ตราสารหนี้จีน ก้าวสู่กระแสหลัก
คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
โดย เดวิด เลียว ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศจีน
นับเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่การลงทุนจากต่างประเทศในจีนถูกมองว่ามีความซับซ้อนและถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลา ไม่ใช่ในระยะอันใกล้นี้
แต่กระบวนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในเร็ววันนี้ นั่นคือ หนทางสำหรับนักลงทุนต่างชาติได้เปิดกว้างมากขึ้น ตราสารหนี้และหลักทรัพย์จีนได้ถูกนำมาพิจารณารวมในดัชนีชี้วัดระดับโลกที่สำคัญหลายตัว ตลาดทุนจีนกำลังเดินหน้าไปสู่แบบแผนการลงทุนระดับโลก แม้ว่าจะเป็นไปอย่างช้า ๆ แต่ทว่ามั่นคง
ทั้งนี้ ในปีที่แล้วเพียงปีเดียว นักลงทุนต่างชาติได้ลงทุนในตราสารหนี้จีน มูลค่ากว่า 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสูงสุด เมื่อเทียบกับบรรดาตลาดตราสารหนี้เกิดใหม่ทั่วโลก ส่วนงานวิจัยของธนาคารเอชเอสบีซี คาดว่าจะมีปริมาณเงินลงทุนอีกจำนวน 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทยอยเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีก 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เตรียมจะลงทุนในหลักทรัพย์จีนในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
โดยปริมาณเงินลงทุนไหลเข้าดังกล่าวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดทุนจีนอย่างชัดเจน
การที่ตราสารหนี้และหลักทรัพย์จีนถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดระดับโลก เป็นเหตุให้ผู้จัดการสินทรัพย์ทั่วโลกที่ใช้ดัชนีอ้างอิงเหล่านี้ในการนำเงินออมและเงินสาธารณะไปลงทุนในนามของระบบบำนาญ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) และบริษัทประกัน มีความต้องการเริ่มซื้อตราสารหนี้และหลักทรัพย์จีน หากต้องการที่จะได้รับผลประโยชน์จากผลการดำเนินงานของดัชนีเหล่านั้น
ความสำเร็จอีกขั้นในวันนี้ คือ ปัจจุบันนี้ “ตราสารหนี้สกุลเงินหยวน” ที่ออกโดยรัฐบาลจีน และธนาคารเฉพาะกิจจีน ได้ถูกนำมารวมในดัชนี Bloomberg Barclays Global Aggregate ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดตราสารหนี้ที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้จัดการสินทรัพย์และผู้ออมทั่วไปจำนวนมากทั่วโลกเตรียมจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนจีน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนระดับโลก และจะทำให้บรรดานักลงทุนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจจีนที่มีการเติบโต โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกว่าและการให้ความสำคัญกับภาคบริการ ซึ่งกำลังก่อให้เกิดการขยายตัวของชนชั้นกลาง
ผู้กำหนดนโยบายของจีนตระหนักดีว่า การเปิดตลาดทุนจีนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยกระจายแหล่งทุนให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับวิสาหกิจในประเทศ และสนับสนุนแนวทางระดมทุนระยะยาวที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนจากการกู้ยืมธนาคารไปสู่การระดมทุนในตลาดทุน
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ การปฏิรูป ซึ่งมุ่งหมายให้การเข้าถึงตลาดทุนจีนในระดับสากลทำได้ง่ายขึ้นนั้น ย่อมเป็นผลประโยชน์ของจีนเอง และจะยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีของตลาดทุนจีนจะเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป นักลงทุนยังคงมีคำถามเกี่ยวกับสภาพคล่อง ความสามารถในการเพิ่มมูลค่าพอร์ตลงทุน แนวทางการกำกับดูแล อันดับความน่าเชื่อถือ และความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ แต่คำมั่นสัญญาที่จีนได้แสดงให้เห็นแล้วในการเปิดกว้างตลาดทุน น่าจะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้ในอนาคต