กาแฟพันธุ์ไทย ปั้น PUNTHAI SLOW BAR สร้างพื้นที่กาแฟไทยสู่เวทีโลก
ในวันที่ชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบ กาแฟหนึ่งแก้วอาจไม่ได้มีความหมายแค่การเติมคาเฟอีน แต่ยังเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้หยุดพักและทำความรู้จักกับเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังแก้วนั้น
นี่คือแนวคิดที่ “กาแฟพันธุ์ไทย” กำลังทดลองผ่าน “PUNTHAI SLOW BAR” คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand Coffee Fest 2026 ก่อนเตรียมพัฒนาสู่พื้นที่ถาวรย่านสามเสน
สุขวสา ภูชัชวนิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า การผลักดันกาแฟไทยไม่ควรหยุดอยู่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกร ชุมชน และผืนป่า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงแก้วกาแฟที่อยู่ตรงหน้า
งานนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้พันธุ์ไทยเข้าถึงคอมมูนิตี้คนรักกาแฟได้มากขึ้น หมุดหมายของแบรนด์คือการเป็นตัวแทนของกาแฟไทยที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกลายเป็นจุดหมายที่ชาวต่างชาติต้องแวะมาสัมผัสเมื่อมาเยือนประเทศไทย เราจึงอยากให้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติของ กาแฟพันธุ์ไทย
ไฮไลต์ในปีนี้คือ ‘ไทยริกาโน’ ซีรีส์ ‘Taste of Nan’ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยจากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน ที่พันธุ์ไทยตั้งใจให้เป็นตัวแทนของกาแฟไทยที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับกาแฟต่างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ
ส่วนการเปิดตัว PUNTHAI SLOW BAR ในงานนี้ สุขวสา ระบุว่า ถือเป็นการแนะนำคอนเซปต์ใหม่ให้คอกาแฟได้รู้จักก่อนที่พื้นที่จริงย่านสามเสนจะเปิดให้บริการ โดยอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์จริง ได้ทดลองชิม ได้พูดคุย และได้พบกับบาริสต้าและเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
“ทุกบทสนทนาและทุกความคิดเห็นจากผู้ที่มาเยี่ยมชม คือข้อมูลสำคัญที่เราจะนำกลับไปพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการของเราต่อไป”

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการยกประสบการณ์ Thai Specialty Coffee มาให้คนรักกาแฟได้รู้จักเสน่ห์ของกาแฟไทยในหลากหลายมิติ ผ่านการสัมผัสรสชาติ “ไทยริกาโน” ทั้งในรูปแบบ Speed Bar และ Slow Bar พร้อมดื่มด่ำไปกับรสชาติและเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟแต่ละแก้ว ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ แหล่งปลูก ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป จากเมล็ดกาแฟของ 4 เกษตรกรไทยชื่อดัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “PUNTHAI SLOW BAR” ได้แก่
- รองกล้วย วิชัย กำเนิดมงคล – “กาแฟต้นน้ำป่าน่าน” กระบวนการ Natural Process จากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน
- โสภา บงกชษศฎา ไชยพรหม – “กาแฟในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง” กระบวนการ Washed Process จาก อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
- แสนชัย จูเปาะ – “กาแฟออร์แกนิกท่ามกลางป่าสน” กระบวนการ Honey Process จาก อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
- เอก สุวรรณโณ – “กาแฟ GI กาแฟเทพเสด็จ” กระบวนการ Fully Washed Process จากบ้านแม่ตอนหลวง จ.เชียงใหม่
พร้อมด้วยเซสชั่น “SPECIAL SLOW BAR — FROM FARM TO CUP” ที่พี่โสภาและรองกล้วยมายืนดริปกาแฟให้ผู้ร่วมงานได้ฟังเรื่องราวและลิ้มลองรสชาติของกาแฟจากเกษตรกรและนักโพรเซสกาแฟตัวจริงอย่างใกล้ชิด และยังมีมุม COFFEE BEAN DISCOVERY สำหรับคนที่อยากรู้จักตัวเองผ่านกาแฟ ให้ได้ลองสำรวจโปรไฟล์รสชาติที่ใช่ โดยมีบาริสต้าพันธุ์ไทยคอยให้คำแนะนำตาม Origin, Roast Level และ Taste Notes

กาแฟพันธุ์ไทย ระบุเพิ่มเติมว่า PUNTHAI SLOW BAR กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ถาวรสำหรับคนรักกาแฟเร็วๆ นี้ที่ โรงผลิตน้ำสามเสน ภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ “กาแฟที่ดี ไม่จำเป็นต้องรีบ” พื้นที่ที่ชวนให้คนเมืองที่วิ่งตามเวลาทั้งวัน ได้แวะพัก ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับกาแฟที่สกัดทีละแก้ว ค้นพบรสชาติใหม่ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันผ่านกาแฟ
“สำหรับพันธุ์ไทย นี่คือก้าวที่สำคัญมากกว่าการขยายสาขา เพราะสิ่งที่เรากำลังสร้างคือคำตอบของคำถามที่ว่า “กาแฟไทยจะมีที่ยืนบนเวทีโลกได้หรือไม่” และคำตอบของพันธุ์ไทยคือการพาต้นทาง ตั้งแต่ยอดดอยสูง ผ่านผืนดินที่หล่อเลี้ยงเมล็ดกาแฟ ให้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองอย่างภาคภูมิ พร้อมส่งต่อความตั้งใจนั้นถึงมือคนรักกาแฟทุกคน ทีละแก้ว ทีละเรื่องราว เพราะเราเชื่อว่าวันหนึ่ง กาแฟไทยจะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ” สุขวสา กล่าว
