เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
“ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
Politics “ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทยป่วย !

06 ก.ค. 2562 | 19:51น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สมปอง แจ่มเกาะ

ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ฤกษ์งามยามดี ลางาน 3 วัน ไปทำธุระที่บ้านเกิด อ.พิมาย จ.นครราชสีมาหลังเสร็จภารกิจเลยถือโอกาสแวะเยี่ยมเยือนญาติโกโหติกา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ตระเวนไปตามที่ต่าง ๆ เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย ไล่เลียงตั้งแต่ศาลหลักเมือง ปราสาทหินพิมาย ไทรงาม ที่ขาดไม่ได้ก็เห็นจะเป็นการหาชิมอาหารพื้นถิ่น

แต่ละแห่งที่ไปหรือขับรถผ่าน ภาพเก่า ๆ เมื่อในอดีตผุดขึ้นมาเป็นระยะ ๆ…สุขใจครับ ขากลับระหว่างทางก็แวะพัก แวะเที่ยวไปเรื่อย ๆ มันช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ปลอดโปร่งโล่งสมองมาก ๆ เป็น 3 วันที่หันหลังให้กับหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ โซเชียลมีเดีย หยุดการเสพข่าวคราวความเคลื่อนไหวทุกสิ่งอย่างโดยสิ้นเชิง…แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ในโลกของความเป็นจริง

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ กลับมาทำงานตามปกติ นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านข่าวออนไลน์ ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบ้านเมืองเช่นเดิม

นี่ก็ผ่านครึ่งปีไปแล้ว แต่เศรษฐกิจไทยยังย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน ไม่ต้องอะไรมาก ที่ผ่านมา สำนักวิจัยหลาย ๆ สำนักได้ทยอยปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของปีนี้ลงต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่หั่นลงมาเหลือ 3.3% จากเดิม 3.8% ขณะที่สภาพัฒน์ ปรับเหลือ 3.6% จาก 4% เป็นต้น

จาก 2561 ปีที่ผ่านมา จีดีพีโต 4.1% หรือย้อนไปเมื่อช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2551 ที่มีวิกฤตซับไพรม หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จีดีพียังโตได้ถึง 5-6% เลยทีเดียว จะด้วยปัจจัยจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่รุนแรงและยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่าย ๆ

รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวรุนแรง ซึ่งขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ 4 ตัวหลัก มีอาการเครื่องสะดุด-อ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ ที่ไม่เพียงแต่ประชาชนคนชั้นรากหญ้าจะมีปัญหาเรื่องรายได้และกำลังซื้อแล้ว

อีกด้านหนึ่งก็พบว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับที่สูง และเป็นจุดเปราะบางที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ยังบางเบา ที่ผ่านมาแม้ตัวเลขการขอการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จะดูสวยงามหวือหวา แต่เมื่อพิจารณาลงไปลึก ๆ จะพบว่า การลงทุนจริงยังมีไม่มากนัก ขณะที่การส่งออก-ท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย และมีสัดส่วนรวมกันกว่า 80% ของจีดีพี ซึ่งใครต่อใครวาดหวังว่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยพยุงสถานการณ์ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนัก

ผลจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ประกาศปรับลดเป้าการส่งออกปีนี้เหลือเพียง 1% ถึง -1% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3% เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้ปรับเป้ารายได้ลง 2 หมื่นล้านบาท หรือ 3.38 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ 3.4 ล้านล้านบาท

ล่าสุด สำหรับการลงทุนภาครัฐก็กำลังได้รับผลกระทบจากการตั้งรัฐบาลล่าช้า ที่ทำให้การใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 อาจจะล่าช้าออกไปอีก 3-4 เดือน โครงการใหญ่-เล็กของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อาจถูกปรับแก้ และจะนำไปสู่ภาวะสุญญากาศการประมูลไปอีกช่วงหนึ่ง

นั่นหมายความว่า ความหวังที่จะมีเม็ดเงินจากโครงการลงทุนของรัฐเข้ามาเจือจานระบบเศรษฐกิจก็ดูเลือนลางลงไปถนัดใจ

นี่คือความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ และน่าเป็นห่วงยิ่งนัก 

ใครที่ยังมองแบบโลกสวยว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง และคาดหวังว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น เพราะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ อาจจะต้องคิดใหม่แล้ว

เตรียมรับมือกันให้ดี !!!!!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทย