เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

ปัจจัยภายในและภายนอกยังกดดัน SET

29 พ.ย. 2562 | 11:21น.

คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน
โดย เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นกลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง หลังขึ้นไปทำจุดสูงบริเวณ 1,642 จุด ในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. จากนั้นปรับตัวลงมาต่อเนื่องจนหลุดต่ำกว่าแนวรับทางจิตวิทยาบริเวณ 1,600 จุด ซึ่ง SET ได้รับปัจจัยกดดัน ทั้งภายในและภายนอก โดยภายใน ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ กระทบการเติบโตของผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดย GDP ไทย Q3/62 โตต่ำกว่าคาด โดยเติบโต 2.4% YOY จากที่คาดจะเติบโต 2.7% การเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าคาด เกิดจาก 1) การบริโภคภาคครัวเรือนที่โตลดลง 2) การส่งออกทรงตัว แต่หากหักทองคำออกไป ส่งออกจะหดตัว -4.8% 3) มูลค่านำเข้าหดตัวอย่างมาก -7.7% 4) สินค้าคงคลังหดตัวมาก -113%

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์การเติบโต GDP ปีนี้จาก 3% เหลือ 2.6% ด้านแนวโน้มการเติบโตของ GDP ใน Q4/62 ฝ่ายวิจัย SCBS คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับใน Q3/62 คือ ที่ระดับ 2.4% โดยปัจจัยที่ช่วยหนุน GDP มาจากการกลับมาสะสมของสินค้าคงคลัง หลัง Q3/62 หดตัวอย่างมาก และการบริโภคตามการออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาลช่วง Q4/62

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อ GDP ดูยังไม่ฟื้นตัว ทั้งการส่งออก ซึ่งในเดือน ต.ค. หดตัว -4.54% หดตัวมากขึ้นเทียบเดือน ก.ย. ที่หดตัว -1.39% เช่นเดียวกับการลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัวโดยการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะเริ่มมาช่วงต้นปีหน้า เมื่องบประมาณปี 2563 ผ่านการอนุมัติแล้ว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ บจ.มีกำไรหดตัว โดยใน Q3/62 กำไรของ SET อยู่ที่ 2.13 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ Q3/61 ที่มีกำไรสุทธิ 2.61 แสนล้านบาท หรือลดลง 18% YOY ขณะที่กำไร 9 เดือนแรกของปี”62 อยู่ที่ 6.83 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี”61 ที่มีกำไรสุทธิ 8.04 แสนล้านบาท หรือลดลง 15% YOY

มาถึงปัจจัยภายนอก ได้แก่ ประเด็นข้อตกลงทางการค้าที่เคยเป็นปัจจัยหนุนตลาดในเรื่องความคืบหน้าที่ดีและใกล้บรรลุข้อตกลงในเฟสแรก เพื่อลงนามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ภายในปีนี้ กลับไม่ราบรื่น และมีความกังวลเข้ามาแทน หลังทรัมป์ยังไม่ยินยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าจีน ตามที่จีนต้องการ

นอกจากนี้ การที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติร่าง กม.สิทธิมนุษยชนฮ่องกง สร้างความไม่พอใจแก่จีน โดยมองว่าสหรัฐเข้าไปแทรกแซงกิจการภายใน สร้างความตึงเครียดต่อการเจรจาการค้า ทำให้ตลาดกังวลถึงวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งหากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงทางการค้า ทรัมป์จะเตรียมประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนตามกำหนดในวันดังกล่าว

ทำให้จากทั้ง 2 ปัจจัยหลักดังกล่าว ยังกดดัน SET ทำให้การปรับตัวขึ้นถูกจำกัดอยู่ ซึ่งผมมองมีแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,620-1,640 จุด ขณะที่การปรับตัวลงยังเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม มองแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,570 จุด ซึ่งเป็นแนวรับทางปัจจัยพื้นฐานที่อิงผลการดำเนินงานในปีหน้า และ SET จะเทรดที่ระดับ P/E ประมาณ 15 เท่า ซึ่งผมมองว่าเริ่มมีมูลค่าที่น่าสนใจทางพื้นฐาน หรือหาก SET ยังหลุดต่ำกว่า ผมมองแนวรับถัดไปอยู่ไม่ไกลนักที่บริเวณ 1,550 จุด ซึ่งเป็นบริเวณจุดต่ำเดิมของปีที่แล้ว

ดังนั้น ผมมองแนวรับที่น่าสนใจของ SET จะอยู่ที่บริเวณ 1,550-1,570 จุด ซึ่งหากถึงบริเวณนี้ จะเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อสะสมหุ้น ซึ่งกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ผมทำการบ้านไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่าน โดยเน้นกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรดี หรือมีปัจจัยเด่นเฉพาะตัวมาแนะนำ 5 ตัว ได้แก่ 1) BCH ที่มีแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องใน Q4/62 จากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ และมีปัจจัยหนุนที่รออยู่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในปีหน้า จากการปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม

2) BTS ด้วยปัจจัยหนุนราคาทางปัจจัยพื้นฐานที่จะถูกปรับเพิ่มขึ้น หาก ครม.อนุมัติการขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้

3) CPALL มองเป็นโอกาสในการซื้อสะสม หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก ขณะที่กำไรใน Q4/62 ยังมีแนวโน้มที่ดี

4) MCS แนวโน้มกำไรกลับมาฟื้นตัวเด่น และจะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า จากมูลค่างานในมือที่เพิ่มขึ้นมาก และหุ้นมีมูลค่าน่าสนใจ โดยเทรด forward P/E ที่ระดับเพียง 7 เท่า และมีอัตราเงินปันผลระดับที่ดี ประมาณ 7% ต่อปี

5) SPA แนวโน้มกำไรดีใน Q4/62 หลังนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโต และการเปิดสาขาใหม่อีก 4 สาขา รวมถึงการปรับขึ้นค่าบริการในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เป็นอีกปัจจัยหนุนผลการดำเนินงาน

แล้วพบกันใหม่ในฉบับหน้าครับ…ด้วยรักและหวังดี..ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และความรู้ด้านการลงทุนผ่าน Facebook เอกภาวิน สุนทราภิชาติ และ Line ที่ @wavesmart

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET การเงิน ตลาดหุ้น