บาทผันผวนจากประเด็นความขัดแย้งสหรัฐและอิหร่าน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 6-10 มกราคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (6/1) ที่ระดับ 30.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 30.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเริ่มตั้งแต่สหรัฐได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดดในวันศุกร์ (3/1) ส่งผลให้นายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน และนายอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดิส รองผู้นำกองกำลังรักษาการณ์ อาซด์ซาบี (Hashd Shaabi) ของอิรักเสียชีวิต การเสียชีวิตครั้งนี้ส่งผลให้ภูมิภาคและทั่วโลกเริ่มกังวลมากขึ้น เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีโอกาสมุ่งหน้าเข้าสู่ภาวะสงคราม
ในเวลาถัดมานายอยาดอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศพร้อมตอบโต้สหรัฐ ขณะที่นายอาเดล อับดุล มาห์ดี รักษาการนายกรัฐมนตรีอิรักกล่าวประณามการโจมตีดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการแสดงความก้าวร้าวต่อรัฐบาลและชาวอิรัก ต่อมาที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีการพิจารณาลงมติต่อญัตติเรื่องการจำกัดอำนาจในการทำสงคราม เพื่อกำจัดการใช้ปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่เกี่ยวกับอิหร่าน โดยระหว่างการพิจารณาลงตินั้น ความกังวลได้ปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพของสหรัฐในอิรัก เพื่อเป็นการตอบโต้สหรัฐ ทั้งนี้สถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐจะไม่มีการตอบโต้ทางทหารใด ๆ ต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงติดตามและให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งนี้
สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีดอลลาร์สหรัฐคือ ในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมามีการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ โดยคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50-1.75 และจะดำเนินนโยบายต่อไปในลักษณะอ้างอิงกับตัวเลขเศรษฐกิจ (Data dependent) และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายได้จากากรที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจพิจารณาขยายประเภทสินทรัพย์ที่จะมีการเข้าซื้อนอกเหนือจากตั๋วเงินคลัง และอาจปรับลดการทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลข้ามคืน (Repo) อย่างค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.2 จุดในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 จากระดับ 48.1 จุดในเดือนพฤศจิกายนและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.0 จุดโดยดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.8 จุดในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 51.6 จุดในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่การจ้างงานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นเช่นกัน นอกจากนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานภาคนอกภาคเเกษตรกรรมจากเอดีพี (ADP Nonfarm Employment Change) ประจำเดือนธันวาคม 2562 ที่ 202,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.125-30.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 32.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (6/1) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1164/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 1.1140/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดเผยการประมาณการดัชนีเงินเฟ้อครั้งที่ 1 ของเยอรมนีในวันศุกร์ (3/1) ขยายตัว 0.5% ในเดือนธันวาคมสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวที่ 0.4% นอกจากนี้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญคือยอดค้าปลีกของเยอรมนีขยายตัว 2.1% ในเดือนพฤศจิกายน สูงกว่าในเดือนตุลาคมที่หดตัว 1.3%
นอกจากนี้ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.9 จุดในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 51.7 จุดในเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนี PMI ได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 จุด ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของเยอรมนียังคงมีการขยายตัว ในขณะที่ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนธันวาคม ออกมาอยู่ที่ -8.1 จุด ซึ่งเท่ากับค่าที่ตลาดคาดการณ์ และประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักของกลุ่มยุโรป มีการเปิดเผยตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน (Factory Orders) เดือนพฤศจิกายน ออกมาที่ -1.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1089-1.1206 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 1.092/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (6/1) เปิดตลาดที่รดับ 108.00/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 108.04/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนคือ ความกังวลต่าง ๆ ในตลาด เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ค่าเงินเยนในสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 107.63-109.65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (10/1) ที่ระดับ 109.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ