เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

‘ล็อกดาวน์’ แบบไหน ทำเศรษฐกิจเสียหายน้อยสุด

23 พ.ค. 2563 | 17:00น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

นงนุช สิงหเดชะ

นับจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีอย่างน้อย 45 ประเทศทั่วโลกที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการติดเชื้อ โดยส่วนใหญ่เริ่มล็อกดาวน์ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม และมาถึงบัดนี้หลายประเทศเข้าสู่โหมดการคลายล็อกดาวน์เพื่อเปิดช่องหายใจให้กับภาคเศรษฐกิจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังหวาดหวั่นว่าจะเกิดการระบาดซ้ำเมื่อประชาชนเริ่มทำตัวผ่อนคลาย หย่อนความระมัดระวัง

การที่หลายประเทศต้องเริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์เกิดจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก เพราะหากล็อกดาวน์นานเกินไปเศรษฐกิจจะเสียหายมาก และประชาชนจะเริ่มทนไม่ไหวที่ต้องอยู่กับบ้านและทำกิจกรรมอะไรนอกบ้านแทบไม่ได้

เนื่องจากแต่ละประเทศมีมาตรการล็อกดาวน์แตกต่างกันไป ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้นักเศรษฐศาสตร์เกิดความสนใจอยากศึกษาว่ามาตรการล็อกดาวน์แบบไหนน่าจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจน้อยที่สุด

เมื่อเร็ว ๆ นี้นักเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางสหรัฐ ได้เผยแพร่ผลการศึกษาความเกี่ยวพันระหว่างการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคกับผลต่อเศรษฐกิจ โดยข้อมูลที่ใช้วิจัยเป็นข้อมูลเศรษฐกิจและประชากรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่ากรณีไม่มีการล็อกดาวน์เลยจะสร้างความเสี่ยงสุดขีดต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคนทำงานในเซ็กเตอร์ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นยิ่งยวดต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้ว

หากพนักงานในเซ็กเตอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ พนักงานระดับแกนหลัก (core workers) ติดเชื้อก็จะขาดคนทำงาน เศรษฐกิจก็จะดิ่งลงมาก โดยเป็นไปได้ที่จะดิ่งลง 30% ต่อเดือน ทางกลุ่มผู้วิจัยจึงแนะนำว่า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด บรรดา core workers ในอุตสาหกรรมสำคัญ อย่างเช่น สุขภาพ อาหาร และการขนส่ง ต้องได้รับการแยกจากประชากรวัยทำงานอื่น ๆ

ผลการศึกษาชิ้นนี้ได้พิจารณานโยบายล็อกดาวน์หลาย ๆ แบบ แล้วประเมินว่าแต่ละแบบกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร แบบแรก กำหนดให้ core workers 15% และประชากรวัยทำงานในส่วนอื่น ๆ 40% ทำงานจากที่บ้าน และประชากรที่ไม่ได้อยู่ในวัยทำงาน 30% ถูกล็อกตัวไว้ที่บ้านเป็นเวลา 8 เดือน คาดหมายว่ารูปแบบนี้จะบรรเทาการหดตัวของเศรษฐกิจลงครึ่งหนึ่งเหลือ 15% ต่อเดือน เทียบกับการหดตัว 30% กรณีไม่มีมาตรการอะไรเลย

จิอันคาร์โล คอร์เซตติ อาจารย์เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หนึ่งในผู้ร่วมการศึกษาในครั้งนี้ระบุว่า ภายใต้นโยบายดังกล่าวข้างต้น ซึ่งถือว่าเป็นการล็อกดาวน์อย่างอ่อนเป็นเวลา 8 เดือน สัดส่วนการติดเชื้อ
สูงสุดของประชากรจะลดลงจาก 40% เหลือ 15% รูปแบบนี้จะทำให้เราไม่ต้องรอวัคซีน แต่ใช้วิธีเว้นระยะห่างเป็นเวลายาวนาน ขณะเดียวกัน ก็สามารถรักษาชีวิตประชาชนเอาไว้ได้

ดังนั้น รูปแบบแรกดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่าการล็อกดาวน์อย่างมีแบบแผน (structured lockdown) เป็นเวลา 8 เดือน น่าจะดีต่อเศรษฐกิจที่สุด และรักษาชีวิตประชาชนเอาไว้ได้ เพราะจะต้องไม่มีการแลกกันระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจ

Advertisement

อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเข้มงวดกว่ารูปแบบแรก กรณีนี้กำหนดให้ core workers 25% และพนักงานที่ไม่ใช่ core workers 60% ทำงานจากบ้าน และ 47% ของประชากรที่ไม่ได้อยู่ในวัยทำงานถูกล็อกตัวอยู่ที่บ้าน คาดหมายว่าจะทำให้เศรษฐกิจหดตัว 20% ต่อเดือน วิธีนี้จะสามารถรักษาระดับการติดเชื้อของประชากรที่ 1.5% อันเป็นระดับที่บริหารจัดการได้เป็นเวลา 18 เดือน เท่ากับช่วงเวลาที่คาดหมายว่าการพัฒนาวัคซีนจะแล้วเสร็จ

ส่วนรูปแบบที่ 3 เป็นการล็อกดาวน์เข้มข้นที่สุด กล่าวคือ 40% ของ core workers ทำงานจากที่บ้าน ส่วนประชากรอื่น ๆ ที่เหลือ 90% ถูกล็อกตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่แย่ต่อเศรษฐกิจพอ ๆ กับการไม่ล็อกดาวน์อะไรเลย

อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยย้ำว่ารูปแบบที่พวกเขาศึกษาดังกล่าวข้างต้น เหมาะกับประเทศพัฒนาแล้วเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกันนั้นได้หมายเหตุเอาไว้ด้วยว่า มันไม่ใช่การพยากรณ์ หากแต่เป็นพิมพ์เขียวสำหรับนำไปวิเคราะห์ต่อ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากเกี่ยวกับการระบาดของไวรัส