เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

“ทีเส็บ” นำเสนอเส้นทางไมซ์ใหม่ “สัมมนารอบกรุง” ชวนองค์กรจัดทริปประชุม-สัมมนา 1 วัน

21 พ.ค. 2562 | 19:37น.

จากเป้าหมายของ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ” ในการกระตุ้นนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศสำหรับปี 2562 นี้ไว้รวมทั้งสิ้น 35.98 ล้านคน สร้างรายได้ 2.21 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ต่างประเทศ 1,32 ล้านคน สร้างรายได้ 1 แสนล้านบาท และนักเดินทางชาวไทยที่เดินทางเข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศ 34.66 ล้านคน สร้างรายได้ 1.21 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกันยังพบว่านักเดินทางไมซ์ในประเทศมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2561 ซึ่งมีนักเดินทางจำนวน 33.01 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป 3,553 บาท ก่อให้เกิดรายได้ในระบบเศรษฐกิจ 1.17 แสนล้านบาท ถือว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 28.89%

การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยอันเกิดมาจากการขยายตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวในระดับสูง ทำให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนมีความมั่นใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น รวมทั้งนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐในการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอบรมสัมมนาใน 55 เมืองรองให้สามารถลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายจากการจัดประชุมสัมมนาได้ 100%

เส้นทางไมซ์ใหม่ : พัฒนาพื้นที่ดึงดูดนักเดินทาง

อย่างไรก็ตาม “อุตสาหกรรมไมซ์” โดยเฉพาะกลุ่มการประชุม (Meeting) ยังมีความจำเป็นต้องสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักเดินทางไมซ์คุณภาพเข้าสู่เมืองต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการจัดงานไมซ์ในประเทศและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไมซ์ในประเทศ

“ทีเส็บ” จึงริเริ่มโครงการศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพเส้นทางไมซ์ภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมไมซ์ภายในประเทศ หรือ “Thailand 7 MICE Magnificent Themes” มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ ๆ และพัฒนาสถานประกอบการและชุมชนสำหรับการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศ

โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการวิจัยศึกษาเมืองที่มีศักยภาพรองรับนักเดินทางไมซ์ ศึกษาต้นทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ วิเคราะห์ศักยภาพและความสามารถทั้งด้านพื้นที่ สถานประกอบการ และชุมชน รวมถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคที่มีศักยภาพในการรองรับกลุ่มไมซ์ และพัฒนาเป็น “เส้นทางไมซ์ใหม่” ผ่าน 7 มุมมองที่วิจัยมาแล้วว่าเป็นแนวคิดเส้นทาง Top Hits ของกลุ่มไมซ์ทั้งนานาชาติและในประเทศ (Thailand 7 MICE Magnificent Themes) ได้แก่ 1.ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (Fascinating History and Culture)

2.การผจญภัย (Exhilarating Adventure)

3.การสร้างทีมเวิร์ค (Treasured Team Building)

4.กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ (CSR and Green Meeting)

5.กิจกรรมบรรยากาศชายหาด (Beach Bliss)

6 การจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ (Lavish Luxury) และ 7.การนำเสนออาหารไทยในทุกการจัดงานที่หลากหลาย (Culinary Journeys)

“สัมมนารอบกรุง” : รับพฤติกรรมองค์กรยุคใหม่

ล่าสุด ฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ (Domestic MICE) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ” จึงได้กำหนดแผนงานเพื่อสอดรับนโยบายดังกล่าว โดยร่วมกับ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” โครงการสร้างการรับรู้สินค้าและบริการไมซ์ (Domestic Fam Trip) ประจำปี 2562 พร้อมนำผู้บริหารด้านทรัพยากรมนุษย์ (HR) จากองค์กรต่าง ๆ รวม 25 ราย เข้าร่วมโครงการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองรูปแบบใหม่ในเส้นทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้แนวคิด “Empower Yourself With A New Philosophy In The Global World”

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ” กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” ครั้งนี้นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางไมซ์ใหม่” (Thailand 7 MICE Magnificent Themes) แล้ว ยังเป็นการต่อยอดโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” ตามโมเดลการจัดประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยแนวคิด “๓ พอ” (พอเพียง เพิ่มพูน พัฒนา) เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้หน่วยงานภาคเอกชนจัดงานประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนำศาสตร์พระราชาที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากร หน่วยงาน องค์กร และอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น

“ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับและร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ภายใน 1 วัน สอดรับกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่และองค์กรยุคปัจจุบันที่เริ่มค้นหาและเลือกสรรสถานที่จัดงานประชุมสัมมนาด้วยตนเองมากขึ้น การจัดกิจกรรมสัมมนารอบกรุงจึงถือว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการจัดการประชุม หรือ Meeting และการท่องเที่ยวเพื่อรางวัล หรือ Incentives”

ทริป 1 วันในแปดริ้ว

สำหรับสถานที่การจัดกิจกรรมสัมมนารอบกรุงในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราครั้งนี้ ประกอบด้วย : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา – เลขที่ 999 หมู่ 3 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็น 1 ใน 5 หอดูดาวภูมิภาคและศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์สำหรับประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา ขอนแก่น และพิษณุโลก

รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการเพื่อสร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ประชาชนในทุกภูมิภาคมีโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์อย่างทั่วถึงและทัดเทียมกัน โดยมีอาคารท้องฟ้าจำลองสำหรับฉายท้องฟ้าจำลองด้วยระบบดิจิทัลความละเอียดสูง รองรับผู้เข้าชมได้ครั้งละ 50 ราย ทั้งยังมีห้องนิทรรศการจัดแสดงเกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆ ด้านหลังเป็นอาคารหอดูดาว มีกล้องโทรทรรศน์หลายขนาด รวมถึงลานสำหรับจัดกิจกรรมดูดาวทุกคืนวันเสาร์ในช่วงเวลา 18.00-22.00 น.

บ้านเมล่อน – เลขที่ 99/9 หมู่ 2 ถ.304 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นฟาร์มเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่เปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมและศึกษาเรียนรู้กระบวนการปลูกเมล่อนตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” รองรับผู้เข้าชมได้ครั้งละ 30 ราย โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองปฏิบัตากมาย เช่น การเพาะต้นกล้าเมล่อน การสลักลายผลเมล่อน การให้อาหารแกะ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีการจำหน่ายผลเมล่อนสดจากฟาร์ม รวมถึงมีร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล่อนในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีการจัดมุมถ่ายรูปสุดชิคและชิลล์ให้ผู้มาเยือนได้แชะและโชว์อีกด้วย

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา – เลขที่ 7 หมู่ 2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มีการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ดินทรายจัดเพื่อเกษตรกรรมซึ่งมีรูปแบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนทุกสาขาอาชีพที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ ณ ที่แห่งเดียว เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ถือเป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จในด้านการเกษตรกรรมและการพัฒนาอาชีพเพื่อเป็นต้นแบบและแนวทางให้เกษตรกรและผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ให้ศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชม คือพระตำหนักสามจั่ว ร้านปันสุข สวนพฤกษชาติราชดำรัส ศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ชุมชน โรงเรือนกลุ่มพัฒนาอาชีพเย็บผ้า จักสาน และตีเหล็ก เป็นต้น

“ไมซ์” กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

นายสราญโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” ครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์ชินรีณี วีระวุฒิวงศ์ โค้ชผู้บริหารที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ มาร่วมให้ความรู้ผู้ร่วมโครงการในกิจกรรม “ปั้นดิน” ซึ่งถือเป็นศิลปะเพื่อความสมดุลในการส่งเสริมและกระตุ้นเตือนให้มนุษย์สื่อสารกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยการปั้นดินจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองผ่านประสารทสัมผัสที่ซับซ้อนสูงสุด ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมปั้นดินมีศักยภาพเพิ่มขึ้นทางด้านความสามารถในการเรียนรู้ ความสามารถด้านสติปัญญา ความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนพลังความมุ่งมั่นในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด

นอกจากนั้น ยังมีการจัด กิจกรรม “Table Top Sale” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว รวมถึงผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นำเสนอสถานที่และผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” เพื่อเชิญชวนให้นำองค์กรนำคณะบุคลากรเดินทางมาจัดอบรมสัมมนา

โดยเหตุผลที่การจัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” ครั้งนี้เน้นผู้ร่วมโครงการคือ ผู้บริหารด้านทรัพยากรมนุษย์ (HR) จากองค์กรต่าง ๆ เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดโครงการประชุมและอบรมสัมมนาบุคลากรภายในองค์กร โดยนำบุคลากรออกมาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นอกสถานที่ซึ่งถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ๆ ทั้งยังถือเป็นการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในการนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ ทั้งชีวิตประจำกัน การทำงาน และอื่น ๆ

“อุตสาหกรรมไมซ์เป็นหัวใจหนึ่งในการเชื่อมต่อผู้คนให้มีโอกาสพบกันและแบ่งปันประสบการณ์จากการเรียนรู้ร่วมกัน ดังการจัดกิจกรรมสัมมนารอบกรุงครั้งนี้ที่ผู้เข้าร่วมโครงการต่างมีมุมมองในด้านต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยมีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา รวมไปถึงมีความกล้าที่จะลงมือปฏิบัติในสิ่งต่าง ๆ ทั้งยังให้การยอมรับซึ่งกันและกัน รวมถึงมีเข้าใจเรื่องช่องช่องว่างระหว่างวัยของบุคลากรในองค์กร ตลอดจนมีความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองให้หลุดพ้นจากพื้นที่สุขสบายของตนเอง หรือ Comfort Zone”

เหนือสิ่งอื่นใดการจัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” ยังถือเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรงอันถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หาก “ทีเส็บ” จะยังคงมีการจัดกิจกรรม “สัมมนารอบกรุง” ขึ้นอีก แต่จะเป็นในพื้นที่ใด ติดตามในเร็ว ๆ นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MICE ทีเส็บ