เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน จี้ สสว. ปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน จี้ สสว. ปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
Politics กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,250 บาท
ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ชูหลักทรงงานรัชกาลที่ 9 ต้นแบบรับมือความท้าทาย
Finance ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ชูหลักทรงงานรัชกาลที่ 9 ต้นแบบรับมือความท้าทาย
ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
Real Estate ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
Finance สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
Finance ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
Real Estate แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
Real Estate ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
ดูทั้งหมด

วิกฤตหนี้สาธารณะทั่วโลก ผลกระทบต่อการส่งออกไทย

27 ส.ค. 2562 | 16:45น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM BANK

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หนี้สาธารณะ (public debt) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญในหลายประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลของประเทศเหล่านั้นเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะซบเซาหลังวิกฤต Hamburger ในปี 2551 ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลของ IMF พบว่าปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อ GDP รวมทั้งโลกอยู่ที่ราว 210% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากราว 70% ในปี 2551 ขณะเดียวกัน IMF คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 300% ในปี 2567

ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายประเทศพบว่า จำนวนประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เกินกว่า 60% ซึ่งถือเป็นระดับที่เริ่มจะไม่ปลอดภัยตามหลักสากลเพิ่มขึ้นจาก 42 ประเทศในปี 2551 เป็น 70 ประเทศในปี 2561 โดยประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงสุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อาทิ กรีซ (183%) เวเนซุเอลา (175%) อิตาลี (132%) ไซปรัส (102%) เป็นต้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลในช่วงปี 2551-2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) ของกลุ่มประเทศที่มีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงส่วนใหญ่มีทิศทางลดลง ไม่ว่าจะเป็น กรีซ (GDP per capita หดตัวเฉลี่ย 2.8% ต่อปี) อิตาลี (หดตัว 0.6% ต่อปี) เวเนซุเอลา (หดตัว 3.6% ต่อปี) และไซปรัส (หดตัวเฉลี่ย 0.7% ต่อปี) เป็นต้น ขณะที่การนำเข้าของประเทศต่าง ๆ ข้างต้น ในช่วงเวลาเดียวกันขยายตัวในระดับต่ำ โดยกรีซมีมูลค่านำเข้าเฉลี่ยหดตัว 0.3% ต่อปี อิตาลี (มูลค่านำเข้าขยายตัวเฉลี่ย 0.7% ต่อปี) เวเนซุเอลา (มูลค่านำเข้าหดตัวเฉลี่ย 9.8% ต่อปี) และไซปรัส (มูลค่านำเข้าเฉลี่ยขยายตัว 3.5% ต่อปี) เทียบกับมูลค่าการนำเข้าทั้งโลกในช่วงดังกล่าวที่ขยายตัวราว 4% ต่อปี

เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงปี 2551-2561 มูลค่าส่งออกของไทยไปยังประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP เกินกว่า 60% ขยายตัวเฉลี่ยเพียงราว 3.5% ต่อปี ขณะที่มูลค่าส่งออกไปยังประเทศที่ไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะขยายตัว 6.2% ต่อปี ส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าส่งออกของไทยไปยังประเทศที่มีปัญหาหนี้สาธารณะลดลงต่อเนื่องจาก 47% ต่อมูลค่าส่งออกรวมในปี 2551 เหลือ 37% ในปี 2561

นอกจากนี้ หากพิจารณามูลค่าส่งออกของไทยรายประเทศพบว่า การส่งออกของไทยไปยังประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงขยายตัวน้อยกว่าการส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกันซึ่งไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะ อาทิ การส่งออกของไทยไปกรีซและอิตาลีเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงสุดในยุโรป หดตัวเฉลี่ย 6.8% และขยายตัวเพียง 0.7% ต่อปีในช่วงปี 2551-2561 ตามลำดับ ขณะที่การส่งออกของไทยไปภูมิภาคยุโรปโดยรวมขยายตัวราว 2% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับการส่งออกของไทยไปเวเนซุเอลา (มีระดับหนี้สาธารณะสูงสุดในละตินอเมริกา) หดตัวเฉลี่ย 5.4% ต่อปี ในช่วงปี 2551-2561 เทียบกับการส่งออกของไทยไปภูมิภาคละตินอเมริกาขยายตัวเฉลี่ย 9% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นต้น

แม้หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงอาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีผลทางอ้อมต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศต่าง ๆ ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดในการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือของประเทศที่ส่งผลต่อต้นทุนในการกู้ยืมเงิน หรือบางกรณีก็อาจลุกลามไปถึงการดำเนินงานของภาครัฐที่ต้องสะดุดลง ดังเช่นกรณีของสหรัฐที่ต้องปิดหน่วยงานรัฐ (government shutdown) ชั่วคราวเป็นระยะจากปัญหาหนี้สาธารณะที่เกินเพดานตามกรอบที่กำหนด

ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกระจายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ รวมถึงการนำเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ มาใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเช่นในปัจจุบัน

 

Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK