ดีลกับความตาย
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย เมตตา ทับทิม
รถไฟฟ้าสายใหม่พลิกโฉมอะไรได้บ้าง
และเคยถามตัวเองบ้างไหม กลัวตายกันหรือเปล่า 7-8 เดือนมานี้ ไปงานสวดอภิธรรมเพื่อน+คนรู้จัก 20 งาน เยอะเกินไปแล้วนะ ความรู้สึกบอกว่าอย่างนั้น
เกือบทุกงานไปอย่างแขก แต่มีอยู่งานเดียวที่ถูกฝากฝังให้เป็นแม่งาน ถือเป็นเกียรติอย่างสูง
ทางผู้วายชนม์เตรียมตัวสั่งเสียล่วงหน้าไว้ว่าสวด 3 วัน เลือกวัดที่มีสถานีรถไฟฟ้าอยู่หน้าวัด คนมางานเสร็จแล้วเดินสกายวอล์กไปหาข้าวกินสะดวก
ช่วงของการจัดงาน 4 วัน เจ้าภาพต้องมาก่อน-กลับทีหลัง รู้เลยว่าไลฟ์สไตล์คนเมืองกำลังเปลี่ยนเพราะรถไฟฟ้าสายใหม่ปักหมุดหน้าประตูวัด
งานสวด-ประชุมเพลิงกับงานบุญครบ 7 วัน ทำคนละแห่ง แหล่งข่าวหลวงพี่ในวัดระดับแบรนด์เนมเหมือนกัน แจกแจงรายการค่าใช้จ่ายเชิงเปรียบเทียบได้ละเอียดยิบ
มีทั้งฟิกซ์คอสต์อย่างค่าบำรุงศาลา ค่าแรงพนักงาน ภารโรง ช่างไฟ พิธีกร รายละเอียดใช้จ่ายจัดเตรียมพิธีการทางสงฆ์
ส่วนพิธีการทางโลกการบริหารจัดการหน้างานเป็นเรื่องจำเป็น แม้จะวางแผนมาอย่างดีและรัดกุมเข้มงวดแค่ไหนก็ตาม
นั่นหมายความว่า คอสต์ผันแปรมีให้ควักกระเป๋าอยู่ตลอดยกตัวอย่าง วัดดังเหมือนกัน แต่ “ทำเล-location” มีกับไม่มีรถไฟฟ้าจอดหน้าประตู น้ำแข็งกระสอบไซซ์เดียวกัน ราคา 70 บาท กับ 300 บาทต่างกัน 4 เท่า
หลักการเดียวกับราคาคอนโดมิเนียมเป๊ะ ทำเล 0 ก้าวจากรถไฟฟ้า ยุคนี้ต้องมี 100,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไป ถ้าอยู่ใจกลางเมืองมากเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งดีด เริ่มต้นกันที่ 2-3 แสนบาท/ตารางเมตร
ส่วนราคาต่ำแสน/ตารางเมตร ถ้าอยู่ในแนวรถไฟฟ้าก็ยังสามารถเห็นได้ แต่ “ทำเล” ต้องห่างจากสถานีตั้งแต่ 300-800 เมตร หรืออาจมุดเข้าไปอยู่ในซอยไปเลย
ถ้าทำเลกระเถิบห่างจากสถานีรถไฟฟ้า เจ้าของโครงการเขาคงใช้วิธีพลิกแพลงสารพัด เพื่อดึงดูดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้มากที่สุด
มีตั้งแต่ทำเป็นห้องชุดฟูลลี่เฟอร์นิช หมายความว่า ไม่ได้ขายห้องเปล่า แต่ขายเป็นห้องตกแต่งเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่
ถ้าผู้ประกอบการแข่งขันกันมาก ๆ จนเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายอ่อน ๆ ก็หนีไม่พ้นจะต้องดัมพ์แคมเปญโปรโมชั่น ลด-แลก-แจก-แถมไม่อั้น
ธุรกิจคนเป็น ถ้าผลิตสินค้าโอเวอร์ซัพพลายขึ้นมาเมื่อไหร่ จะเข้าสูตรกลไกธุรกิจทันที อำนาจต่อรองจะย้ายฝั่งมาอยู่ในมือผู้บริโภค พูดสั้น ๆ ต่อราคาได้ ต่อราคาแหลก (ส่วนจะลดให้หรือเปล่าเป็นอีกเรื่อง)
แตกต่างกับธุรกิจความตาย หมายถึงการจัดงานศพ มีคำพูดจากปากผู้เกี่ยวข้องทั้งพระและฆราวาสว่า สินค้าและบริการเขาห้ามต่อ (ราคา) เพราะอะไรไม่รู้ รู้แต่มันไม่ดี
ยกตัวอย่างแค่ “น้ำแข็ง” รายการเดียว ซื้อผ่านวัดราคาก็ไม่เท่ากัน
ทั้ง ๆ ที่แค่หยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูล มีธุรกิจขายเครื่องทำน้ำแข็งหลอด เขาโฆษณาว่าถูกกว่าซื้อ 600% เหลือกิโลกรัมละ 0.6 บาท
ในความหมายคือ ถ้าเราซื้อน้ำแข็งยกกระสอบ (20-25 กก.) ตกกิโลกรัมละ 2 บาท แต่ถ้าซื้อย่อย ๆ จะตก 6-7 บาท
เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อเครื่องทำน้ำแข็งไปผลิตน้ำแข็งหลอดขาย กำลังการผลิตวันละ 200-300 กิโลกรัม ขายราคาเท่าตลาดจะทำกำไรได้ 600%
น้ำแข็งกระสอบใช้งานปกติ กิโลละ 2 บาท แต่ถ้าใช้ในงานอวมงคล “ห้ามต่อราคา”
การต่อราคาเป็นเรื่องผิด บาป แต่การบวกราคาเพิ่ม 1 เท่า 4 เท่า ไม่ผิด ไม่บาป
รายการอื่น ๆ ที่หนักหนาสาหัสกว่านี้ ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
กรมการค้าภายใน หรือ คน. คุมราคาสินค้าและบริการมาเยอะแยะ ปัจจุบันกำลังรบกับค่ายาในโรงพยาบาล
คิดเล่น ๆ ว่า คน.น่าจะทำโฟกัสกรุ๊ป กับญาติผู้เสียชีวิต กิจกรรมงานศพทั้งหลายทั้งปวง ตั้งแต่ต้นจนจบ ค่าใช้จ่ายภาพรวมมีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่า
ความตายอาจไม่น่ากลัว แต่ดีลกับธุรกิจและบริการความตาย ช่างน่ากลัวจริง ๆ