เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
Economic ‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
“เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
Economic “เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
Tech ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
กำลังใจที่ยิ่งใหญ่เจ้าสัว ซี.พี. มอบทุน ‘เนเน่ รอยัล’
Biz Movement กำลังใจที่ยิ่งใหญ่เจ้าสัว ซี.พี. มอบทุน ‘เนเน่ รอยัล’
สทนช.-กรมอุตุฯ เปิดระบบ “clpp-radar” เตือนฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง เช็กพื้นที่เสี่ยงได้ถึงระดับตำบล
Economic สทนช.-กรมอุตุฯ เปิดระบบ “clpp-radar” เตือนฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง เช็กพื้นที่เสี่ยงได้ถึงระดับตำบล
หุ้นไทยวันนี้ลุ้น 1,632 จุด น้ำมันจ่อ 100 ดอลล์ หนุนเงินไหล ‘พลังงาน-ปิโตรฯ-Tech’
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้น 1,632 จุด น้ำมันจ่อ 100 ดอลล์ หนุนเงินไหล ‘พลังงาน-ปิโตรฯ-Tech’
“สุริยะ” สั่ง “วัชระพล” เร่งทำตามคำพิพากษาศาลปกครอง แก้ปลาหมอคางดำให้เห็นผลใน 180 วัน
Economic “สุริยะ” สั่ง “วัชระพล” เร่งทำตามคำพิพากษาศาลปกครอง แก้ปลาหมอคางดำให้เห็นผลใน 180 วัน
CP แจ้งเงื่อนไข​เดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน ‘พิพัฒน์’ เรียก รฟท.ถกด่วนดูข้อเสนอ
Politics CP แจ้งเงื่อนไข​เดินรถ “แอร์พอร์ตลิงก์” ต่อ 4 เดือน ‘พิพัฒน์’ เรียก รฟท.ถกด่วนดูข้อเสนอ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุฯ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุฯ
ดูทั้งหมด

ลุ้น…อุตฯโฆษณาโต รอการเมืองชัด-ความเชื่อมั่นฟื้น

11 เม.ย. 2562 | 14:01น.

สัมภาษณ์พิเศษ

 

จากแนวโน้มการใช้งบฯโฆษณาไตรมาสแรกปีนี้ ไม่หวือหวาเหมือนที่คาดไว้ ประกอบกับปัจจัยทางการเมือง “การเลือกตั้ง” ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการจับจ่ายเท่าที่ควร ทำให้สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ต้องประเมินสถานการณ์และปรับตัวเลขของอุตฯโฆษณาปีนี้อีกรอบ หลังจากเมื่อปลายปีก่อนคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2562 การใช้โฆษณาผ่านสื่อของสินค้ากลุ่มต่าง ๆ จะโต 4% จากปี 2561 หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีในรอบหลายครั้ง หลังจากอุตสาหกรรมโฆษณาติดลบมาต่อเนื่อง

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ไตรลุจน์ นวะมะรัตน” นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ถึงแนวโน้มการใช้งบฯโฆษณาปีนี้

Q : แนวโน้มการใช้งบฯโฆษณาปีนี้เป็นอย่างไร

ปี 2561 อุตสาหกรรมโฆษณาปิดตัวเลขที่ 116,273 ล้านบาท โต 4% จากปี 2560 ทำให้ปลายปีก่อนสมาคมมีเดียฯคาดการณ์ว่า ปี 2562 นี้อุตฯโฆษณาโดยรวมน่าจะโตได้ 4% คิดเป็นมูลค่า 121,286 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าแม้อุตฯโฆษณาจะไม่ได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ไทม์ไลน์ทางการเมืองที่ชัดเจนจะทำให้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้น เพราะเมื่อผู้บริโภคเห็นความชัดเจน ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อก็น่าจะกลับมา

นั่นหมายถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นเช่นกัน

ในแง่ของภาคธุรกิจก็คงพร้อมจะกลับมาใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อกระตุ้นยอดขายของตัวเอง แต่เมื่อการเลือกตั้งแล้วเสร็จ สถานการณ์ก็ยังไม่นิ่ง ประกอบกับการใช้งบฯในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาไม่หวือหวา สมาคมมีเดียฯจะต้องปรับตัวเลขการคาดการณ์ใหม่อีกครั้ง

Q : การเลือกตั้งที่เพิ่งจบลงส่งผลบวกต่ออุตฯโฆษณาหรือไม่ 

Advertisement

เดิมเราคาดการณ์กันไว้ว่า การเลือกตั้งน่าจะช่วยหนุนให้บรรยากาศต่าง ๆ ดีขึ้น และผลักดันให้อุตฯโฆษณาเติบโตขึ้น แต่เอาเข้าจริง ๆ เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในอุตฯนี้ แม้จะมีมากในระดับหนึ่ง แต่กลับกระจุกตัวอยู่เฉพาะแค่สื่อนอกบ้าน โดยหากพิจารณาจากการใช้งบฯไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าเม็ดเงินไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก และพอเข้ามาถึงไตรมาส 2 ก็เริ่มมีงบฯโฆษณาเข้ามาบ้าง แต่หลัก ๆ ก็ยังเป็นสินค้ากลุ่มซีซันนอล เช่น เครื่องดื่ม สกินแคร์ ทำให้คาดว่าภาพรวมครึ่งปีแรกอาจจะโตไม่มาก

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการถึงจะประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจน ถ้าตอบตอนนี้ก็คงประเมินยาก เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนทุกวัน ถ้าจะให้ตอบชัด ๆ ก็คงต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค.นี้ ซึ่งตอนนี้สมาคมมีเดียฯก็ต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ๆ เช่นกัน แต่ในเบื้องต้นก็ยังประเมินว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้อย่างน้อยน่าจะโตได้ 3% จากปีก่อน

Q : มองกำลังซื้อของผู้บริโภคตอนนี้เป็นอย่างไร

ในส่วนของกำลังซื้อผู้บริโภค ถ้าพิจารณาจากการใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อเมื่อไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าคนยังมีกำลังซื้อแต่ไม่ยอมใช้จ่ายมากกว่า เนื่องจากไม่มีความเชื่อมั่น ประกอบกับไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อยากจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคถือได้ว่ารับผลกระทบค่อนข้างมาก ของขายไม่ค่อยออกเพราะสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่เอื้อ แต่ก็ยังดีที่มีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวไหลเข้ามา และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้อยู่ ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังเดินต่อได้

ถ้าไม่เกิดสถานการณ์อะไรขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีกำลังซื้อจากการท่องเที่ยวเข้ามาช่วย และคาดว่าภาพรวมอุตฯโฆษณาปีนี้อาจจะทรงตัว คือเท่ากับปีก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอความชัดเจนหลังเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ หลัง กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการว่าผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งตอนนี้ผู้บริโภคก็ยังเกร็ง ๆ มีความกังวล ไม่กล้าใช้จ่าย

Q : จะมีปัจจัยอะไรที่ทำให้อุตฯโฆษณาปีนี้เติบโตได้

โดยส่วนตัวยังมั่นใจว่า ปีนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะโต แต่จะเติบโตมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การปรับขึ้นราคาโฆษณาของหลาย ๆ สื่อ เช่น ทีวีช่องใหม่ อย่างเวิร์คพอยท์ พีพีทีวี ที่มีเรตติ้งดีขึ้นหลังจากเติมคอนเทนต์ใหม่ ๆ เข้าไป คนดูก็ขยับขึ้น ทำให้ช่องใหม่ปรับราคาโฆษณาขึ้น แต่ก็เพิ่มขึ้นไม่มาก รวมถึงสื่อนอกบ้านก็อาจจะต้องมีการปรับแพ็กเกจการขายใหม่ โดยเฉพาะวีจีไอที่เข้าซื้อหุ้นในแพลน บี มีเดียเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าหลังจากวีจีไอจัดระบบหลังบ้านเสร็จ ก็อาจจะต้องมีการขยับหรือจัดแพ็กเกจการขายใหม่ด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกปัจจัย คือ การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยครึ่งปีหลังมีสินค้าหลาย ๆ กลุ่ม ที่จะมีการใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อจำนวนมาก โดยรวม ๆ แล้วปีนี้งบฯโฆษณาคงโตด้วยตัวเอง เพราะไม่มีอีเวนต์พิเศษเข้ามาสนับสนุน

หลังเลือกตั้งประกาศ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไร สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้ไตรมาส 1-2 การใช้งบฯโฆษณาจะไม่ดี แต่เชื่อว่าไตรมาส 3 ทุกอย่างน่าจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็เจอหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นพอดีก็อาจจะทำอะไรได้ไม่มาก จึงคาดว่าการใช้งบฯโฆษณาจะไปกระจุกอยู่ที่ไตรมาส 4 แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจน เพราะเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้

Q : แนวโน้มการใช้สื่อในปีนี้เปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่

การใช้สื่อโฆษณาก็คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ เม็ดเงินก้อนใหญ่ยังอยู่ที่สื่อทีวี และปีนี้ทีวีจะยังเป็นสื่อหลักที่กินส่วนแบ่งโฆษณา 59% ของงบฯรวม แต่ในแง่การเติบโตอาจจะโตได้อยู่ที่ 4% เท่านั้น เพราะทีวีเองก็ถูกสื่อออนไลน์แย่งส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อย ๆ ตามด้วยสื่อนอกบ้านที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากเมืองที่ขยายขึ้น สุดท้ายสื่อออนไลน์คาดว่าปีนี้จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 17-20% ของงบฯโฆษณารวม หรือคิดเป็นมูลค่า 19,692 ล้านบาท เพราะเจาะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดี ทำให้สินค้าหลาย ๆ กลุ่มหันไปโฆษณาผ่านช่องทางนี้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไตรลุจน์ นวะมะรัตน