เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Fontcraft : เบื้องหลังการสร้างฟอนต์ กับ 15 ปีของการ “รดน้ำทุกวัน”
Business Fontcraft : เบื้องหลังการสร้างฟอนต์ กับ 15 ปีของการ “รดน้ำทุกวัน”
ญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนระยะในนโยบาย หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 %
World ญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนระยะในนโยบาย หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 %
ค้าปลีกย่านลุมพินีเดือด 2 ยักษ์เสริมเขี้ยวชิงนักช็อป
Business ค้าปลีกย่านลุมพินีเดือด 2 ยักษ์เสริมเขี้ยวชิงนักช็อป
หมดยุครายได้ทางเดียว ? แค่ครึ่งปีแรก 2569 คนหันมาขับ Grab เพิ่ม 68%
Tech หมดยุครายได้ทางเดียว ? แค่ครึ่งปีแรก 2569 คนหันมาขับ Grab เพิ่ม 68%
รถไฟสายใหม่ ”เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” คืบหน้าแล้ว 70% ”อุโมงค์งาว” ยาวสุดในไทยเจาะเสร็จปีนี้
Real Estate รถไฟสายใหม่ ”เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” คืบหน้าแล้ว 70% ”อุโมงค์งาว” ยาวสุดในไทยเจาะเสร็จปีนี้
แสนสิริ อวดโฉม “เวียร์ อารีย์” คอนโดหรูเลี้ยงสัตว์ได้ เปิดให้ชมตึกจริง 19-20 ก.ย.นี้
Real Estate แสนสิริ อวดโฉม “เวียร์ อารีย์” คอนโดหรูเลี้ยงสัตว์ได้ เปิดให้ชมตึกจริง 19-20 ก.ย.นี้
เวทีลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 เตรียมเปิดฉากปลายตุลาคมนี้ ปักหมุดกรุงเทพฯ
Economic เวทีลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 เตรียมเปิดฉากปลายตุลาคมนี้ ปักหมุดกรุงเทพฯ
ผ่าปมร้อน “ศึกงบรถขยะ EV กทม. 6 พันล้าน”  เหตุผลฝ่ายบริหาร-ข้อค้านสภาเมือง-มติตัดงบ
Politics ผ่าปมร้อน “ศึกงบรถขยะ EV กทม. 6 พันล้าน” เหตุผลฝ่ายบริหาร-ข้อค้านสภาเมือง-มติตัดงบ
กรมการท่องเที่ยวมอบรางวัล  “ASEAN Tourism Professionals”  แก่เยาวชนและบุคลากร
Biz Movement กรมการท่องเที่ยวมอบรางวัล  “ASEAN Tourism Professionals”  แก่เยาวชนและบุคลากร
ศุภจี จ่อชง ครม. แผนอุ้มค่าครองชีพ-เกษตร รับมือพลังงาน คาดเงินเฟ้อปีนี้ไม่ถึง 3%
Politics ศุภจี จ่อชง ครม. แผนอุ้มค่าครองชีพ-เกษตร รับมือพลังงาน คาดเงินเฟ้อปีนี้ไม่ถึง 3%
ดูทั้งหมด

“AEM” รมต.เศรษฐกิจอาเซียนเตรียมลงนาม2ความร่วมมือ MRA รับรองมาตรฐานยานยนต์-ระงับข้อพิพาทอาเซียน

20 ส.ค. 2562 | 13:41น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers : AEM) ครั้งที่ 51 และการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป (RCEP) ครั้งที่ 7 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 3-10 กันยายน 2562 ที่กรุงเทพฯ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมระดับรัฐมนตรีทั้งอาเซียนและอาร์เซ็ป โดยมีการลงนามเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ที่ได้ดำเนินการได้สำเร็จ

สำหรับการลงนาม 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียน ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะถ้ายานยนต์และชิ้นส่วนผ่านการตรวจสอบรับรองของหน่วยงานทดสอบมาตรฐานในประเทศสมาชิกอาเซียนหนึ่งแล้ว เมื่อส่งออกไปยังสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ก็ไม่ต้องตรวจสอบซ้ำ เพราะถือว่าได้ยอมรับผลการตรวจสอบนั้นแล้ว และ 2.พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง เพื่อให้กลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

รวมทั้ง เป็นไปตามหลักการและกระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับอาเซียนหากมีปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างอาเซียน เนื่องจากการใช้มาตรการทางการค้าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาเซียนก็จะมีกลไกการหารือแก้ไขข้อพิพาทกันเอง โดยไม่ต้องพึ่งการตัดสินขององค์กรนอกอาเซียน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จของไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาเซียนใช้เวลาเจรจาหาข้อสรุปกันอยู่นานเกือบสิบปี ซึ่งสำเร็จได้ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปีนี้

นอกจากนี้ งานด้านเสาเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งเจ้าหน้าที่อาวุโสฯ เตรียมรายงานผลต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เช่น 1.การจัดทำระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (ASEAN-Wide Self Certification) โดยดำเนินการสำเร็จแล้ว และพร้อมใช้ระบบนี้ในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ต้องการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีของอาเซียนด้วยตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปขอรับใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) จากหน่วยงานภาครัฐอีกต่อไป ช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย

2.การจัดทำระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) ทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างอาเซียน 10 ประเทศ (ASEAN Single Window : ASW) ใกล้แล้วเสร็จ โดยขณะนี้มีสมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และกัมพูชา ได้เชื่อมต่อระบบและแลกเปลี่ยน Form D ทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังเหลือสมาชิกอาเซียนอีก 3ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ สปป.ลาว ที่อยู่ระหว่างทดสอบระบบ ซึ่งมีความคืบหน้ามากและพร้อมดำเนินการให้สำเร็จ เชื่อมต่อระบบให้ครบ 10 ประเทศ ภายในปีนี้ หากระบบ ASW สมบูรณ์ จะสามารถยื่น Form D ผ่านระบบออนไลน์และหน่วยงานของรัฐที่ด่านพรมแดน สามารถตรวจเช็คเอกสาร และปล่อยสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

และ 3.การตัดสินใจทบทวนความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA)ซึ่งบังคับใช้มาแล้ว 8 ปี ให้ทันสมัยสามารถรองรับรูปแบบการค้าในปัจจุบันและลดอุปสรรคทางการค้าเป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนแล้ว ยังเป็นผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศของไทยในภาพรวมอีกด้วย ทั้งนี้ อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 (ม.ค. – มิ.ย.) มีมูลค่าการค้ารวม 53,557.22 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 31,316.71 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 22,240.51 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเกินดุล 9,076.20 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอาเซียน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.47 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย

สำหรับการประชุมนี้มีการประชุมที่สำคัญ 4 การประชุม ได้แก่ 1. การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (Senior Economic Official Meeting :SEOM) ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2562 เพื่อเตรียมการก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งตนจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม 2. การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2562 ซึ่งรัฐมนตรีอาเซียน 10 ประเทศ จะร่วมกันหารือสรุปความก้าวหน้าและความสำเร็จการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียนนับตั้งแต่ไทยรับหน้าที่ประธานอาเซียน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่กรุงเทพฯ 3. การประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป 16 ประเทศ ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2562 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเจรจา RCEP และปลดล็อกประเด็นติดขัดที่ยังเหลืออยู่ เพื่อกรุยทางให้ผู้นำประกาศสรุปผลการเจรจาในช่วงการประชุมสุดยอดอาร์เซ็ปในเดือนพฤศจิกายนนี้ และ 4.การประชุมระหว่างรัฐมนตรีการค้าอาเซียน 10 ประเทศ กับรัฐมนตรีการค้าของประเทศคู่เจรจา 10 ประเทศ ได้แก่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ แคนาดา และรัสเซีย (แบบแยกรายประเทศ) ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2562 ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่อาเซียนจะได้หารือพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับประเทศเหล่านี้ และเตรียมการก่อนที่ผู้นำอาเซียนจะพบกับผู้นำของคู่เจรจา 10 ประเทศ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่กรุงเทพฯ