เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เมื่อคนไฮเทคเมิน “ทรัมป์” หนุนพรรคคู่แข่งสู้เลือกตั้ง

13 ก.ค. 2563 | 15:45น.
คอลัมน์ Tech Time
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ยิ่งใกล้เลือกตั้งเข้าไปเท่าไหร่ ความอัดอั้นตันใจที่ประชากรชาวเทคสะสมมาตลอด 3 ปีครึ่งที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ครองอำนาจก็ดูจะยิ่งทะลักล้นจนต้องระบายออกเป็นตัวเลขเงินบริจาคที่หลั่งไหลไปสนับสนุนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคคู่แข่งแบบไม่ขาดสาย

ความไม่พอใจที่คนในวงการมีต่อ “ทรัมป์” ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปีแรกที่ทรัมป์เหยียบย่างเข้ามาในทำเนียบขาว ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกีดกันผู้อพยพโดยเฉพาะชาวมุสลิมไม่ให้เข้าประเทศโดยไม่คำนึงถึงเรื่องมนุษยธรรม หรือการทำหูทวนลมต่อเหตุปะทะในเมืองชาร์ลอตต์วิลล์ที่กลุ่มคนผิวขาวสุดโต่งก่อความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

สงครามการค้ากับจีนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนในวงการรับไม่ไหวกับอาการผีเข้าผีออกที่เดี๋ยวก็ขู่ฟ่อ ๆ เดี๋ยวก็บอกว่าการเจรจากำลังเป็นไปด้วยดี ทำเอานักลงทุนและเจ้าของธุรกิจที่มีจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดปวดขมับไปตาม ๆ กัน

นอกจากนี้ จุดยืนของ “ทรัมป์” ต่อประเด็นอ่อนไหวทางสังคมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการถอนตัวจาก “ความตกลงปารีส” ที่ว่าด้วยเรื่องโลกร้อน ไปจนถึงการทวิตขู่จะใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามการจลาจลที่เกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของหนุ่มผิวดำ “จอร์จ ฟลอยด์” และความล้มเหลวในการรับมือกับโควิดก็ล้วนเป็นเชื้อเพลิงที่กระพือโหมความไม่พอใจให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม

ถึงคนในแวดวงส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่โน้มเอียงมาทางฝั่งเดโมแครตเป็นทุนเดิม แต่ปรากฏการณ์ “เลือกข้าง” ไม่เคยเด่นชัดเท่ากับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้มาก่อน

จากการสำรวจของ The Center for Responsive Politics ของ OpenSecrets พบว่าพนักงานของบริษัทเทคที่ใหญ่ที่สุด 5 แห่ง ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet และ Facebook บริจาคเงินสนับสนุนตัวแทนของพรรคเดโมแครตปีนี้ไปแล้วกว่า 15 ล้านเหรียญ ในขณะที่บริจาคให้พรรครีพับลิกันแค่ 3 ล้านเหรียญ

เท่ากับมีพนักงานถึง 84% ที่สนับสนุนเดโมแครต โดย “โจ ไบเดน” ที่มีโอกาสจะเป็นตัวแทนพรรคเข้าท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้เงินบริจาคไปถึง 92%

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าชาวเทคหมายมั่นจะเอาคืนทรัมป์ผ่านการเลือกตั้งให้ได้ ถึงแม้ว่าตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมาบริษัทของพวกเขาจะร่ำรวยขึ้นมากภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนนี้ที่ผลักดันนโยบายด้านภาษีจนทำให้บริษัท Big Tech สามารถประหยัดต้นทุนไปได้มหาศาล

แม้กระทั่งพิษโควิดที่เขย่าทุกอุตสาหกรรมก็ยังทำอะไรบริษัท Big Tech ไม่ได้ ดูจากที่ Apple MicrosoftAmazon และ Alphabet มี market cap ทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ Facebook ตามมาเป็นอันดับ 5 ด้วยมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญ

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการเหล่านี้ไม่มีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองของบรรดาพนักงานที่ยอมควักกระเป๋าตัวเองเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำประเทศไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องและชอบธรรมอีกครั้ง

จุดยืนนี้ยังลามไปถึงพนักงานในบริษัทหัวอนุรักษ์อย่าง Oracle ที่ทั้งผู้ก่อตั้งและซีอีโอเป็นผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างชัดเจน โดยมีพนักงานถึง 67% บริจาคเงินสนับสนุนตัวแทนจากพรรคเดโมแครตเพิ่มจาก 49% ในปี 2016 และ Cisco ที่พนักงานเปลี่ยนข้างจากเดิมที่เคยบริจาคให้เดโมแครตแค่ 36% ในปี 2016 กลายเป็น 80% ในปีนี้

นอกจากบริจาคสนับสนุนพรรคคู่แข่งแล้ว ชาวไฮเทคยังต่อต้านนโยบายของทรัมป์อย่างแข็งขันหลายครั้ง รวมทั้งพร้อมงัดข้อกับผู้บริหารเพื่อเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคมเมื่อเห็นว่าบริษัทกำลังทำสิ่งที่ขัดกับหลักประชาธิปไตยด้วย

เช่น พนักงานของ Google นับพันคนเรียกร้องให้บริษัทยุติการทำ “ธุรกิจสงคราม” กับกระทรวงกลาโหมด้วยการใช้ AI ของบริษัทมาช่วยวิเคราะห์บันทึกวิดีโอที่ได้จากโดรนของทหาร ในจำนวนนี้มีหลายสิบคนที่ตัดสินใจประท้วงด้วยการลาออก หรือพนักงาน Facebook ที่ประท้วงด้วยการหยุดงานตอนที่บริษัทปล่อยให้ทรัมป์ (รวมทั้งนักการเมืองอื่น) โพสต์ถ้อยคำยั่วยุ หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่สังคม

นับวันจุดยืนของชุมชนชาวเทคที่ “ไม่เอา” ทรัมป์ก็ยิ่งเด่นชัด แต่จะสัมฤทธิผลหรือไม่ต้องรอลุ้นผลศึกเลือกตั้งกันอีกทีว่าคนส่วนใหญ่จะคิดเหมือนชาวเทคหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ