ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่ประชุม กนง.มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75%
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 25 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/3) ที่ระดับ 32.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (24/3) ที่ะรดับ 32.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2555 ในวันอังคาร (24/3) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณในวงเงินไม่จำกัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของตลาด และความมีประสิทธิภาพในการใช้นโยบายการเงิน ท่ามกลางสภาวะทางการเงินและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการขาดสภาพคล่องของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในตลาดเงินลง และเริ่มปรับลดการถือครอง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่สำคัญมีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 49.2 ในเดือนมีนาคม ปรับตัวลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 50.7 แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 42.8
อย่างไรก็ดีตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดสู่ระดับ 39.1 ในเดือนมีนาคม ปรับตัวลงจากเดินก่อนหน้าที่ระดับ 49.4 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 42.0 ทำให้ในภาพรวมของตัวเลขดัชี PMI ของสหรัฐ ร่วงลงอย่างหนักในเดือนมีนาคมสู่ระดับ 39.1 จากเดินก่อนหน้าที่ระดับ 49.4 ในส่วนของตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ประจำเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 765,000 หลัง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 750,000 หลัง ปรับลดจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 800,000 หลัง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศในวันอังคาร (24/3) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคมนี้ โดยจะมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ภายใต้กฎหมายดังกล่าวที่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 เดือนจนถึงวันที่ 26 เมษายน โดยรูปแบบการทำงานคล้ายกับศูนย์อำนวยการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ซึ่งจะรวมอำนาจทุกกระทรวงมาไว้ที่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดบูรณาการทำงาน และเมื่อประกาศใช้แล้วจะต้องตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.ก.ดังกล่าวขึ้นมาทำหน้าที่ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงบ่าย โดยที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% และรอติดตามสถานการณ์หลังจากการปรับลดดอกเบี้ยฉุกเฉินไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20/3) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.78-31.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/3) ที่ระดับ 1.0796/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (24/3) ที่ระดับ 1.0838/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สหรัฐโดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากช่วงต้นสัปดาห์จากการที่ทางการสหรัฐขยายขอบเขตวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณไม่จำกัดจำนวน แต่ยังคงได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยมีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 44.8 ในเดือนมีนาคม ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 49.2 แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 40.1 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการในเดือนมีนาคมร่วงลงสู่ระดับ 28.4 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.6 ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ที่ระดับ 40.0 ทำให้ในภาพรวมของตัวเลขดัชนี PMI ของภูมิภาคยูโรโซนในเดือนมีนาคมร่วงลงสู่ระดับ 31.4 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 51.6 รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในภูมิภาคที่ยังคงทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในอิตาลีซึ่งอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งถึงระดับเกือบ 10% แล้ว และมีท่าทีว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0795-1.0840 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0838/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/3) ที่ระดับ 110.92/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (25/3) ที่ระดับ 110.75/77 เยน/ดอลลาร์ โดยค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอิงจากปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ COVID-19 เป็นหลัก ซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่นมีความกังวลว่าเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการออกมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมไปแล้ว ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.74-111.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยสถาบัน Ifo ของเยอรมนีประจำเดือนมีนาคม และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐประจำเดือนกุมภาพันธ์ในวันพุธ (25/3) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาส 4/2562 และจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ก่อนของสหรัฐ ในวันพฤหัสบดี (26/3) ดัชนีราคาผู้บริโภคในเขตมหานครโตเกียวประจำเดือนมีนาคม และดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ในวันศุกร์ (27/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.5/+0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +1.20/+3.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ