เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
Biz Movement Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
นทท.  ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
Politics นทท. ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
Politics นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
Economic กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
World ‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
Finance กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดูทั้งหมด

ค้าปลีกดีมานด์พุ่ง เปิดศึกชิงตัวพนักงานจ้าละหวั่น

17 เม.ย. 2563 | 10:47น.
คอลัมน์ Market Move

แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรจะออกมาตรการปิดธุรกิจที่ไม่จำเป็นและให้ประชาชนเก็บตัวอยู่ในบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ภาพของธุรกิจค้าปลีก ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค กลับคึกคักมากกว่าที่เคย โดยเฉพาะการเร่งประกาศรับสมัครงานกันจ้าละหวั่น ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นตำแหน่ง ไปจนถึงการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาพิจารณาผู้สมัครลง เพื่อชิงตัวผู้สมัครให้ได้ก่อนคู่แข่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งในสหรัฐ และอังกฤษ ต่างแสดงความกังวลถึงดีมานด์สินค้าไม่ว่าจะเป็นของใช้ อาหารและเครื่องดื่มที่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงมาตรการกักกันโรค จนอาจทำให้ร้านค้า และระบบโลจิสติกส์ที่มีอยู่รองรับไม่ไหว

โดยแหล่งข่าวในวงการค้าปลีกเมืองผู้ดีรายหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ระบบค้าปลีกของอังกฤษจะไม่สามารถรองรับดีมานด์ของประชากรกว่า 60 ล้านคน ในช่วงกักกันโรคได้ เนื่องจากการปิดร้านอาหาร, ผับ-บาร์, โรงอาหารของออฟฟิศ และโรงเรียน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของการบริโภคอาหารทั้งประเทศ จะทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากต้องหันมาซื้ออาหาร, เครื่องดื่ม และวัตถุดิบต่าง ๆ จากร้านค้าปลีกแทน สะท้อนจากยอดขายช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึง 20% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 1 พันล้านปอนด์ แม้รัฐบาลยังไม่ประกาศนโยบายกักกันโรค

แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ความสามารถในการให้บริการของร้านค้าปลีกลดลง เนื่องจากมาตรการรักษาระยะห่างทำให้ต้องจำกัดจำนวนลูกค้าในร้าน และจำกัดจำนวนสินค้าบางชนิด ส่งผลให้เกิดภาพการต่อคิวยาวเหยียดในหลายสาขา นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ในระยะยาวพนักงานส่วนหนึ่งอาจต้องลางานเพราะติดโรค หรือต้องดูแลครอบครัว

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของค้าปลีกใหญ่ 4 รายของอังกฤษ คือ “เซนส์บิวรีส์” “เอเอสดีเอ” “มอร์ริสัน” และ “เทสโก้” โดยลำพังเทสโก้รายเดียวจ้างพนักงานเพิ่มไปแล้วกว่า 3.5 หมื่นคน แม้จะมีพนักงานอยู่แล้วกว่า 3.4 แสนคนก็ตาม โดยพนักงานใหม่เหล่านี้จะมาสนับสนุนในส่วนงานหลังร้าน เช่น จัดเรียงสินค้า ค้นหาสินค้าสำหรับออร์เดอร์ออนไลน์ ขับรถขนส่ง รวมถึงเป็นตัวสำรองสำหรับพนักงานที่ลาหยุดเพราะติดโรคหรือกักกันโรคอีกด้วย

“ค้าปลีกกำลังเจอกับปัญหางูกินหาง เพราะหากไม่ขยายเวลาให้บริการก็จะไม่สามารถรองรับดีมานด์ได้ทัน แต่ขณะเดียวกันหากขยายเวลาจะไม่สามารถเติมสินค้า และจัดการออร์เดอร์ออนไลน์ได้ทัน รวมถึงพนักงานจะรับภาระมากเกินไปอีกด้วย” แหล่งข่าวอีกรายอธิบาย

ข้ามมายังฝั่งสหรัฐอเมริกา ค้าปลีกรายใหญ่ทั้ง “โครเกอร์” (Kroger) และ “วอลมาร์ต” (Walmart) ต่างจ้างพนักงานเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยโครเกอร์ประกาศแผนเพิ่มจำนวนพนักงานทั้งพาร์ตไทม์ และฟูลไทม์อีก 1.5 แสนคนภายในเดือนพฤษภาคม พร้อมลดขั้นตอนการพิจารณาประวัติ-สัมภาษณ์ลงเหลือไม่เกิน 72 ชั่วโมงต่อคน ทั้งนี้ ปัจจุบันเซ็นสัญญาไปแล้วกว่า 2.5 หมื่นคน หลังฝ่ายบุคคลทำงานแบบต่อเนื่อง 7 วันต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ยักษ์ค้าปลีกยังจับมือกับบรรดาธุรกิจที่ลูกค้าลดลง หรือปิดชั่วคราว อย่างเครือโรงแรมแมริออท รวมถึงผู้ให้บริการด้านฟู้ดเซอร์วิสทั้งโซเด็กซ์โซ่ และซิสโค เพื่อว่าจ้างพนักงานของธุรกิจเหล่านี้ ไปจนถึงผู้ที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาโดยไม่รับค้าจ้างมาเป็นกำลังหนุนแบบชั่วคราว

ส่วนวอลมาร์ตนั้น ลดขั้นตอนการจ้างงานลง โดยหนุนให้ผู้สมัครส่งประวัติผ่านเว็บไซต์ หรือแม้แต่แสดงความสนใจผ่านข้อความ SMS และให้ผู้จัดการสาขามีอำนาจตัดสินใจจากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ได้ เพื่อเร่งหาพนักงานมาเสริมในตำแหน่งแคชเชียร์ และจัดการคลังสินค้า ด้าน “สควอว์ก บอกซ์” (Squawk Box) ลดกระบวนการพิจารณาจาก 3 สัปดาห์ เหลือเพียง 3 ชั่วโมง

แม้แต่แบรนด์สินค้าเองมีท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน โดย “สตีเฟน วิลเลียม” ซีอีโอของเป๊ปซี่ ประจำทวีปอเมริกาเหนือระบุว่า บริษัทกำลังเร่งหาพนักงานประจำเพิ่มอีก 6,000 อัตรา เพื่อเสริมทัพทีมงานเดิมที่มีกว่า 9 หมื่นคนทั่วสหรัฐ เพื่อลดภาระงานของพนักงานโดยรวม และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าจะเพียงพอ และส่งถึงร้านค้าได้อย่างราบรื่นตามกำหนด

นอกจากนี้ หลายรายยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระของพนักงาน เช่น เพิ่มช่องคิดเงินด้วยตนเอง รวมถึงขอความร่วมมือให้ลูกค้าปรับความถี่ในการช็อปเป็นสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดความหนาแน่นในร้าน

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความท้าทายของค้าปลีกที่ต้องหาทางรับมือกับดีมานด์ที่พุ่งสูงเกินคาดในช่วงโรคระบาด ซึ่งต้องรอดูกันว่าวิธีการใดจะได้ผลดีที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก