เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
Economic เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
ครม.ตั้ง ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ เป็นโฆษกรัฐบาล
Politics ครม.ตั้ง ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ เป็นโฆษกรัฐบาล
ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
Politics ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
Economic คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
Economic ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
Politics วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
Finance SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
ดูทั้งหมด

สุดทาง “พักหนี้” มีอะไร…รออยู่

20 มิ.ย. 2563 | 18:28น.
คอลัมน์ สามัญสำนึก สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญจากผลกระทบมาตรการ “ล็อกดาวน์” ของพิษโควิด-19 คือปัญหา “หนี้เสีย” ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนที่จะพุ่งแบบก้าวกระโดด

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าขณะนี้มีลูกหนี้ที่เข้าโครงการ “พักหนี้” ทั้งเงินต้น/ดอกเบี้ยจำนวน 15.11 ล้านราย ยอดหนี้ 6.68 ล้านล้านบาท

แต่กำลังเป็นคำถามว่าเมื่อสิ้นสุดมาตรการ “พักหนี้” จะเริ่มทยอยตั้งแต่ ก.ค.นี้ ลูกหนี้จะมีความสามารถกลับมาชำระหนี้ได้หรือไม่ หรือจะมีกี่รายที่จะสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

เพราะจากมาตรการล็อกดาวน์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชน “ขาดรายได้” และมีแรงงานจำนวนมากกลายเป็น “คนตกงาน”

แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะเริ่มคลายล็อกดาวน์ ธุรกิจเริ่มกลับมาเปิด แต่รายได้ยัง new normal ไม่กลับมาเหมือนเดิม แถมค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคก็หดหาย

รวมถึงมีธุรกิจอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ และบ้างก็ต้องปิดตัวไปแบบถาวร เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากภาคส่งออกและการท่องเที่ยวถึง 70% ของจีดีพี สะท้อนการพึ่งพาเม็ดเงินต่างประเทศที่สูง ดังนั้นเมื่อทั้งโลกกำลังเจ็บป่วย จึงทำให้ส่งผลกระทบห่วงโซ่เศรษฐกิจไทยมากเป็นพิเศษ

และในช่วงพักหนี้ แม้ว่าลูกหนี้จะได้สิทธิค้างชำระถึง 6 เดือนโดยไม่ถือว่าเป็น “หนี้เสีย” หรือ “เอ็นพีแอล” แต่ “ดอกเบี้ย” ของลูกหนี้ยังเดินอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อสิ้นสุด

มาตรการพักหนี้ ภาระของลูกหนี้จะกลับมาแบบเต็ม ๆ หมายถึงความสามารถการชำระหนี้หรือ “คุณภาพลูกหนี้” ที่ลดลงแบบพร้อมกันทั้งประเทศ และความเสี่ยงที่ “หนี้เสีย” หรือเอ็นพีแอล ของสถาบันการเงินจะพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด

Advertisement

ล่าสุดจึงมีความเคลื่อนไหวของ ธปท. ที่เรียกแบงก์และน็อนแบงก์มาสั่งจัดมาตรการชุดใหม่ “ลดภาระ” ลูกหนี้รายย่อยแบบเร่งด่วน และเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการลดเพดานดอกเบี้ย “บัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล-เช่าซื้อรถ-จำนำทะเบียน” แบบทั้งกระดาน รวมถึงต่อเวลายืดการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น

ที่สำคัญคือให้มีผลกับลูกหนี้ทั้งหมดเป็นการทั่วไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2563 จากที่มาตรการเดิมยังเปิดช่องให้แบงก์และน็อนแบงก์พิจารณาเป็นรายกรณี

นั่นคงเพราะ “แบงก์ชาติ” เห็นไส้ในและสถานการณ์ความเสี่ยง หากปล่อยให้มาตรการ “พักหนี้” สิ้นสุดไปโดยไม่มีการดูแลต่อ อาจทำให้เกิดวิกฤตระบบการเงินไทย และกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่จะยากเกินเยียวยา

ขณะที่กลุ่มลูกหนี้เอสเอ็มอีก็เผชิญภาวะขาดสภาพคล่องรุนแรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไปต่อไม่ไหว ซึ่งต้องติดตามว่า ธปท.และรัฐบาลจะมีมาตรการรับมืออย่างไร

เพราะแม้ว่า ธปท.จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องช่วยผู้ประกอบการผ่านโครงการ “ซอฟต์โลน 5 แสนล้าน”

ดอกเบี้ย 2% แต่ดูเหมือนว่าการเข้าถึงซอฟต์โลนของลูกหนี้ต่ำกว่าที่แบงก์ชาติคาดหวังไว้มาก กระทั่ง “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการ ธปท. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่พอใจกับความล่าช้าในการปล่อยซอฟต์โลนของแบงก์พาณิชย์เพราะเปิดโครงการมาเดือนกว่า ล่าสุดแบงก์พาณิชย์ปล่อยซอฟต์โลนไปได้เพียง 73,716 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 45,683 ราย ธนาคารส่วนใหญ่ชี้แจงว่าลูกหนี้ไม่เข้าคุณสมบัติ และที่สำคัญคือมีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูง

ด้วยหลาย ๆ ธุรกิจไม่มีศักยภาพการแข่งขันแม้จะใส่เงินไปก็มีปัญหา ควรเข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้มากกว่า ไล่เรียงตั้งแต่ยืดเวลาชำระหนี้, ขอหลักประกันเพิ่มหรือยึดหลักประกัน จนถึงตัดขายทรัพย์สินหรือขายกิจการ

สัญญาณอันตรายหลังสิ้นสุดการพักหนี้ไม่ใช่แค่ “หนี้เสีย” แต่อาจลามกลายเป็นการล้มละลายของธุรกิจจำนวนมากที่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พักหนี้ ลูกหนี้ เศรษฐกิจ