เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

Negative Yields แนวโน้ม-ความเสี่ยงในการลงทุน

15 ต.ค. 2562 | 17:50น.

คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ

หนังสือพิมพ์ Financial Times ฉบับวันที่ 9 กันยายน 2562 ได้รายงานว่าตอนนี้ปริมาณเงินกว่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าขนาด GDP ไทยประมาณ 34 เท่าลงทุนตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (negative yields) ซึ่งในบทความนี้ตอนก่อน ผมได้ระบุไปแล้วว่าทำไมนักลงทุนจึงพากันนำเงินปริมาณมหาศาลขนาดนั้นไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีผลตอบแทนติดลบ ซึ่งจะให้ผลขาดทุนแก่ผู้ลงทุนในกรณีที่ผู้ลงทุนถือตราสารหนี้จนครบกำหนดอายุ (hold to maturity) ในตอนนี้ผมจะพูดถึงแนวโน้มและความเสี่ยงดังนี้

1) ตอนนี้ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (negative yields) อยู่ในภาวะฟองสบู่หรือไม่ ? คำตอบคือจะต้องพิจารณาทั้งระยะสั้นและระยะกลาง-ยาว ในระยะยาว negative yields และตราสารหนี้ทั้งหลายขณะนี้อยู่ในภาวะฟองสบู่ และอันที่จริงตราสารหนี้อยู่ในภาวะฟองสบู่ต่อเนื่องกันมา 30 ปี

ในส่วนระยะสั้นและกลาง ด้วยเศรษฐกิจโลกเป็นขาลง ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้นมาก ขณะที่ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (ความน่าเชื่อถือสูง) มีน้อย ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ เริ่มต้นวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงด้วยการทยอยลดดอกเบี้ย บางประเทศมีการทำ QE เช่น ยูโรโซน เชิงโครงสร้างพบว่าโครงสร้างประชากรในหลายประเทศเป็นสังคมผู้สูงอายุทำให้เม็ดเงินกองทุนบำนาญจำนวนมาก จำเป็นต้องลงทุนในตราสารหนี้ ยังไม่นับว่าการที่สังคมที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมากกดอัตราเงินเฟ้อต่ำทำให้โดยเปรียบเทียบระยะสั้น-กลาง ตราสารหนี้ ยังน่าสนใจ ซึ่งเป็นเช่นนี้มากกว่า 30 ปีแล้ว

ทั้งนี้ พบว่า ยิ่งประเทศที่มีจำนวนสัดส่วนผู้สูงอายุจำนวนมากต่อประชากร เช่น ญี่ปุ่น พบว่า การลงทุนในตราสารหนี้แม้อัตราผลตอบแทนจะต่ำแต่ยังเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ (เพราะมี capital gains จากดอกเบี้ยต่ำและการทำ QE ของธนาคารกลางญี่ปุ่น)

ด้วยเหตุนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yields) ที่ต่ำ และติดลบ (negative yields) ของตราสารหนี้ สะท้อนราคาที่แพงมาก แต่ราคาที่แพงนี้ในระยะสั้น-กลาง อาจจะแพงได้อีกจากปัจจัยข้างต้น แต่ในระยะยาว โดยเฉพาะตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (negative yields)เป็นไปไม่ได้ที่ระยะยาวจะติดลบได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ กล่าวได้ว่า negative yields ในระยะกลาง-ยาว มีความเสี่ยงสูงมาก

2) มีโอกาสหรือไม่ที่ภาวะฟองสบู่ของตราสารหนี้จะพบกับภาวะฟองสบู่แตก ? คำตอบที่เป็นหลักการลงทุนทั่วไปที่สำคัญ คือไม่มีการลงทุนใดที่เป็นขาขึ้นตลอดกาลโดยไม่มีการปรับฐาน ในส่วนของตราสารหนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเพ่งไปที่เงินเฟ้อ เพราะถ้าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ธนาคารกลางจำต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและกระทบราคาของตราสารหนี้ให้ลง การที่แนวโน้มเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกังวลกับภาวะฟองสบู่ตราสารหนี้แตก แต่นักลงทุนลืมไปว่า ถ้ารัฐบาลต่าง ๆ หันมาใช้นโยบายการคลังเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมากจะเป็นตัวกดดันดอกเบี้ย และ yields ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลลบต่อราคาตราสารหนี้ให้ปรับลง

จากนี้ไป นักลงทุนจะต้องจับตานโยบายการคลังให้ดี เพราะตอนนี้นโยบายการเงินเดินมาสุดทางแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แม้จะมีพูดกันถึงนโยบายการเงินแบบสุดขั้ว (MMT : modern monetary policy) แต่เสียงของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมืองส่วนใหญ่ตอนนี้ยังไม่เห็นด้วยกับการใช้ MMT และส่วนหนึ่ง แนะว่าควรใช้นโยบายการคลังจะได้ผลดีกว่า ซึ่งถ้าหลายประเทศหันมาใช้นโยบายการคลังจริง ผู้ลงทุนในตราสารหนี้จะต้องระมัดระวัง กล่าวได้ว่าตราสารหนี้มีโอกาสที่จะปรับฐาน ถ้าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น (โดยเฉพาะเงินเฟ้อจากต้นทุน cost push) และรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้นโยบายการคลังขาดดุล และทำให้ yields เร่งตัวขึ้น โดยความเสี่ยงจะสูงสุดในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (negative yields)

Advertisement

3) ความเสี่ยงของตราสารหนี้จะอยู่ในตราสารหนี้ประเภทอะไร ? ดังที่กล่าวในข้างต้นว่าเมื่อภาพเศรษฐกิจโลกเป็นขาลง ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้จะเริ่มสูงขึ้น ดังนั้น ตราสารหนี้ดังต่อไปนี้จะมีความเสี่ยงกรณีผิดนัดชำระหนี้มากสุดคือ ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (below investment grade bond) นอกจากนี้ในเชิงของราคา พบว่า พันธบัตรรัฐบาลเยอรมัน (bund) มีราคาแพงมาก มีความเสี่ยงที่จะพบกับการปรับฐานและการขาดทุนได้เช่นกัน ถ้าผู้ลงทุนถือ bund เฉพาะ bund ที่มีระยะการลงทุนระยะยาวมีความเสี่ยงจะขาดทุนมากถ้าถือลงทุนจนครบอายุและไม่ขายต่อ ขณะที่ในระยะยาว ต้องจับตาดูเงินเฟ้อและทิศทางการใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุล

4) ตอนนี้เราควรลงทุนในตราสารหนี้หรือไม่ ? คำตอบคือในตอนนี้จนถึงระยะกลาง (0-3 ปี) การลงทุนในตราสารหนี้ยังคงจำเป็นอยู่เพราะเศรษฐกิจโลกเป็นขาลง ความเสี่ยงมีสูงมาก อีกทั้งธนาคารกลางเริ่มลดดอกเบี้ย เป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกให้ตราสารหนี้ในระยะสั้นยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุน ขณะที่ระยะกลาง-ยาวนั้น จะต้องระมัดระวังดังที่ข้อ 2) และ 3) ได้กล่าวไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน ตราสารหนี้