5 เหตุผลประกอบการตัดสินใจซื้อเครื่อง UPS
มาเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่อง UPS กันก่อน เครื่อง UPS ย่อมาจาก Uninterruptible Power Supply คือ เครื่องสำรองไฟที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถทำงานต่อไปได้ชั่วคราวเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อาทิ ไฟฟ้าดับ หรือเครื่องแรงดันไฟฟ้าทำงานผิดปกติ เหตุการณ์เหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมากมายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน หรือต่อธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของข้อมูลสูญหาย ความปลอดภัย และ กระบวนการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ฉะนั้นเครื่อง UPS คือทางออกหนึ่งในการช่วยป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในยามที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ไฟตก การเกิดสัญญาณรบกวน แรงดันกระชากไฟฟ้าอย่างฉับพลัน หรือแรงดันไฟฟ้าที่มากเกินไป การมีสิ่งป้องกันถึงความเสี่ยงเหล่านี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณ โดยเรามีเหตุผล 5 ข้อของการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ UPS มาให้คุณได้พิจารณากัน
1. กำลังไฟที่จ่ายออกมา (Power Output) และความจุของแบตเตอรี่ (Battery Capacity)
กำลังไฟที่จ่ายออกมา กับความจุของแบตเตอรี่ คือสองสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจว่ามีหน้าที่ที่แตกต่างกัน โดยขนาดกำลังไฟที่ผลิตออกมา จะทำหน้าที่ควบคู่กับเครื่อง UPS โดยตรง ฉะนั้นเราต้องมั่นใจว่าขนาดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราจะใช้กับ UPS มีค่าแรงดันไฟฟ้าที่เท่าไหร่ โดยแรงดันไฟฟ้าไม่ควรเกิน 80% ของกำลังไฟฟ้าที่เครื่อง UPS จะจ่ายได้ หรือเราควรพิจารณาเครื่อง UPS ที่ให้กำลังไฟมากกว่าอุปกรณ์ที่เราจะเชื่อมต่อ ในขณะที่แบตเตอรี่จะทำหน้าที่ควบคู่กันเมื่อพลังงานไฟฟ้าหลักหมดไปแล้ว ฉะนั้นหากเรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะทำการเชื่อมต่อหลายอย่าง ก็ควรเลือกเครื่อง UPS ที่มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เช่นกัน
2. Runtime ความเร็วในการทำงาน
ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีจากเมื่อก่อนที่เครื่อง UPS ใช้เวลาเป็นนาทีในการเริ่มต้นการทำงาน แต่ในปัจจุบันเครื่อง UPS สามารถทำงานได้รวดเร็วในหลักวินาที โดยตัวเครื่องสามารถปกป้องแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับปกติภายใน 15 วินาที โดยการพัฒนานี้ได้ช่วยในเรื่องของ Overprovision UPS การจัดการพลังงานส่วนเกินของ UPS ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นในการเลือกซื้อเครื่อง UPS ให้เลือกเครื่องที่ใช้เวลาในการทำงานน้อย เพื่อที่เราสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการบำรุงรักษา
3. เต้าจ่ายไฟ
เต้าจ่ายไฟของเครื่อง UPS ปัจจุบันได้ถูกออกแบบมาหลายเต้าด้วยกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คุณอยากจะเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้ากระตุก ไฟกระชาก และไฟเกินได้ และทุกรูปแบบของเครื่อง UPS จะมีเต้าเสริมขึ้นมาสำหรับอุปกรณ์ที่กินพลังไฟฟ้าสูง โดยเราสามารถเลือกเสียบอุปกรณ์นั้นเข้ากับเต้าเสริมนี้โดยเฉพาะ อาทิ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสูง เหตุผลที่ต้องมีเต้าเสริมขึ้นมาคือเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้พลังงานแบตเตอรี่จากเครื่อง UPS จนหมดไว ซึ่งจะเป็นการรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อื่น ๆ และเพื่อป้องกันปัญหาจากสถาวะไฟเกินทำให้ไม่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไปได้
4. การบำรุงรักษา
เราสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่อง UPS ได้โดยการตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่ทุก 2 – 3 สัปดาห์ต่อครั้ง โดยก่อนการเริ่มทดสอบให้ปิดโปรแกรมต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นก่อน หลังจากนั้นให้ลองปิดสวิทซ์เครื่องสำรองไฟ และลองดูว่าคอมพิวเตอร์ดับหรือไม่ ถ้าเกิดคอมดับแสดงว่าเครื่องสำรองไฟน่าจะมีปัญหา ฉะนั้นวิธีเลือกยี่ห้อของเครื่อง UPS ต้องดูให้ดีว่าบริษัทที่จัดจำหน่ายมีการประกันสินค้านานเท่าใด และสามารถให้บริการคำปรึกษาซ่อมแซมได้แค่ไหน
5. การประเมินราคา
อีกปัจจัยสำคัญของการเลือกพิจารณาซื้อเครื่อง UPS คือราคา ในการเลือก UPS ที่มีราคาต้นทุนต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประสิทธิภาพที่ดีในระยะยาวได้ ระบบ UPS ที่ยังใช้แบตเตอรี่แบบเก่าจะต้องการการบำรุงรักษาบ่อยครั้ง และมีวงจรการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สั้น ทำให้เรามีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแบตเตอรี่อยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้นเราควรสอบถามผู้จัดจำหน่ายว่าใช้แบตเตอรี่แบบไหน โดยแบตเตอรี่แบบ Flywheel UPS จะช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของการบำรุงรักษา การจัดการความร้อน และการใช้พื้นที่ที่น้อยลง
ดังนั้นการพิจารณาการเลือกซื้อ UPS ให้เหมาะกับความต้องการและวัตถุประสงค์ของเราเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้กับระบบไฟฟ้าในบ้าน หรือเชิงธุรกิจ เครื่องสำรองไฟ UPS จาก Chuphotic (ชูโฟทิค) ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกสำหรับการปกป้องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึง อย่าง ไฟกระชาก การรบกวนของสัญญาณ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย เครื่องสำรองไฟ UPS จาก Chuphotic (ชูโฟทิค) มั่นใจว่าการป้องกันย่อมดีกว่าที่การรักษา ที่อาจจะทำให้เราต้องเสียทรัพย์ และเวลามากกว่าเดิม และถึงแม้การเลือก UPS จะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนทาง Chuphotic (ชูโฟทิค) มีบริการพร้อมให้กับคำปรึกษาตลอด 24 ชม. ให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณได้ของที่มีคุณภาพ และการบริการที่ดีที่สุดจากเรา โดยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065-050-5455 และ 092-262-0760