บทวิเคราะห์ ราคาทองคำวันนี้ (20 ก.ค. 2563) โดย YLG Bullion
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำประจำวันที่ 20 ก.ค. 2563

สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และดีดตัวกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ การแข็งค่าของสกุลเงินยูโรจากความหวังเชิงบวกว่าบรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (EU) อาจบรรลุข้อตกลงเรื่องการจัดตั้งกองทุนเยียวยาเศรษฐกิจวงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร (8.55 แสนล้านดอลลาร์) ในการประชุมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง -0.42% ในวันศุกร์จนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐ หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ยังคงทะยานสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ Johns Hopkins University พบว่า สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 77,255 รายในวันพฤหัสบดี และจำนวน 71,558 รายในวันศุกร์ ทำให้สหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 70,000 รายเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน จึงก่อให้เกิดความวิตกว่าหลายๆ รัฐอาจจำเป็นต้องกลับมาปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งจะยิ่งสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ
- 5 แสนแรงงานการ์เมนต์ระทึก โรงงานจ่อปิดประกันสังคมเมินจ่าย 62%
- อวสานฮับค้าส่ง! จาก “จตุจักร” ถึง “แพลทินัม” ปิดแผง-ปิดป้ายเซ้งเกลื่อน
ประกอบกับนักลงทุนคาดคาดการณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังเพิ่มเติม หลังจากมาตรการช่วยเหลือคนว่างงาน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จะหมดอายุลงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำเช่นกัน บวกรวมกับความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังคงอยู่ นั่นทำให้ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคำเอาไว้
อย่างไรก็ดี วันนี้ต้องระวังการอ่อนค่าของยูโร หลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำ 27 ชาติของ EU ยัง “ไม่” สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจกันได้ ซึ่งการอ่อนค่าของยูโรมักจะส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ
คำแนะนำ เข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,800-1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,811-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์