ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 32 บ./ดอลลาร์ ตลาดเงินโลกรับข่าวดียาต้านไวรัส
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (19 พ.ค.) ที่ระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 32.04 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ 31.90-32.10 บาทต่อดอลลาร์
โดยในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ (Risk On) รับข่าวดีที่ยาต้านไวรัสอาจทดสอบสำเร็จเร็วกว่าคาด ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐปรับตัวขึ้นถึง 3.1% ขณะที่ Euro Stoxx 50 ของยุโรปก็ปรับตัวบวก 5.1% พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐและเยอรมันอายุ 10 ปี ที่ขยับขึ้นมาแตะระดับ 0.72% และ -0.47% ตามลำดับ (+6-7bps)
ซึ่งภาพตลาดดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงจากระดับสูงสุดของปีนี้ราว 10 ดอลลาร์ลงมาที่ 1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม
ขณะเดียวกัน ฝั่งเศรษฐกิจก็เป็นบวกกับการลงทุนมากขึ้น ล่าสุดสภาพัฒน์ รายงานจีดีพีไตรมาสแรกของไทยปีนี้หดตัวเพียง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะติดลบ 4.0% เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัว 3.0% จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจ “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมวันที่ 20 พ.ค.นี้
สำหรับในฝั่งของตลาดเงินก็เป็นไปตามคาดที่เงินดอลลาร์จะถูกกดดันจากตลาดที่เปิดรับความเสี่ยง เห็นได้ชัดจากการอ่อนค่าราว 0.7% เมื่อคืนก่อน โดยดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เป็นสกุลเงินที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด และมีเพียงสกุลเงินปลอดภัยอย่างเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อ่อนค่า
ดร.จิติพลกล่าวว่า ด้านเงินบาท มองว่าจะมีแรงกดให้แข็งค่าลงต่ำกว่า 32.00 บาทต่อดอลลาร์ในวันนี้แน่นอน ซึ่งจุดที่น่าจับตาที่สุด คือมุมมองของธปท.กับระดับค่าเงินในปัจจุบัน เพราะถ้ามองในเรื่อง “ทิศทาง” การเคลื่อนไหว เงินบาทที่แข็งเรื่อย ๆ อาจไม่ได้สนับสนุนการส่งออกมากนัก แต่ถ้ามองในมุมของ “ความผันผวน” ก็ถือว่าเงินบาทไม่ได้เคลื่อนไหวผิดปรกติเช่นกัน ซึ่งธปท.อาจเลือกดูแลเงินบาท เฉพาะในช่วงที่เคลื่อนไหวผิดจากสกุลเงินภูมิภาคมากเท่านั้น