เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนปี 69 แตะ 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-อีคอมเมิร์ซ-ร้านอาหารขยายตัวแรง
Economic ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนปี 69 แตะ 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-อีคอมเมิร์ซ-ร้านอาหารขยายตัวแรง
ไทยคม โต้ คืนสินทรัพย์ให้รัฐ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมครบตามขอบเขต
Tech ไทยคม โต้ คืนสินทรัพย์ให้รัฐ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมครบตามขอบเขต
ตรวจบิล ‘ไฟชั่วคราว’ 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
Economic ตรวจบิล ‘ไฟชั่วคราว’ 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
รัฐ-กทม.เปิดประกวดออกแบบ ฟื้นคลอง-ชุมชน พลิกโฉม “เกาะรัตนโกสินทร์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
Real Estate รัฐ-กทม.เปิดประกวดออกแบบ ฟื้นคลอง-ชุมชน พลิกโฉม “เกาะรัตนโกสินทร์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
สหรัฐปิดล้อมทางทะเลสำเร็จ อิหร่านส่งออกน้ำมันชะงัก ตัดแหล่งเงินตราต่างประเทศ
World สหรัฐปิดล้อมทางทะเลสำเร็จ อิหร่านส่งออกน้ำมันชะงัก ตัดแหล่งเงินตราต่างประเทศ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics ‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
Finance ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
Finance CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดูทั้งหมด

กูรูส่องหุ้นไทยลุ้นปัจจัยบวก Q4 ดันดัชนีเหนือ 1600 จุด

07 ต.ค. 2562 | 10:45น.

กูรูตลาดหุ้นลุ้นปัจจัยบวกไตรมาส 4 หนุนดัชนีขยับขึ้น สภาธุรกิจตลาดทุนเก็งเทรดวอร์ระลอกใหม่ “สหรัฐ-ยุโรป” กระทบไม่หนัก-มาตรการรัฐบาลปลุกความเชื่อมั่น ประเมินกำไร บจ.ปีนี้ยังไม่ฟื้น ขณะที่ “บล.เอเซีย พลัส” เชื่อ กนง.ลดดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นปลายปี คาดกำไร บจ. ยังโตมากกว่าปีก่อน แม้ล่าสุดปรับคาดการณ์กำไรลดลง ฟาก “บล.กสิกรไทย” เชื่อสหรัฐ-จีนตกลงการค้าได้บางส่วนเดือน ต.ค.นี้ดัน SET Index เด้ง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับผลกระทบระยะสั้นจากเหตุการณ์ที่สหรัฐเตรียมเปิดศึกการค้าครั้งใหม่กับยุโรป แต่ผลกระทบคงไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน จากการที่สหรัฐเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป มูลค่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับมูลค่าส่งออกจากยุโรปไปยังสหรัฐที่มีมูลค่าเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นแต่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะอ้างความมั่นคง แล้วขึ้นภาษีรถยนต์จากยุโรป ก็อาจมีผลกระทบค่อนข้างสูง

“ตลาดหุ้นไทยจะถูกกดดันช่วงสั้น ๆ เพื่อรอความชัดเจน แต่เมื่อไม่มีความชัดเจน ความมั่นใจก็ถดถอยลงไปเป็นธรรมดา ฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอาจจะซึม ๆ ยังไม่เห็นแรงขับเคลื่อนใหม่ ๆ นอกจากเศรษฐกิจโลกต้องดีขึ้น ซึ่งก็คงจะยังไม่เห็นในเร็ว ๆ นี้ จนกว่าสหรัฐกับจีนจะตกลงกันได้” นายไพบูลย์กล่าว

ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ยังไม่ฟื้น ต้องรอดูปีหน้า เพราะปีนี้คงไม่มีปัจจัยมาช่วยหนุนตลาดแล้ว แต่หวังว่าไตรมาส 4 มาตรการรัฐที่ออกมาจะได้ผล และมีสัญญาณต่างประเทศดีขึ้น ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างฟื้นขึ้นได้ จากที่ชะลออยู่ชั่วคราว โดยเป้าดัชนีหุ้นไทยที่ทางสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Survey) มองสิ้นปีลดเหลือ 1,677 จุด จากเดิม 1,750 จุด ก็เป็นไปตามสถานการณ์ แต่เชื่อว่าทุกคนยังมองตลาดหุ้นไทยไตรมาส 4 จะสามารถปรับขึ้นได้อยู่ เพราะดัชนีวันนี้อยู่ที่ 1,600 จุด หากขึ้นไประดับ 1,680-1,700 จุด ถือว่ายังมี upside พอสมควรในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะสามารถปลุกความเชื่อมั่นให้มีการใช้จ่ายเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่เคยมีการคาดว่าจะไหลเข้ามาถึง 1 แสนล้านบาท ปัจจุบันหายไปหมด โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยถือเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ที่ฟันด์โฟลว์ติดลบไปแล้วกว่า 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย บวกอยู่กว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาในหุ้นไทยหลัก ๆ เป็นเงินระยะสั้น เล่นตามดัชนี พอดัชนีไม่ perform เงินก็ไหลออกเยอะ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มนักลงทุนระยะยาวให้มากขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะอีก 3 เดือนข้างหน้า (ต.ค.-ธ.ค. 62) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (neutral) โดยเพิ่มขึ้น 8.64% มาอยู่ที่ระดับ 111.62 เนื่องจากช่วงนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวตามไปด้วย ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยมีปัญหานัก ซึ่งผลของอัตราดอกเบี้ยต่ำก็เป็นช่วงที่น่าลงทุนอย่างมาก เพียงแต่ปัจจัยแวดล้อมยังไม่เอื้ออำนวย” นายไพบูลย์กล่าว

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเงิน (กนง.) เดือน พ.ย.นี้ มีโอกาสจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดทุนกับการลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้นมาที่ 4.68% สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ 4.28% ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมีความน่าสนใจขึ้น และมีโอกาสเห็นเม็ดเงินโยกเข้ามาลงทุน

ประกอบกับภาพรวมกำไร บจ.ช่วงไตรมาส 3/62 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 ที่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายตั้งสำรองพนักงานเกษียณอายุ และมีแรงกดดันจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (stock loss) ส่วนทิศทางกำไรไตรมาส 4/62 ก็มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของหลายธุรกิจ” นายเทิดศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับประมาณการกำไร บจ.ปี 2562 ลดลง 2.7% มาอยู่ที่ 9.99 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากกำไรกลุ่มแบงก์ที่ถูกกระทบจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง และแรงกดดันจากการปรับสมมติฐานค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อคาดการณ์กำไรสุทธิของหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแรงกดดันจากกำไรกลุ่มพลังงานงวดไตรมาส 2 ที่ได้รับผลกระทบจาก stock loss ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไร บจ.ถือว่ายังเติบโตได้ราว 2.85%

“บล.เอเซีย พลัส มองดัชนีสิ้นปี 2562 ไว้ที่ 1,655 จุด อิง P/E ที่ 16.45 เท่า คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่ 100.64 บาท จากเป้าดัชนียังมี upside จากปัจจุบันราว 1-2% แนะนำการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี แต่ราคายังต่ำกว่าตลาด” นายเทิดศักดิ์กล่าว

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทมองกรอบดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้ที่ 1,586-1,681 จุด โดยมองว่าการบรรลุข้อตกลงบางส่วนของสหรัฐกับจีน ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.นี้ จะนำ SET Index กลับไปสู่ระดับการซื้อขายกรอบบนในระยะสั้นได้ หรือช่วง 1-3 เดือนข้างหน้านี้ โดยคาดกำไร บจ.ช่วงครึ่งปีหลังปี 2562 จากหุ้นทั้งหมด 125 ตัว อยู่ที่ 381,000 ล้านบาท ลดลง 1% เทียบกับครึ่งปีแรก แต่เติบโตขึ้น 14% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) ที่ 4,000 ล้านบาท ในไตรมาส 1/62 คาดว่าครึ่งปีหลังกำไรรวมจะเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบครึ่งปีแรก