ไอคอนสยาม ชวนคนไทยร่วมงานบุญครั้งยิ่งใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยา ไหว้พระ 4 ภาค เสริมมงคลชีวิต 3 – 6 กรกฎาคมนี้
“ไอคอนสยาม” แลนด์มาร์คของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จัดงาน “ไอคอนสยาม ไหว้พระสุขใจ หล่อเทียนให้เรืองรอง” ระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2563 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร ชวนคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ภายใต้ความมหัศจรรย์งานบุญครั้งยิ่งใหญ่
ตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยากลับมาเป็นแม่น้ำสายวัฒนธรรมอีกครั้ง เพราะงานนี้ “ไอคอนสยาม” ได้อันเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจาก 4 ภาค มาให้สักการะขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต กับกิจกรรม “ศูนย์รวมแห่งศรัทธา” ประกอบไปด้วย พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ 4 องค์ จาก 4 ภาคของไทย ได้แก่ หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นมงคลคู่แปดริ้ว ทั้งวัดและองค์พระเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธายึดเหนี่ยว ไม่เฉพาะชาวแปดริ้วเท่านั้น แต่รวมถึงสาธุชนจากทั่วประเทศ ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโสธร เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนมากมายที่มีจิตศรัทธา และเชื่อมั่นในบุญกุศลที่หลั่งไหลมากราบไหว้สักการะบูชา และขอพรบารมีจากหลวงพ่อ จนเป็นที่กล่าวขานบอกเล่าต่อกันมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางค้าขาย ทางคงกระพัน ทางแคล้วคลาดปลอดภัย ทางรักษาโรค

พระพุทธสิหิงค์ (องค์จำลอง) จ.นครศรีธรรมราช พระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร แต่มีลักษณะพระวรกายกลมป้อม พระอุระนูนมาก พระเศียรและพระพักตร์กลมป้อม เส้นพระศกใหญ่ไม่มีไรพระศก พระหนุและพระนาสิกยื่นเล็กน้อย ชายสังฆาฏิสั้นเป็นแบบเขี้ยวตะขาบ จัดเป็นพระพุทธรูปที่เรียกว่า “แบบขนมต้ม” สกุลช่างนครศรีธรรมราช ในสมัยอยุธยาอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 โดยพระพุทธสิหิงค์ ที่อัญเชิญมานี้ จำลองจากองค์ดั้งเดิม ในหอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมศิลปากรได้จัดพิธีหล่อเป็นครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเททอง เมื่อปี พ.ศ 2517เป็นที่เลื่อมใสเคารพบูชาในหมู่ชาวภาคใด้โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช

พระเชียงแสน จ.เชียงใหม่ พระพุทธรูปศิลปะแบบล้านนา เป็น “พระเชียงแสนแบบสิงห์หนึ่ง” ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญคือ พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์กลม แย้มประโอษฐ์ ขมวดพระเกศาใหญ่ เหนืออุษณีษะหรือพระรัศมีเป็นตุ่มกลมหรือลูกแก้วคล้ายดอกบัวตูม ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน การสร้างพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรนี้ คงสัมพันธ์กับคติการสร้างพระพุทธสิหิงค์ที่คงเกิดขึ้นในล้านนาตั้งแต่ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 จึงเรียกพระในกลุ่มนี้ว่า “พระสิงห์” ประชาชนนิยมไหว้ขอพรในเรื่องสุขภาพให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ คนที่กำลังจะเข้าผ่าตัดเพื่อรักษาโรค หรือเสริมสิริมงคลความสวยความงาม

และพระพุทธรูปองค์สุดท้ายที่นำมาประดิษฐานคือ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่กษัตริย์สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า ให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนเป็นสำคัญ และจากความศรัทธาเลื่อมใสนี้มักจะมีประชาชนมาบนบานขอพระต่อองค์หลวงพ่อพระใส โดยส่วนใหญ่มักจะขอให้แคล้วคลาดเดินทางปลอดภัย นอกจากนี้ยังขอเกี่ยวกับสุขภาพ หน้าที่การงาน เมื่อสัมฤทธิ์ผลแล้วก็จะมาแก้บน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมหล่อเทียนพรรษาด้วยดอกผึ้งบูชาอันวิจิตร พร้อมชมประติมากรรมต้นเทียนสุดตระการตา “เทียนส่องธรรมนำปัญญา” ผลงานการออกแบบจากหัวหน้าช่างทำเทียนพรรษา ช่างสุคม เชาวฤทธิ์ วัดบูรพาราม จังหวัดอุบลราชธานี การันตีด้วยรางวัลช่างจัดทำต้นเทียนดีเด่นชนะเลิศ 5 ปีซ้อน (ปี พ.ศ. 2535 – 2539) และศิลปินดีเด่นจังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2544
พร้อมให้สัมผัสความงดงามของดอกไม้จากสวนนงนุชพัทยา ที่จะมาเสริมความยิ่งใหญ่และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมต้นเทียนพรรษา ซึ่งจะตกแต่งฐานรับกับต้นเทียนพรรษาตามแนวคิด “แมนดาลา” ศูนย์กลางของจักรวาลในทางพระพุทธศาสนาอันหมายถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้า ที่นำไปสู่รูปแบบของสถาปัตยกรรม การสร้างวิหารที่มีประตูเข้าออก 4 ทิศ สอดคล้องกับหลักพรหมวิหารสี่ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) และสอดรับการวางต้นเทียนเป็นจุดศูนย์กลางวงกลมที่แผ่ออกไปสู่พระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ เพื่อต้อนรับเทศกาลเข้าพรรษาที่ใกล้จะถึงนี้ด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์ “พฤกษาบูชา” ภูมิปัญญาแห่งศรัทธา อาทิ การทำบุหงาพัดโบก ดอกไม้แห้งที่ผ่านการอบปรุงแล้วนำมาประดิษฐ์ทำเป็นรูปพัดโบก งานฝีมือที่จำลองรูปแบบเครื่องสูงในราชสำนัก บรรจุด้วยบุหงาอบกลิ่นดอกไม้ไทย ที่หอมละมุนละไม รูปแบบประณีตงดงาม ใช้ประดับตกแต่ง การทำเทียนหอมดอกบัว สำหรับผู้นิยมจุดเทียนไหว้พระตามสีวันเกิดของตัวเอง เป็นเครื่องสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต จึงมีเทียนสี กลิ่น และมีรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะรูปดอกบัวที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา หากผู้ใดได้จุดบูชา แสงเทียนก็จะส่องสว่าง นำปัญญา ช่วยหนุนนำวาสนาบารมีให้ดียิ่งๆ ขึ้น การพับดอกบัวถวายพระ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธมาช้านาน และเป็นการบูชาที่ชาวพุทธนิยมเพื่อความสวยงาม และเป็นการยอมรับน้อมรับคำสอนของพระพุทธเจ้า เสมือนดอกบัวที่แย้มบาน และจำปาดอง ภูมิปัญญาไทย ในการนำดอกไม้มาผ่านกรรมวิธีอันแยบยล ทำให้เราสามารถมีดอกจำปาดอกสวยๆ ไว้ดูนานปี ไม่มีเสื่อมสลาย และใช้ในการบูชาพระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนจะไปที่ไหนในช่วงวันหยุดยาวนี้ ก็ไปร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีทางพุทธศาสนาที่สำคัญของไทยกันได้ที่งาน “ไอคอนสยาม ไหว้พระสุขใจ หล่อเทียนให้เรืองรอง” ระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2563 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ทำบุญเสริมสิริมงคลได้อย่างมั่นใจ เพราะภายในงานได้เน้นมาตรการเพื่อความปลอดภัย และสุขอนามัยของทุกคนอย่างเคร่งครัด เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.iconsiam.com หรือ โทร.1338