียนมาถ้าได้ License จะเปิดทันที เพราะเริ่มจ้างคนที่โน้นไว้แล้ว ซึ่งเมื่อ 2 เดือนก่อนพึ่งได้รับเชิญให้ไปพรีเซนต์ที่เมืองเนปิดอว์ คาดว่าอาจะทยอยเปิด 2-3 สาขาแรกได้ ซึ่งช่วงแรกอาจจะค่อยๆ ลองปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ และศึกษาเตรียมระบบสัญญา” นายประพลกล่าว
แผนเดิมบริษัทตั้งเป้าในปี 2563 จะเพิ่มสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในประเทศและต่างประเทศอยู่ที่ 50: 50% ซึ่งอาจจะต้องเข้าไปลงทุนในประเทศอื่นๆ แถบอาเซียนเพิ่มเติมอีก เช่น ประเทศเวียดนาม
ปีนี้ตั้งเป้าระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 4% ใกล้เคียงปีก่อนที่อยู่ 4.1% เนื่องจากบริษัทเลี่ยงตัดหนี้สูญไปด้วย เนื่องจากเริ่มเห็นการจ่ายเงินกะท่อนกะแท่นในลูกค้าบางประเภท แต่อย่างไรก็ดีปีที่แล้วเมื่อเร่งตัดหนี้สูญและลูกค้าหนี้เริ่มดีขึ้น สำรองอาจลดลง บริษัทจึงตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสอดรับกับ IFRS9 เพิ่มขึ้นอีก 1% เพื่อไม่ให้กระทบกับบริษัทมากนักเมื่อบังคับใช้ อย่างไรก็ดีคาดว่ารายได้ปีนี้ของบริษัทจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน
นายประพล กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 1,500 ล้านบาท เนื่องจากจะมีของเก่าที่จะครบกำหนดอายุ คาดว่าจะเริ่มทยอยออกเป็นซีรีส์ตั้งแต่ไตรมาส 3/62