เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
Finance สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
Finance ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
การศึกษา วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
Biz Movement เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
Politics ‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
Real Estate แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
Economic OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
Automotive ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า รับเม็ดเงินไหลเข้าตราสารหนี้

07 ก.ย. 2560 | 17:39น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (6/9) ที่ระดับ 33.16/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในคืนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ “Beige Book” โดยรายงานระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในอัตราปานกลางในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงเคลื่อนไหวในระดับต่ำ นอกจากนี้ผลการสำรวจของไอเอชเอส มาร์กิต ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.0 ในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตามเงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดันจากประเด็นความไม่แน่นอนในการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการเฟด โดยนายสเตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วัย 74 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ ในจดหมายที่ยื่นต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุถึงเหตุผลส่วนตัว ซึ่งการลาออกของนายฟิสเชอร์จะเปิดโอกาสให้ทรัมป์ส่งคนของตนเข้ารับตำแหน่งในคณะกรรมการเฟด ในช่วงที่เฟดกำลังดำเนินการปรับนโยบายการเงินให้กลับสู่ภาวะปกติ ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับลดงบดุลจากวงเงิน 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้กระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากอัตาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำกว่าระดับเป้าหมาย และความกังวลในเรื่องของพายุเฮอร์ริเคน “เออร์มา” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งสหรัฐและคาดว่าจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงนั้น ได้เพิ่่มแรงกดดันให้สกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศนั้น ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าเนื่องจากการที่มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดนักลงทุนต่างชาติได้มีการซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นจำนวนมากถึง 2 หมื่นกว่าล้านบาท แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น และมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.08-33.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (7/9) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1924/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (6/9) ที่ระดับ 1.1944/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นายดรากีคงจะไม่ออกมาส่งสัญญาณมากนักเกี่ยวกับโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอนาคต เนื่องจาก ECB อาจจะรอจนถึงเดือนตุลาคม ก่อนที่จะประกาศเรื่องการเปลี่ยนแลงมาตรการ QE นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ด้วยว่า นายดรากี อาจจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร ในการประชุมครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1909-1.1975 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1974/1.1976 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (7/9) เปิดตลาดที่ระดับ 109.07/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (6/9) ที่ระดับ 108.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ดดยค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากมีการเทขายทำกำไร แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทนยังคงเข้ามาถือสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 108.88-109.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 108.88/108.90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (7/9) GDP ยูโรโซน (7/9) ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (7/9) และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนกรกฎาคม (8/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.6/1.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่้ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.3/-1.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ค่าเงินบาท หุ้น