เศรษฐีช่วยชาติต้องเสียสละจริง
บทบรรณาธิการ
การทำจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีไทย เพื่อระดมไอเดียกู้วิกฤต ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดประเด็นในการแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบ แต่ถ้าเศรษฐีน้อย-ใหญ่พร้อมใจกันยอมเสียสละช่วยเหลือประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ถือเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตโควิด
เพราะต้องยอมรับว่า นอกจากประสบการณ์ ความสามารถของเศรษฐี นักธุรกิจ ซึ่งทำธุรกิจหลากหลายสาขา แต่ละรายมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน นำมาปรับใช้ในการป้องกันแก้ไขสารพัดปัญหาในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีแล้ว หากเอกชนซึ่งมีความคล่องตัวยินดีช่วยขับเคลื่อนผลักดันบางภารกิจผ่อนแรงภาครัฐ จะทำให้เรื่องที่ยังล่าช้าเดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น
แม้ไม่มีคำอธิบายชัดเจนเกี่ยวกับที่มาของแนวคิด มหาเศรษฐีช่วยชาติ แท็กทีมประเทศไทย ยุคโควิด-19 แต่คนในฟากรัฐบาลต่างออกมาชี้แจงว่า เป็นเจตนาดีของนายกฯ ขณะเดียวกัน ก็ไขข้อข้องใจที่ถูกสาธารณชนตั้งคำถาม โดยตอกย้ำว่า ไม่ได้เป็นการขอรับบริจาค แต่นายกฯต้องการให้มหาเศรษฐี คนมีเงิน ในเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่แค่เศรษฐี 20 อันดับแรกร่วมระดมสมอง ลงมือลงแรง ถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้ ให้ประเทศฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวถูกหลายฝ่ายจับตามองและท้วงติงว่า การที่รัฐขอความร่วมมือ หรือดึงกลุ่มมหาเศรษฐีที่แต่ละตระกูลมีธุรกิจในมือมูลค่านับหมื่นล้านแสนล้านบาท ซึ่งบางส่วนดำเนินธุรกิจในลักษณะคู่สัญญากับภาครัฐ อาจมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
ประกอบกับรัฐบาลในฐานะผู้บริหารจัดการประเทศมาจากพรรคการเมือง นักการเมือง จึงถูกมองผูกโยงประเด็นผลประโยชน์แอบแฝง แม้ในความเป็นจริงอาจไม่มีอะไรเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่หลายภาคส่วนยังกังขา เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฝ่ายการเมืองยังไม่สามารถสลัดภาพลักษณ์ด้านลบ ทำให้สาธารณชนศรัทธาเชื่อมั่น
ขณะที่เสียงสะท้อนจากคนในแวดวงธุรกิจ นักวิชาการบางส่วน เสนอให้รัฐปล่อยให้เศรษฐีน้อย-ใหญ่ รวมทั้งภาคเอกชนทั่วไปแสดงความเสียสละช่วยเหลือประเทศในยามคับขัน คนละไม้คนละมือโดยอิสระตามแนวทางที่แต่ละองค์กร แต่ละบุคคลต้องการ ด้วยความสมัครใจ หรือมีความพร้อม เป็นการรักษาระยะห่าง ป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา
สำคัญที่สุดคือการเข้ามาร่วมมือ ช่วยเหลือกู้วิกฤตครั้งนี้ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ หรือนำไปสู่การแลกเปลี่ยน เป็นประโยชน์ต่างตอบแทนในวันข้างหน้า