แบงก์เร่งขอลูกค้าเปิดข้อมูล “กสิกร”ทำผ่านแอป”K-PLUS”
แบงก์เร่งกระบวนการให้ลูกค้ายินยอมเปิดเผยข้อมูลก่อน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีผลบังคับใช้ 27 พ.ค. 63 “กสิกรฯ” ใช้วิธีให้ลูกค้ายินยอมผ่านแอป “K-PLUS” ชี้ง่าย-สะดวก-รวดเร็ว “กรุงศรีฯ” ส่งทีมเช็กข้อมูลร้านค้าอุดช่องกันรั่ว
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2563 นี้ ธนาคารจะเริ่มให้ลูกค้าให้ความยินยอม (consent) เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะมีผลบังคับใช้ โดยจะเริ่มดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่น K-PLUS ก่อน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว สามารถทำได้ง่าย ซึ่งปัจจุบันลูกค้าที่โหลดใช้ K-PLUS มีทั้งสิ้น 12 ล้านราย แต่ใช้บริการสม่ำเสมอ (active) ราว 8-9 ล้านราย และกำลังพิจารณาดำเนินการผ่านช่องทางอื่น ๆ ด้วย เช่น สาขา เป็นต้น เพื่อให้ครบตามฐานลูกค้าแบงก์ที่มีอยู่ 16 ล้านราย
ทั้งนี้ ธนาคารจะมีกรอบการใช้-เก็บรักษาข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจว่า จะไม่ถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ยินยอม ทั้งการขายผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าไม่ชอบ หรือนำไปใช้ในทางอื่น ๆ ซึ่งธนาคารจะต้องทำให้ชัดเจนขึ้น และเตรียมความพร้อมให้ทันกฎหมายบังคับใช้
“ต่อไปเราจะไม่สามารถ แสดงว่าเรารู้พฤติกรรมลูกค้าได้ เช่น ลูกค้าคนนี้จะชอบจ่ายบิลทุกวันที่ 25 ของเดือน พอเดือนนี้ลูกค้าลืม ซึ่งเราเห็นว่าทำไมลูกค้ายังไม่จ่าย ปกติแบงก์จะส่งข้อความไปหาลูกค้าว่าลืมจ่ายหรือเปล่า ก็จะทำไม่ได้แล้ว” นายวีรวัฒน์กล่าว
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พ.ค. 2563 ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะต้องปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรใหม่ ขณะที่ในส่วนของสมาคมก็ได้ตั้งทีมศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบด้าน รวมถึงหารือร่วมกับธนาคารสมาชิก เพื่อเตรียมความพร้อม เชื่อว่าทุกแบงก์พร้อมรับมือ
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า นอกจากแบงก์ กับน็อนแบงก์ที่ต้องปรับตัวค่อนข้างมากแล้ว ร้านค้าพันธมิตรของแบงก์ หรือน็อนแบงก์ที่มีข้อมูลลูกค้าก็เข้าข่ายด้วย เช่น การให้บริการเครื่องรับบัตรเครดิต (EDC) ที่แบงก์นำไปติดตั้งที่ร้านค้า ก็ต้องแน่ใจว่าร้านค้าเหล่านั้น จะมีกระบวนการเก็บข้อมูลลูกค้าที่ดีและมีประสิทธิภาพ
“ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ แบงก์ได้ส่งทีมงานเพื่อไปตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลลูกค้าที่อยู่กับพันธมิตร เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ที่ปัจจุบันมีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 16 ล้านคน ว่ามีการป้องกันข้อมูลการรั่วไหลหรือไม่” นายฐากรกล่าว