เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

“เที่ยวไทย” ฝ่าวิกฤต ดึง “อาเซียน-อินเดีย” เติมพอร์ต

28 ก.พ. 2563 | 14:00น.

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ที่กระจายตัวออกจาก “จีน” ไปยังกลุ่มประเทศข้างเคียง ทั้งเกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง รวมถึงประเทศในโซนยุโรป, อเมริกา ฯลฯ เริ่มส่งสัญญาณ “น่ากลัว” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวทั่วโลกในปีนี้จะชะงักและใช้เวลานานในการควบคุมสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยหลายสำนักได้คาดการณ์ว่า กลุ่มนักท่องเที่ยว “จีน” ซึ่งเป็นตลาดหลักและเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย คงหยุดชะงักไปไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือนที่สำคัญไม่เพียงแต่ตลาดจีนเท่านั้น ตลาดส่งออกนักท่องเที่ยวมาไทยสำคัญอีกหลายประเทศก็เริ่มชะลอเช่นกัน

กระนั้นก็ตาม ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยก็ยังคาดหวังว่า ตลาดอาเซียนและอินเดียยังมี “โอกาส” และเป็น “ความหวัง” ที่จะช่วยพยุงให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้สามารถพยุงตัวให้รอด “วิกฤต” ในรอบนี้ไปได้

จ่อบุก “อาเซียน-อินเดีย”

“กฤษฎา รัตนพฤกษ์” ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ขณะนี้ ททท.ได้กำหนดแผนงานเพื่อกระตุ้นตลาดในภูมิภาคอาเซียนและอินเดียแล้ว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอาเซียนและอินเดีย มาทดแทนตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 โดยแบ่งแผนการทำงานเป็น 2 ระยะสำคัญ โดยระยะแรกจะเน้นการปรับบรรยากาศ สร้างมู้ดการท่องเที่ยวผ่านการประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันสาธารณสุข และสุขลักษณะของคนไทยเพื่อสื่อสารให้เห็นว่าคนไทยยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติและปลอดภัยดี สามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ

จากนั้นในระยะที่สองจะร่วมกับพันธมิตรทั้งสายการบิน, โรงแรมที่พัก, ห้างร้าน, บริษัททัวร์ และเอเย่นต์ออนไลน์ (OTA) ในการจัดทำแผนการส่งเสริมการตลาดร่วมกัน อาทิ โครงการพาสปอร์ตพรีวิลเลจ, โครงการเลิฟมีไทยแลนด์, โครงการบายนาวทราเวลนาว ฯลฯ จัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำ 70% รวมถึงเสนอสินค้าและบริการการท่องเที่ยวแบบ ซื้อ 2 แถม 1 ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมีนาคมนี้ หลังจากสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น

“กฤษฎา” บอกด้วยว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนยังคงมีการเดินทางอยู่ แต่มีจำนวนลดลงจากบรรยากาศและความรู้สึกเป็นกังวล ซึ่งนักท่องเที่ยวจากเวียดนาม พบว่าสายการบินมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารลดลงมากที่สุด เหลือเพียง 40-45% ในขณะที่อินโดนีเซียลดลงเช่นกัน อัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ประมาณ 68-70%

ส่วนมาเลเซียยังมีการเดินทางใกล้เคียงกับปกติจากการข้ามแดนทางบกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว “อินเดีย” นั้น ค่อนข้างอ่อนไหวต่อการติดเชื้อ เนื่องจากอินเดียมีระบบสาธารณสุขที่ไม่แข็งแกร่งนัก

ลุ้นตลาดฟื้นไตรมาส 3-4

“ในช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวอินเดียลดลงไม่มากนัก ขณะนี้มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารอยู่ราว 65% โดยกลุ่มที่หายไปคือ กลุ่มประชุมสัมมนา ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ยังคงเดินทางอยู่”

Advertisement

นอกจากนั้น เชื่อว่าตลาดอินเดียจะค่อย ๆ ฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีรายการจองในเดือนเมษายนเข้ามาบ้างแล้ว แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวอินเดียรอที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากเหตุการณ์สงบ

โดยเชื่อว่าไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้ ทั้งตลาดอินเดียและอาเซียนจะสามารถรักษาตัวเลขนักท่องเที่ยวจากปีก่อนเอาไว้ได้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากช่วงปิดภาคการศึกษาย่อยของสถานศึกษาในอาเซียนและเทศกาลดีวาลีของอินเดีย

แนะเร่งสร้างความเชื่อมั่น

“ไพรัตน์ ห่านศรีสุข” อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ด้านตลาดอาเซียน ให้ข้อมูลว่า ตลาดอาเซียนจะเป็นตลาดที่ฟื้นกลับมาท่องเที่ยวในไทยก่อนตลาดอื่น ๆ ด้วยระยะทางเดินทางที่สั้น และวัฒนธรรมประเพณีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ที่ผ่านมาไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของตลาดอาเซียนเสมอ

“ไพรัตน์” ย้ำว่า โดยปกติแล้วตลาดอาเซียนค่อนข้างไว้วางใจที่จะออกเดินทางในประเทศไทยอยู่แล้ว หากไทยสามารถยกระดับมาตรการทางสาธารณสุขทั้งขาเข้าและขาออกให้เข้มงวดมากขึ้น โดยลงทุนกับมาตรการในสนามบิน, แหล่งท่องเที่ยว และห้างร้านต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้น และเชื่อว่าทันทีที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและก่อให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น

เชื่อ CLMV ขยับก่อน

“เชื่อว่ากลุ่ม CLMV จะเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจออกเดินทางก่อน โดยเฉพาะตลาดเมียนมาที่มีการยกเลิกการจองน้อยมาก ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ อย่างเวียดนาม, ลาว และเขมร ที่แม้ยังคงเดินทาง

อยู่ แต่มีการยกเลิกการจองมากกว่า นอกจากนี้ยังมีตลาดอื่น ๆ เช่น มาเลเซีย ที่มีศักยภาพที่จะฟื้นคืนได้ทันทีที่เราพร้อม ตอนนี้นักท่องเที่ยวส่วนมากใช้วิธีเลื่อนมากกว่ายกเลิกการเดินทาง”

พร้อมย้ำว่า ในส่วนของตลาดอาเซียนนั้นเชื่อว่าจะฟื้นคืนเกือบเป็นปกติ โดยรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาในไตรมาส 3 และ 4 เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส

แต่ในภาพรวมนั้นต้องยอมรับว่า ไทยอาศัยตลาดจีนในสัดส่วนที่มากกว่าตลาดอื่น ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัว

ชี้ตลาด “อินเดีย” ฟื้นไว

ด้าน “ปรีชา จำปี” กรรมการกลางสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ครั้งนี้เป็นวิกฤตครั้งแรกที่ตลาดอินเดียได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยถูกเผยแพร่ในอินเดียจำนวนมาก หลายบริษัทมีรายการจองถูกยกเลิกไปกว่า 80% แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเลิกรายการจอง แต่ขณะเดียวกันก็มีการยืนยันการจองเข้ามาในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้อย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสค่อย ๆ สงบลงจนนิ่ง อินเดียจะกลับมาเดินทางทันทีเป็นตลาดแรก

แนะเข้าใจตลาด “อินเดีย”

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ รัฐบาลไทยอยากให้อินเดียเข้ามาช่วยทดแทนตลาดจีนที่หายไป แต่ภาคท่องเที่ยวไทยยังไม่เข้าใจพฤติกรรมและธรรมชาติของคนอินเดียมากนัก ทำให้ตลาดอินเดียกระจุกอยู่ในพื้นที่เดิม ๆ คือ กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต โดยมองว่าถ้าไทยต้องการดึงนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาเติมควรต้องให้ความสำคัญกับ 2 เรื่อง

คือ เรื่องการบริการ ที่อินเดียต้องการผู้ประกอบการที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารการกินของคนอินเดีย ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนอินเดียไม่สามารถออกเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ ของไทยได้ และสอง คือ การสร้างสื่อระดับประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของไทยในสายตาคนอินเดียให้เป็นไปในเชิงบวก

ณ เวลานี้คงต้องช่วยกันภาวนาให้กระแสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยุติโดยเร็ว เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาคึกอีกครั้ง