เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

เกาหลีใต้จุดกระแส “แบนสินค้าญี่ปุ่น” สุมไฟ “สงครามการค้า” คู่ใหม่

11 ก.ค. 2562 | 13:59น.

นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะแตกร้าวมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลโตเกียวสั่งคุมเข้มการส่งออกวัตถุดิบไฮเทคที่สำคัญ 3 ชนิด ซึ่งเกาหลีใต้ต้องพึ่งญี่ปุ่นในสัดส่วนสูงถึง 90% ขณะที่กระแสโจมตีในโลกโซเชียลของโสมขาว ที่เรียกร้องให้ “แบนสินค้าญี่ปุ่น” กำลังกระพือเป็นวงกว้าง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นยกระดับมาตรการเข้มงวดสำหรับการส่งออกวัตถุดิบ 3 ชนิด ได้แก่ ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์, ฟลูออริเนต โพลีไอไมด์ วัตถุดิบสำหรับผลิตจอแสดงผล และสารโฟโตไลซิส ใช้ในการผลิตชิปหน่วยความจำในสมาร์ทโฟน

สมาคมการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีใต้กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า “ไฮโดรเจนฟลูออไรด์” พบว่ายังมีประเทศอื่นที่ผลิตสารดังกล่าว ได้แก่ จีน ไต้หวัน และอินเดีย ซึ่งเกาหลีใต้อาจนำเข้าจากประเทศเหล่านี้แทน แต่สำหรับวัตถุดิบอีก 2 ตัว เกาหลีใต้ยังต้องพึ่งพาญี่ปุ่นเพราะเป็นประเทศที่ผลิตสารเหล่านั้นมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยที่ผ่านมาเกาหลีใต้มีการนำเข้าจากญี่ปุ่นกว่า 90% อย่างไรก็ตาม ทางการเกาหลีใต้กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน

เจแปนไทมส์ระบุว่า แม้ว่าเกาหลีใต้จะสามารถหาวัตถุดิบทดแทนได้ 1 ใน 3 วัตถุดิบสำคัญที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น แต่ด้วยมาตรการที่เข้มงวดขึ้นของญี่ปุ่นทำให้กระบวนการส่งออกต้องใช้เวลามากขึ้นอีกประมาณ 90 วัน ขณะที่สต๊อกวัตถุดิบเหล่านี้ของบริษัทเทคโนโลยีเกาหลีอาจไม่เพียงพอต่อการผลิตในระยะข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและอื่น ๆ ของเกาหลีใต้ในระยะสั้น คาดว่าจะกระทบบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง ซัมซุง แอลจี และเอสเคไฮนิกซ์ ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกรวมกันราว 20% ของการส่งออกทั้งหมดของเกาหลีใต้

ขณะที่ยังไม่มีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนจากรัฐบาลโซล นอกจากคำขู่เรื่อง “การแซงก์ชั่น” บางธุรกิจของญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียของโสมขาว เพื่อเรียกร้องให้ “แบน” สินค้าหลายประเภทจากญี่ปุ่น 

“เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์” ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้คาดหวังว่ากระแสแบนในโซเชียลจะช่วยเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลทำการตอบโต้ญี่ปุ่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

โดยผู้สนับสนุนการแบนสินค้าญี่ปุ่นจำนวนหลายหมื่นคนได้ลงนามในคำร้องบนเว็บไซต์สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้โจมตีสินค้าส่งออกหลัก ๆ ของญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ ได้แก่ รถยนต์, เครื่องสำอาง, เบียร์, แบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยมของญี่ปุ่น เช่น ยูนิโคล ทั้งร่วมกันโพสต์ข้อความติดแฮชแท็ก “Boycott Japan” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อยกเลิกการไปเที่ยวในญี่ปุ่น ลามไปถึงอุตสาหกรรมบันเทิง ด้วยการกดดันให้ศิลปินในหลายวงที่มีสมาชิกเป็นชาวญี่ปุ่น เช่น TWICE, IZ*ONE, NCT 127, Pentagon และ GWSN ให้ลาออกจากสมาชิกของวง

“เจทีบี” ตัวแทนการท่องเที่ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่นแสดงความเห็นว่า กระแสต่อต้านในโซเชียลกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น โดยในปีที่ผ่านมามีชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้ามาในญี่ปุ่นราว 7.5 ล้านคน และใช้จ่ายราว ๆ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกาหลีใต้ติดท็อป 5 นักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นของแต่ละปี ทั้งระบุว่า “ผลกระทบจากการต่อต้านบนโซเชียลเป็นหายนะในยุคนี้ และจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในทางอ้อม”

Advertisement

รายงานข่าวยังระบุว่า ปี 2018 เกาหลีใต้นำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นประมาณ 40,000 คัน กระแสการคว่ำบาตรรถยนต์ญี่ปุ่นจะสร้างความกังวลอย่างมากต่อค่ายรถญี่ปุ่น โดยเฉพาะโตโยต้า และมิตซูบิชิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในโสมขาว ทั้งยังมีการติดแฮชแท็กกล่าวถึงมากที่สุดด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการรายหนึ่งของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ โคเรีย กล่าวเพียงว่า “การต่อต้านในโซเชียลมีเดียอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ ซึ่งบริษัทต้องประเมินถานการณ์อย่างใกล้ชิด หรือใช้แคมเปญจูงใจการซื้อ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น”

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหลายอย่างที่เป็นเหยื่อในการล้างแค้นทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ได้แก่ เบียร์คิริน, เบียร์อาซาฮี, พานาโซนิค, คาเนโบ คอสเมติกส์, เอสเคทู, ชิเซโด และรองเท้าเอสิกส์ ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าของญี่ปุ่นที่ถูกติดแฮชแท็กเรียกร้องให้บอยคอตมากที่สุด

“มาคิโกะ ทาคาฮาชิ” โฆษกหญิงของคาเนโบ คอสเมติกส์ แสดงความเห็นว่า เกาหลีใต้เป็นอีกตลาดเครื่องสำอางที่สำคัญของญี่ปุ่น กระแสบอยคอตที่รุนแรงขึ้น อาจทำให้ยอดขายของบริษัทลดลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบจะไม่ขยายเป็นวงกว้างเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนอายุน้อย ซึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางประวัติศาสตร์ หรือการเมืองน้อยกว่าคนรุ่นเก่า

ขณะที่ “อาสึชิ โอซาไน” ศาสตราจารย์ประจำวิชาการตลาดระหว่างประเทศ โรงเรียนธุรกิจวาเซดะ กล่าวว่า ความรุนแรงของปมความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้กำลังยกระดับขึ้น หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์เกาหลีใต้เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาการแซงก์ชั่นญี่ปุ่นเพื่อตอบโต้ รวมถึงเตรียมจะยื่นคำร้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO)

พร้อมทั้งชี้ว่า ประเด็นของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มีความคล้ายคลึงกับกรณีของ “หัวเว่ยและสหรัฐ” ในแง่ผลกระทบ ซึ่งต่างก็สะบักสะบอมพอกันจนต้องจับมือสงบศึกชั่วคราวเมื่อเร็ว ๆ นี้

“เกาหลีใต้และญี่ปุ่น” ควรศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดีกว่าสุมไฟให้ลุกลามเพราะอาจจะสายเกินแก้

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!