เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

บาทผันผวนในกรอบแคบจากสงครามการค้า และ Brexit

06 ก.ย. 2562 | 18:13น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (2/9) ที่ระดับ 30.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 30.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยประเด็นที่กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ คือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน โดยสหรัฐปฏิเสธข้อเรียกร้องของจีนในการเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีน แม้ทั้งสองประเทศจะส่งสัญญาณว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่ทั้งสองประเทศก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเงื่อนไขพื้นฐานของการเจรจา โดยสหรัฐเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้า 15% จากสินค้าจีนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากจีนแล้วในวันที่ 1 กันยายน นับตั้งแต่เวลา 11.00 น.ตามเวลาไทย ในขณะที่ีจีนได้ตอบโต้กลับสหรัฐ โดยการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 5% จากการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ

ทั้งนี้ปัญหาสงครามการค้าได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นภายหลังจากการรายงานข่าวว่าทางการจีนตัดสินใจยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ต่อกรณีที่สหรัฐบังคับใช้มาตรการทางภาษีกับสินค้าส่งออกของจีนครั้งล่าสุด ซึ่งจีนไม่พอใจอย่างมากและไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด โดยแถลงการณ์ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐถือเป็นการละเมิดฉันทามติที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เห็นพ้องร่วมกันในระหว่างการพบปะหารือของผู้นำทั้งสองนอกกรอบของการประชุมสุดยอด G20 ที่โอซาก้า เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่จีนว่า หากเขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 จีนจะต้องเจอกับการทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐที่ยากลำบากมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่่าขึ้นเมื่อเทียกับสกุลเงินอื่นภายหลังจากกระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้ทำการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเชอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการจัดการเจรจาการค้ารอบต่อไปที่กรุงวอชิงตันในช่วงต้นเดือนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและจีนจะทำการปรึกษาหารือกันในช่วงกลางเดือนนี้เพื่อเตรียมการประชุมดังกล่าว ซึ่งแหล่งข่าววงในของจีนที่ใกล้ชิดกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้ จะแตกต่างจากการเจรจา 12 รอบในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมักจบลงด้วยการประกาศทำสงครามการค้าระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาใกล้ชิดเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ในส่วนของการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นประกอบด้วย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ได้รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 จุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2559 และลดลงจากระดับ 51.2 จุดในเดือนกรกฎาคม โดยการที่ดัชนีดังกล่าวอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ 50 จุดนั้นบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรับ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน โดยภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนสิงหาคม ในขณะที่ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐปรับตัวลดลง 2.7% สู่ระดับ  5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคมขาดดุลมากกว่าระดับการขาดดุลที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อยที่ 5.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และลดลงจากระดับ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมิถุนายน

สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเคลื่อนไหวตามปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างมีนัยยะสำคัญภายหลังจากที่นางแคร์รี่ ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ร่วมกับนายแมทธิว เฉิง เลขาธิการผู้ว่าการฯ และนายเลา กง-วาห์ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการฮ่องกง ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่ารัฐบาลฮ่องกงได้ตัดสินใจถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการถอนร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่มีการลงคะแนนเสียงหรือการอภิปราย เพื่อที่จะช่วยขจัดความกังวลที่ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่สนับสนุนฝั่งรัฐบาลจะคัดค้านการถอนร่างกฎหมาย อีกทั้ง นางลัมให้คำมั่นว่าจะจัดการเจรจาร่วมกันโดยตรง เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงมาตรการ 4 ประการที่เธอต้องการผลักดันให้ฮ่องกงสามารถเดินหน้าต่อไป ซึ่งรวมถึงการมุ่งเน้นในประเด็นเศรษฐกิจและสังคมของฮ่องกง รวมทั้งแนวทางที่ประชาชนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง โดยกล่าวว่า เธอจะเชิญนักวิชาการและผู้นำชุมนุมเข้าร่วมการปรึกษาหารือ และย้ำว่าการประชุมภายในที่เธอได้จัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ช่วยเปิดช่องทางเจรจาเพื่อผลักดันให้ฮ่องกงสามารถก้าวต่อไปได้

นอกจากนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมของไทยในปี 2562 ว่าอยู่ที่ระดับ 73.6 จุด ซึ่งลดลงจากระดับ 75.0 จุดในเดือนกรกฎาคม โดยดัชนีดังกล่าวได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 มาอยู่ที่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทย ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.54-30.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 30.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (2/9) ที่ระดับ 1.0985/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 1.1042/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรคือ Brexit โดยนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประสบความล้มเหลวในความพยายามท่ี่จะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้สนับสนุนกฎหมายป้องกันการทำ Brexit โดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” โดยนายจอห์นสันจะต้องผลักดันข้อตกลงใหม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 19 ตุลาคม หรือโน้มน้าวให้สมาชิกสภานิติบัญญัติสนับสนุน Brexit แบบไม่มีข้อตกลง หากนายจอห์นสันไม่สามารถบรรลุผลใด ๆ กำหนดการ Brexit อาจจะต้องถูกเลื่อนออกไปอีกครั้งจนถึงวันที่ 31 ม.ค. ภายใต้กฎใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวางโอกาสการทำ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง

นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันหลังตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซนชะลอตัว ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง และออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 กันยายนนี้ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0924-1.1084 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 1.1031/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ (2/9) ที่ระดับ 106.15/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 106.40/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังคงได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงภายหลังจากการรายงานข่าวเชิงบวกที่ว่า สหรัฐและจีนจะมีการเจรจาเรื่องสงครามการค้าของผู้นำระดับสูงในต้นเดือนตุลาคม โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของญี่ปุ่นลดลงสู่ระดับ 49.3 จุดในเดือนสิงหาคมจากระดับ 49.4 จุดในเดือนกรกฎาคม นับเป็นการลดลง 4 เดือนติดต่อกัน หลังได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวทำให้เผชิญกับการลดการผลิต ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 105.72-107.22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 107.03/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า เบร็กซิต (Brexit)