เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ดูทั้งหมด

เซเว่นโตสวนกระแสไวรัส Q1 กวาดกำไร 5.6 พันล้าน

19 พ.ค. 2563 | 14:54น.

โควิด-19 ไม่สะเทือน “ซีพี ออลล์” เผยผลประกอบการไตรมาส 1/63 มีรายได้รวม 1.4 แสนล้านบาท คว้ากำไร 5,645 ล้าน อาหาร-สินค้าอุปโภคขายดี เปิดสาขาใหม่ตามแผน ล่าสุดเฉียด 1.2 หมื่นสาขา

นายเกรียงชัย บุญโพธิอภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนของการดำเนินธุรกิจทั้งเรื่องของรายได้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า เพื่อควบคุมให้มีผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 มีกำไรสุทธิ 5,645 ล้านบาท โดยในแง่ของรายได้รวมบริษัท และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 145,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 5.2 ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจากสาขาใหม่ที่เปิดในรอบปีที่ผ่านมา และรายได้จากการขายและบริการของบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)

นายเกรียงชัยระบุด้วยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบทางลบต่อบริษัทและบริษัทย่อยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันจากมาตรการควบคุมการระบาดของโรคจากรัฐบาล ขณะที่ในแง่ของกำไรขั้นต้นบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 31,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจสยามแม็คโคร อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนกำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมเท่ากับร้อยะ 22.1ปรับลดลงจากร้อยละ 22.3 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนกำไรขั้นต้นที่มาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลง

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 27 สาขาในทุกประเภท ทั้งร้านสาขา บริษัท ร้าน store business partner (SBP) และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้น ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 บริษัทมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 11,983 สาขา แบ่งเป็น (1) ร้านสาขาบริษัท 5,401 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 45) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 186 สาขา ในไตรมาสนี้ (2) ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 6,582 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 55)ร้านเปิดใหม่สุทธิ 85 สาขา ในไตรมาสนี้ ร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 85 ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

พร้อมกันนี้ นายเกรียงชัยยังระบุว่า ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 82,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 2,112 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.6 อย่างไรก็ตาม ยอดขายเฉลี่ยของร้านเดิมลดลงเท่ากับร้อยละ 4.0 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 78,872 บาท ยอดซื้อต่อบิลโดยประมาณเท่ากับ 70 บาท ในขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 1,122 คน โดยจำนวนลูกค้าลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากมาตรการควบคุมการระบาดของโรคจากรัฐบาล อาทิ จำกัดการเดินทาง การขอความร่วมมือให้อยู่แต่ในที่พักอาศัย

โดยรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภค (ไม่รวมบัตรโทรศัพท์) ยังคงเติบโตอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มอาหารมีอัตราการเติบโตในระดับที่สูงกว่าสินค้าอุปโภค (ไม่รวมบัตรโทรศัพท์) สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดขายอาหารพร้อมทาน อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และเครื่องดื่ม ส่งผลให้สัดส่วนของรายได้จากการขายร้อยละ 70.8 มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อยละ 29.2 มาจากสินค้าอุปโภคไม่รวมบัตรโทรศัพท์ อย่างไรก็ตาม สินค้าอุปโภค กลุ่มสินค้าดูแลสุขภาพ ยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด มีอัตราการเติบโตของยอดขายในระดับที่สูง