เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
ดูทั้งหมด

มหันตภัย “โควิด-19” เสี่ยงทำเศรษฐกิจโลกถดถอย !

05 มี.ค. 2563 | 16:01น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ส่อเค้าว่าจะบานปลายใหญ่หลวงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินกันไว้เบื้องต้นมาก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ดัชนีพีเอ็มไอ และน็อน-พีเอ็มไอ ที่ชี้สภาวะกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากภาคการผลิตและภาคบริการของ จีน ซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.นี้ทรุดตัวลงถึงระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าที่คาดกันไว้มาก

ส่งผลให้นักวิเคราะห์พากันคาดการณ์กันใหม่ว่า จีดีพีของจีนในช่วงไตรมาสแรกอาจติดลบหนัก ระหว่าง 4% ถึง 6%

เป็นระดับการหดตัวที่มากพอที่จะทำให้อัตราการขยายตัวของจีดีพีตลอดทั้งปีของจีนหดหายไปได้เลยทีเดียว

นี่ไม่ใช่ข่าวดีนักต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากในเวลานี้ จีนไม่เพียงเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่รองรับผลผลิตจากหลายประเทศเท่านั้น ยังเป็น “ฮับ” ของห่วงโซ่ซัพพลายสำหรับการผลิตในหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย

อีกปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามมาก็คือ โควิด-19 ยังคงระบาดหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกประเทศจีน สถานการณ์ในเกาหลีใต้เริ่มแสดงให้เห็นถึงอาการ “ควบคุมไม่อยู่” เช่นเดียวกับที่ ญี่ปุ่น อิตาลี อิหร่าน หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง โควิด-19 ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันระบาดออกไปใน 10 รัฐ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย

หลายคนจับตามองไปที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งพยายามใช้วิธีการรับมือที่แตกต่างกันออกไปจากจีน คือพยายามใช้การเตรียมประชาชนให้พร้อม แทนการปิดเมือง จำกัดการเข้าและออก แต่ความหวาดวิตกและหวั่นกลัวไม่เข้าใครออกใคร เห็นได้ชัดจากในหลายประเทศในยุโรป ที่ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว เมืองแฟชั่นและการช็อปปิ้ง แทบกลายเป็นเมืองร้างไปเพียงไม่ช้าไม่นาน

เกรกอรี่ เดโค หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิค ยอมรับว่า ถ้าเกิดการระบาดลุกลามขึ้นในสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ประชาชนที่นั่นพากัน “ระวังตัว” กันเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นทั่วไปในหลายประเทศ การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีปัญหาแน่นอน

ปฏิกิริยาต่อการระบาดมีแนวโน้มที่จะสุดโต่ง ส่งผลกระทบทางลบสูงมาก ๆ ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องพึ่งพาการบริโภคถึง 2 ใน 3 ผลลัพธ์ในทัศนะของเดโคก็คือ เศรษฐกิจอเมริกันอาจทรุดฮวบลงสู่ภาวะถดถอยได้ในทันที

ในเวลาเดียวกัน เศรษฐกิจ ญี่ปุ่น ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ตกอยู่ในสภาพติดลบอย่างหนักในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาถึงกว่า 4% ก่อนที่ผลสะเทือนใด ๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมาถึงด้วยซ้ำไป นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเชื่อว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะทรุดตัวลง ติดลบต่อเนื่องทั้งในไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ อันเนื่องมาจากอิทธิฤทธิ์ของการระบาดใหญ่ครั้งนี้

ประเทศที่มีการระบาดใหญ่อย่างเช่น เกาหลีใต้ อิตาลี และอื่น ๆ ผลที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ก็จะลงเอยติดลบด้วยเช่นเดียวกัน

ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น ถ้าหากเศรษฐกิจของจีนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วหลังการแพร่ระบาดค่อย ๆ สร่างซาลง ก็จะช่วยสถานการณ์ได้ไม่น้อย ปัญหาก็คือ แม้จีนจะประกาศให้แรงงานในโรงงานผลิตต่าง ๆ ทยอยกลับเข้าทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตการระบาดหนัก แต่ในข้อเท็จจริงก็คือ หลังการประกาศให้กลับเข้าทำงานมีแรงงานเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ค่อย ๆ ทยอยกลับเข้าทำงาน

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากปัจจัยหลายประการ แรกสุดคือความกลัวที่ทำให้นายจ้างก็ยังไม่กล้าเปิดกิจการ ลูกจ้างก็ยังไม่ยอมไปทำงาน บางกรณีอาจเป็นแรงงานอพยพที่ยังไม่สามารถเดินทางมายังโรงงานผลิตได้ หรือไม่ก็เกิดการเลิกจ้างกันขนานใหญ่ โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานถึง 80% ของแรงงานทั้งหมด และมีสัดส่วนในจีดีพีสูงถึง 60%

แต่มีข้อมูลสำรวจวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า ในช่วง ม.ค.และ ก.พ.ที่ผ่านมา 60-70% ของกิจการเหล่านี้ปิดตัวลงโดยสิ้นเชิง มีเพียง 32.8% เท่านั้นที่กลับมาเปิดกิจการใหม่เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าไม่เป็นปัญหาการผลิตที่ทำไม่ได้ตามปกติเพราะขาดแคลนวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีนและประเทศอื่น ๆ ที่เกิดการระบาด ก็ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าที่ลดลง โดยเฉพาะในแง่ของสินค้าทุนและสินค้าคงทนทั้งหลาย

นั่นหมายความว่าการผลิตของจีนยังไม่กระเตื้องขึ้น พร้อมกันนั้นการบริโภคก็จะยังไม่กระเตื้องขึ้น ภาวะทรุดตัวลงอาจยืดยาวต่อไปจนถึงไตรมาสที่สองส่งต่อสถานการณ์ “ช็อก” ทางเศรษฐกิจไปยังประเทศที่มีความสัมพันธ์กับจีนต่อไปจนถึงครึ่งปี

ในนิยามทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลกถือว่าถดถอยหากขยายตัวได้ไม่ถึง 2% ต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส

นักเศรษฐศาสตร์บางคนฟันธงแล้วว่า สภาพที่ว่านั้น ครึ่งแรกของปีนี้ได้เห็นกับตากันอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19