เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
Politics จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ดูทั้งหมด

สหรัฐสั่งปิดกงสุลจีน ชี้ชัด “สายเหยี่ยว” กุมนโยบายต่างประเทศ

30 ก.ค. 2563 | 05:16น.

การขับเคี่ยวช่วงชิงเป็นมหาอำนาจโลกระหว่าง “สหรัฐอเมริกา” และ “จีน” ช่วงหลังโควิด-19 ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองได้เพิ่มดีกรีขึ้นมาอีกระดับ ภายหลังสหรัฐออกคำสั่งปิดสถานกงสุลของจีน ซึ่งเป็นมาตรการทางการทูตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

โดยเมื่อ 23 ก.ค. 2020 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกคำสั่งปิดสถานกงสุลจีนในสหรัฐ ที่เมืองฮุสตัน โดยทางการสหรัฐให้เหตุผลว่า จีนได้ส่ง “จารชน” แฝงตัวในรูปของนักการทูตเพื่อเข้ามาโจรกรรมข้อมูลความลับของสหรัฐ

ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายจีนย่อมมิอาจอยู่เฉย “หวัง เหวินปิง” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาตอบโต้ว่า “การกระทำของสหรัฐเป็นการขยายความขัดแย้งอย่างรุนแรง และจีนพร้อมออกมาตรการตอบโต้ด้วยการสั่งปิดสถานกงสุลของสหรัฐในจีนเช่นกัน”

ทั้งนี้ การใช้จารชนที่แฝงตัวเข้ามาด้วยคราบของนักการทูต แทบเรียกได้ว่าเป็นสิ่งปกติในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ประเทศมหาอำนาจซึ่งรวมถึงสหรัฐ ได้ส่งจารชนแฝงตัวเข้าไปในประเทศอื่น ๆ ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรูผ่านภารกิจทางการทูตมานานแล้ว

ขณะเดียวกันประเทศเหล่านี้ก็ยอมรับการมีตัวตนของจารชนจากต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาสอดแนมผ่านภารกิจทางการทูตเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการดูไม่ปกติและผิดกฎหมาย แต่ว่าประเทศเหล่านี้ก็ไม่ได้ขับไล่สายลับแฝงตัวเหล่านี้ออกไป ตราบใดที่ไม่ได้กระทำภารกิจที่ร้ายแรงเกินกว่าที่จะรับได้

“คริสโตเฟอร์ คอสต้า” อดีตนายพันของกองทัพสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สายลับนานาชาติ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้เหตุผลว่า “การขับไล่นักการทูตของประเทศหนึ่งที่แม้ว่าจะเป็นสายลับแฝงตัวก็ตาม ย่อมต้องเกิดการตอบโต้ด้วยการไล่นักการทูตของสหรัฐกลับ ซึ่งจะสร้างความขัดแย้งทางการทูตขึ้นมาโดยไม่มีความจำเป็น”

จารชนของจีนที่แฝงตัวเข้ามาตามสถานทูตและสถานกงสุลในสหรัฐมีมาก่อนหน้าแล้ว อย่างไรก็ตาม สหรัฐไม่ได้สั่งขับพวกนี้ออกไปเพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดข้อขัดแย้งทางการทูตกับจีนขึ้นมาโดยไม่จำเป็น

เหตุผลของการสั่งปิดสถานกงสุลของจีนในฮุสตัน จึงสามารถมองได้ 2 สาเหตุ ประการแรก คือ สายลับของจีนกระทำภารกิจในแผ่นดินของสหรัฐที่อุกอาจเกินกว่าจะยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแบบเจาะจงของภารกิจการจารกรรมข้อมูลของสายลับจีน แม้ว่าจะกล่าวหาว่ามีการกระทำลักษณะนี้อยู่ก็ตาม

ซึ่งหากจารชนของจีนไม่ได้ทำภารกิจที่ฉาวโฉ่เกินไป ดังนั้น เหตุผลของการสั่งปิดกงสุลประการที่สอง คือ “สหรัฐอยากเปิดศึกความขัดแย้งทางการทูตกับจีน” โดยการใช้ข้ออ้างการขับไล่สายลับ

บลูมเบิร์กออกบทวิเคราะห์ระบุว่า กลุ่มรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของรัฐบาลสหรัฐที่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อจีนได้เพิ่มบทบาทในการกำหนดนโยบายต่างประเทศอย่างมาก และเป็นผู้เสนอการปิดกงสุลของจีน โดยแกนนำของกลุ่มนี้ก็คือ “ไมค์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, “เดวิด สติลเวลล์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ “แม็ตทิว พอตติงเกอร์” รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคง

รายงานระบุว่า แม้ “โดนัลด์ ทรัมป์” จะแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนแต่ว่าวัตถุประสงค์ของเขามีเพียงเพื่อกดดันให้จีนหันมาทำข้อตกลงซื้อสินค้าสหรัฐเพิ่ม เพื่อนำไปหาเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “ไมค์ ปอมเปโอ” ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการซีไอเอ และทีมสายเหยี่ยว มีเป้าหมายเปิดหน้าชกกับจีน เพื่อขัดขวางไม่ให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งแทนที่สหรัฐ

ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐถอยหลังลงอย่างหนัก และปัจจุบันยังไม่สามารถคุมการระบาดได้ ขณะที่จีนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และเศรษฐกิจก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้เป็นตัวจุดชนวนความกังวลว่าจีนอาจจะก้าวแซงหน้าสหรัฐในเร็ววัน และความกังวลดังกล่าว “โรเบิร์ต เกตต์” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้ว่า “มันส่งผลให้ทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต หันมาร่วมมือกันเพื่อขัดขวางจีน”

ด้วยแรงสนับสนุนในแนวทางปรปักษ์ต่อจีน กลุ่มเหยี่ยวจึงมีแรงขับเคลื่อนในการนำเสนอมาตรการอันแข็งกร้าว เช่น ข้อเสนอการ “โจมตีค่าเงิน” ของฮ่องกงที่ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ การผลักดันให้เร่งเปิดเขตการค้าเสรีกับไต้หวัน รวมไปถึงข้อเสนอสั่งแบนการเดินทางเข้าสหรัฐของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนหลายสิบล้านคน และการสั่งปิดสถานกงสุลของจีน

นอกจากนี้ นิตยสาร “ฟอร์ริน โพลิซี” ยังได้รายงานอ้างคำกล่าวของ “ไมค์ ปอมเปโอ” เมื่อก.พ. 2020 ระบุว่า “สถานกงสุลของจีนอีกหลายแห่ง รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนในวอชิงตัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจารกรรมข้อมูล” ซึ่งสถานกงสุลเหล่านี้อาจเป็นเป้าหมายการสั่งปิดในอนาคต

เมื่อบุคคลที่รายล้อมประธานาธิบดี คือผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้นำ แนวคิดของกลุ่มบุุคคลเหล่านี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่า การดำเนินนโยบายของ “สหรัฐต่อจีน” จะรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงอย่างน้อยช่วงการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2020

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน สหรัฐ