เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
SCB FM คาดเลือกตั้งสหรัฐ เดโมแครตชนะ กระทบตลาดเงินระยะสั้น-ดึงบาทอ่อนลงอีก
Finance SCB FM คาดเลือกตั้งสหรัฐ เดโมแครตชนะ กระทบตลาดเงินระยะสั้น-ดึงบาทอ่อนลงอีก
สภาอุตฯ ตราด หนุนผลศึกษาค่าผ่านทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต
เศรษฐกิจภูมิภาค สภาอุตฯ ตราด หนุนผลศึกษาค่าผ่านทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต
ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
Economic ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
Economic ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
ดูทั้งหมด

ลุยตลาดที่ยังมีหวัง ก่อนเครื่องยนต์ส่งออกดับ

08 ส.ค. 2563 | 09:01น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย กษมา ประชาชาติ

แม้ว่าไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดี “ระดับโลก” แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกช่วงเวลาแค่ 3-4 เดือนจนถึง 30 กรกฎาคม 2563 มีจำนวนผู้ติดเชื้อแล้วถึง 17 ล้านคน รักษาหาย 10 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วประมาณ 6.69 แสนคน ประเทศที่ติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐ บราซิล และอินเดีย

เมื่อประเทศอื่นยังติดเชื้อ ไทยก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ที่น่าห่วงคือ เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวรวม 70% ของจีดีพี ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกส่งออกไทยติดลบไปแล้ว 2.1% ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าทั้งปีนี้มีโอกาสติดลบสูงสุด 2 หลัก หากอ้างอิงตัวเลขคาดการณ์ของศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าจะติดลบ 13.5% ถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่าจะติดลบ 11%

ที่ผ่านมาการค้าไทยผูกพันอยู่กับการค้าโลก “นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการค้าโลก ทำให้องค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ว่าในปี 2563 การค้าสินค้าของโลกจะหดตัว 13-32% ทั้งจากความไม่แน่นอนสูง และโอกาสการฟื้นตัวยังยากจะคาดเดาว่าปีหน้าจะได้เห็นหรือไม่

สนค.แนะนำผู้ส่งออกว่า กลยุทธ์สำคัญของการส่งออกควรมุ่งไปที่ตลาดที่มีแนวโน้มฟื้นตัวก่อน โดยการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ เป็นประเทศที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี มีผู้ติดเชื้อในอัตราที่ต่ำลงจนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้

โดยตามข้อมูลดัชนีชี้วัดความเข้มงวดของรัฐบาลแต่ละประเทศในการรับมือกับไวรัสโควิด-19 หรือดัชนี OxCGRT ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งชี้วัดจากมาตรการ 3 ด้าน คือ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด เช่น การปิดโรงเรียน และการจำกัดการเดินทาง มาตรการด้านเศรษฐกิจ เช่น การสนับสนุนรายได้ให้ประชาชน การให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ และมาตรการด้านสาธารณสุข เช่น ระบบการตรวจหาโควิด-19 และการลงทุนด้านสาธารณสุข โดยกำหนดค่าคะแนนระหว่าง 1-100

ดัชนี OxCGRT ระบุว่า มี 9 ประเทศคือ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา สปป.ลาว และไทย จัดอยู่ในกลุ่มรัฐบาลที่รับมือกับไวรัสโควิด-19 ได้ดี

ขณะที่ธนาคารโลกก็ได้ออกรายงานประมาณการภาวะเศรษฐกิจล่าสุดในปี 2563 ระบุว่า ประเทศที่ยังคงสามารถรักษาระดับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับบวกได้ และคาดการณ์ว่าจะเป็นประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็ว ได้แก่ จีน เวียดนาม เมียนมา ลาว และบางประเทศในแอฟริกาเช่นกัน

สนค.วิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตลาดศักยภาพในแต่ละภูมิภาค เช่น กลุ่มเอเชียตะวันออกประกอบด้วย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ตลาดอาเซียนประกอบด้วย มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และ สปป.ลาว ยังมีการส่งออกได้ดีในช่วงครึ่งปีแรก 2563 อาทิ จีน ส่งออกขยายตัว 5.8% ฮ่องกง ขยายตัว 1.4% และมีสินค้าบางรายการยังสามารถ “รักษาระดับการเติบโต” ได้ เช่น อาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (work from home) เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป

สิ่งที่สำคัญสำหรับการผลักดันการส่งออกครึ่งปีหลัง คือ การสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและสุขอนามัยของสินค้า และผู้ส่งออกต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจและการค้าให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค new normal เพื่อหาจุดขายใหม่ ๆ ให้แก่สินค้าและบริการ จะทำให้สามารถรักษาฐานตลาดเดิม และชิงส่วนแบ่งจากตลาดใหม่ได้ต่อ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวของภาคการส่งออกมีผลเชื่อมโยงถึงภาคการผลิต ซึ่งแม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน มิ.ย. เริ่มปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 80.0 จากเดือน พ.ค.ซึ่งอยู่ที่ 78.4 ถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับ 100 เพราะเอกชนยังกังวลปัญหาเรื่องสภาพคล่องจากคำสั่งซื้อใหม่ที่ชะลอ รวมถึงต้นทุนประกอบการสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่ง

รวมถึง “เรื่องการเมืองในประเทศ” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน ท่ามกลางความระส่ำระสายเรื่องการกลับมาระบาดของโควิด-19 ระลอก 2

ชัดเจนว่าครึ่งปีหลังคงหวังพึ่งพาเครื่องยนต์ “ส่งออก” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ยากแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงน่าจะอยู่ที่การเตรียมการรับมือ และมองข้ามชอตไปถึงกลุ่มประเทศที่มีโอกาสฟื้นได้ก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ